วันนี้ โวโลดิมีร์ เซเลนสกี ผู้นำยูเครนได้ออกมาเตือนบรรดาประเทศในแอฟริกาว่า รัสเซียได้จับแอฟริกาเป็นตัวประกันในสงครามนี้ เพราะการรุกรานยูเครนและการปิดทะเลดำของรัสเซีย ทำให้ราคาของอาหารพุ่งสูงขึ้นและส่งผลกระทบต่อชาวแอฟริกาหลายล้านคน อีกคนที่ออกมายืนยันเรื่องวิกฤตอาหารคือ โจเซฟ บอร์เรลล์ ผู้แทนระดับสูงด้านกิจการต่างประเทศและนโยบายความมั่นคงของสหภาพยุโรป
โดยบอร์เรลประณามรัสเซียว่าเป็นชนวนที่ทำให้เกิดวิกฤตอาหารโลก และกำลังใช้อาหารเป็นอาวุธ หลังจากนั้นจึงประโคมโฆษณาชวนเชื่อเพื่อโทษประเทศอื่น ๆ ที่คว่ำบาตรว่า ประเทศเหล่านั้นเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดวิกฤตอาหาร การกระทำของรัสเซียเช่นนี้ คือการก่ออาชญากรรมสงครามโดยแท้จริง และระบุว่าการกระทำของรัสเซีย คือการก่ออาชญากรรมสงครามโดยแท้จริง
อย่างไรก็ตาม ผู้นำยูเครนเองก็ไม่ได้นิ่งนอนใจกับเรื่องที่เกิดขึ้น โดยบอกว่ายูเครนกำลังพยายามเจรจากับรัสเซียเพื่อแก้ไขปัญหาเรื่องการปิดทะเลดำเพื่อให้สามารถส่งออกสินค้าได้ แต่ตอนนี้ทั้งสองฝ่ายก็ยังไม่ได้ข้อสรุปใด ๆ ออกมาเป็นรูปธรรม เนื่องจากยังหาจุดที่ตกลงกันไม่ได้
จากแผนที่จะเห็นได้ว่า วันนี้การปะทะกันในพื้นที่ภาคใต้กลับมาปะทุขึ้นอีกครั้งในรอบหลายวัน มีรายงานว่าทั้งสองฝ่ายปะทะกันถึง 3 จุดในรอบ 24 ชั่วโมงที่ผ่านมาบริเวณพื้นที่ระหว่างเมืองมิโคลายิฟและเคอร์ซอน ตลอดจนพื้นที่ทางตอนเหนือของแคว้นเคอร์ซอนใกล้แม่น้ำดนีเปอร์ และจากแผนที่จะเห็นได้ว่ายูเครนเริ่มยึดพื้นที่ทางตอนใต้คืนมาได้มากขึ้นแล้วเมื่อเทียบกับเดือนก่อน ซึ่งนี่ถือว่าเป็นสัญญาณที่ดี
แม้ว่ายูเครนจะยึดพื้นที่ทางตอนใต้คืนได้มากขึ้น แต่พื้นที่ดังกล่าวก็ยังไม่ได้ปลอดภัยจากการโจมตีด้วยขีปนาวุธ
เมื่อวานนี้ มีรายงานว่ารัสเซียโจมตีโกดังเก็บอาหารในเมืองโอเดสซาด้วยขีปนาวุธถึง 14 ลูก ส่งผลให้เกิดเพลิงลุกไหม้และอาคารดังกล่าวได้รับความเสียหายอย่างหนัก อย่างไรก็ตาม สำนักข่าวท้องถิ่นรายงานว่าไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตจากเหตุดังกล่าว
นี่คือแผนที่สถานการณ์ภาคตะวันออกในวันนี้ จะเห็นได้ว่าจุดการปะทะของทั้งสองฝ่ายลดลงจากเมื่อวานนี้ โดยวันนี้มีรายงานจุดปะทะของทั้งสองฝ่ายในรอบ 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา มีเพียง 5 จุด คือ ในแคว้นคาร์คีฟ เมืองอีซุม เมืองซีเวโรโดเนตสก์ เมืองโปปาสนา และเมืองโดเนตสก์
เริ่มกันที่แคว้นลูฮันสก์ นี่คือภาพจากโดรนที่แสดงให้เห็นการต่อสู้ของทั้งสองฝั่งในเขตโตชคิฟกา ซึ่งถูกปล่อยออกมาเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา
ภาพดังกล่าวแสดงให้เห็นอาคารบ้านเรือนที่ถูกไฟไหม้ เสียหาย ซึ่งเป็นผลจากการปะทะของทั้งสองฝ่ายอย่างดุเดือดในรอบหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา
ถัดมาที่เมืองสำคัญอย่างซีเวโรโดเนตสก์ ที่นี่ทั้งสองฝ่ายปะทะกันอย่างดุเดือดในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ตอนนี้มีรายงานว่ากองทัพรัสเซียขับไล่กองทัพยูเครนไปอยู่บริเวณขอบเมืองซีเวโรโดเนตสก์และพยายามจะเข้ายึดโรงงานเคมีอาซอตให้ได้
ขณะเดียวกันประธานาธิบดีเซเลนสกีของยูเครนเปิดเผยว่า สถานการณ์ในซีเวโรโดเนตสก์ยังน่าเป็นห่วง ต้องประเมินสถานการณ์เป็นรายชั่วโมง เพราะตอนนี้รัสเซียกำลังทุ่มสรรพาวุธหนักและกำลังพลเข้าไปยังเมืองซีเวโรโดเนตสก์
ขยับลงมาที่แคว้นโดเนตสก์ซึ่งจะเป็นเป้าหมายถัดไปหลังจากที่รัสเซียยึดแคว้นลูฮันสก์ได้ ที่ผ่านมาที่นี่ได้รับผลกระทบจากการสู้รบอย่างหนักในช่วยหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา
การโจมตีอย่างหนักหน่วงส่งผลให้อาคารบ้านเรือนของประชาชน ระบบขนส่งสาธารณะและระบบสาธารณูปโภคพื้นฐานได้รับความเสียหายอย่างหนักจนประชาชนไม่สามารถอาศัยอยู่ได้และต้องอพยพออกนอกพื้นที่
ท่ามกลางการต่อสู้ที่ยังดำเนินอยู่ ล่าสุด ประธานาธิบดีปูตินออกมาแถลงว่า รัสเซียจะเพิ่มศักยภาพทางการทหารของตนเอง หลังจากที่พิจารณาจากความขัดแย้งที่เกิดขึ้นในตอนนี้
ผู้นำรัสเซีย เผยว่า สิ้นปีนี้ รัสเซียอาจนำขีปนาวุธซาร์มัตที่เพิ่งทดสอบไปเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา เข้าไปประจำการในกองทัพด้วย
โดยขีปนาวุธซาร์มัตรุ่นนี้ เป็นขีปนาวุธข้ามทวีป มีฉายาว่าขีปนาวุธปีศาจ สามารถประกอบกับหัวรบ หรืออุปกรณ์หลอกล่อ อย่างน้อย 10 หัว และสามารถยิงได้ไกลถึงขั้วโลกเหนือและขั้วโลกใต้