‘ไบเดน’ ชี้คำสั่งศาลยกเลิกสิทธิ์ทำแท้งเป็นอันตราย


โดย PPTV Online

เผยแพร่




‘ไบเดน’ แสดงความผิดหวังต่อคำตัดสินของศาลฎีกาที่ยกเลิกคำวินิจฉัยเมื่อปี 1973 ที่ให้สิทธิผู้หญิงในการทำเเท้ง ว่าเป็นอันตราย

ศาลฎีกาของสหรัฐฯ มีมติ 6 ต่อ 3 ยกเลิกคำวินิจฉัยว่าที่คุ้มครองสิทธิตามรัฐธรรมนูญในการทำแท้งอย่างถูกกฎหมายของชาวอเมริกันทั่วประเทศ ซึ่งจะเปิดทางให้การตัดสินใจบังคับใช้ หรือแก้ไขกฎหมายเพื่อห้ามการทำแท้ง เป็นเรื่องของแต่ละมลรัฐ

คำวินิจฉัยที่ถูกประกาศในวันที่ 24 มิถุนายน ที่ผ่านมา มีขึ้นไม่ถึง 2 เดือน หลังจากมีผู้เผยเเพร่ร่างความเห็นในกรณีดังกล่าว ซึ่งทำให้เกิดการประท้วงทั่วประเทศโดยผู้สนับสนุนสิทธิ์การทำแท้ง


น้ำมันโลก ดิ่ง 6 ดอลลาร์ ผวาเศรษฐกิจถดถอย จับตาสหรัฐฯยกเว้นภาษีตรึงราคา

ไบเดนลงนามคำสั่งพิเศษ สนับสนุนสิทธิของกลุ่ม LGBTQI+

สถาบันกัตเมเชอร์ ( Guttmacher Institute) ที่สนับสนุนทางเลือกให้สตรีมีสิทธิทำแท้ง ประเมินว่าจะมีรัฐทั้งหมด 26 แห่ง ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ทางใต้และตะวันตกตอนกลางหรือเขตมิดเวสต์ เตรียมออกกฎห้ามทำแท้งขณะที่ในตอนนี้มี 13 รัฐ ผ่านกฎหมายที่พร้อมจะนำมาใช้เพื่อห้ามการทำแท้งแล้ว

นั่นหมายความว่า ผู้หญิงหลายล้านคนในสหรัฐฯ ที่ต้องการทำแท้งจำเป็นต้องเดินทางข้ามรัฐ ไปยังเขตที่สิทธิ์การทำแท้งยังได้รับการคุ้มครอง

หลังจากที่ศาลประกาศคำวินิจฉัย ประชาชนออกมาเเสดงพลังที่หน้าศาลฎีกาสหรัฐฯที่กรุงวอชิงตัน ซึ่งมีทั้งกลุ่มที่เห็นด้วยและกลุ่มที่ไม่เห็นด้วยกับคำตัดสิน แต่ไม่มีเหตุรุนแรงใด ๆ เกิดขึ้น

ขณะที่ ประธานาธิบดีโจ ไบเดน ผู้นำสหรัฐฯ ระบุว่า คำพิพากษาดังกล่าวของศาลฎีกาป็นความผิดพลาดอันน่าสลด เพราะนอกจากจะเป็นการทำลายสิทธิเสรีภาพตามรัฐธรรมณูญแล้ว ยังเป็นการผลักให้สุขภาพ และชีวิตของผู้หญิงทั่วประเทศตกอยู่ในความเสี่ยง รวมถึงทำให้สังคมอเมริกันถอยหลังไปนับร้อยปี

อย่างไรก็ตาม ไบเดน แนะนำว่าผู้หญิงที่ต้องการทำแท้ง สามารถเดินทางไปยังรัฐอื่นที่คุ้มครองสิทธิในการยุติการตั้งครรภ์แทน พร้อมเปิดเผยว่าได้กำชับให้กระทรวงสาธารณสุขดำเนินมาตรการที่เป็นการสร้างหลักประกันว่าประชาชนยังสามารถเข้าถึงบริการทางการแพทย์ในส่วนนี้ให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะสามารถทำได้

 

นอกจากนี้ ไบเดน ยังเรียกร้องให้ประชาชนช่วยกันเลือก ส.ส และ ส.ว ที่ให้ความสำคัญกับสิทธิสตรี ในการเลือกตั้งกลางเทอมที่กำลังจะมาถึงในเดือนพฤศจิกายนนี้

เช่นเดียวกับ รองประธานาธิบดี กมลา แฮร์ริส ซึ่งเป็นผู้หญิงคนแรกที่ได้รับเลือกให้ดำรงตำแหน่งดังกล่าวของสหรัฐ ที่วิจารณ์ว่าคำตัดสินของศาลฎีกาทำให้ผู้หญิงอเมริกันนับล้านคนไม่สามารถเข้าถึงบริการทางการแพทย์ด้านภาวะเจริญพันธุ์ และ เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่ประชาชนชาวอเมริกันถูกริดรอนสิทธิตามรัฐธรรมณูญ

ไม่เพียงเท่านั้น คำตัดสินดังกล่าวยังอาจส่งผลแประเด็นด้านกฎหมายอื่น ๆ ด้วยเช่นการแต่งงานของบุคคลเพศเดียวกัน หรือแม้กระทั่งบุคคลต่างเชื้อชาติ

อย่างไรก็ตาม แฮร์ริส เชื่อว่าการต่อสู้ในเรื่อนี้ยังไม่จบ หากประชาชนพร้อมใจกันเลือกนักการเมืองที่ให้ความสำคัญต่อสิทธิของบุคคลเข้ามาทำงานในสภาตามที่ ไบเดน เรียกร้อง

เรื่องที่เกิดขึ้นนี้ ไม่มีเพียงแต่กระแสวิพากษ์วิจารณ์ในประเทศเท่านั้น ยังเป็นที่สนใจของประเทศอื่น เช่น อังกฤษ ซึ่งนายกรัฐมนตรี บอริส จอห์นสัน ระบุว่าแม้เรื่องนี้จะเป็นคำวินิจฉัยของศาลประเทศอื่น แต่ก็เป็นการถ้อยหลังไปหลายก้าวและอาจมีอิทธิพลต่อวิธีคิดของประเทศอื่น ๆ ด้วย

สำหรับ สิทธิในการทำแท้งอย่างถูกกฎหมายของผู้หญิงชาวอเมริกันมีขึ้นหลังการวินิจฉัยคดีระหว่างโรกับเวด (Roe v. Wade) เมื่อปี ค.ศ. 1973 หรือเมื่อ 49 ปีก่อน ซึ่งครั้งนั้น ศาลสูงมีมติ 7 ต่อ 2 ว่าสิทธิของผู้หญิงในการยุติการตั้งครรภ์ ได้รับการคุ้มครอง โดยรัฐธรรมนูญ

การพิจารณาคดีดังกล่าว อนุญาตให้สตรีอเมริกัน ทำแท้งได้ในช่วงไตรมาสแรกของการตั้งครรภ์ แต่กำหนดข้อบังคับด้านสุขภาพ สำหรับผู้หญิงที่จะทำแท้งขณะตั้งครรภ์ในช่วงไตรมาสที่ 2 และห้ามทำแท้งอย่างเด็ดขาดในการตั้งครรภ์ช่วงไตรมาสที่ 3

ข่าวที่คุณอาจพลาด

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์


TOP ต่างประเทศ

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ