รัสเซีย ถล่มกรุงเคียฟอีกครั้งในรอบ 1 เดือน


โดย PPTV Online

เผยแพร่




รัสเซียถล่มเคียฟ ครั้งแรกในรอบเดือน อาคารบ้านเรือนเสียหาย ประชาชนได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นในระหว่างที่ผู้นำกลุ่ม G7 ประชุมร่วมกัน เพื่อใช้อำนาจทางเศรษฐกิจกดดันรัสเซีย

อาคารพักอาศัยหลังหนึ่งในกรุงเคียฟ เมืองหลวงของยูเครนถูกไฟไหม้และพังถล่มลงมาจากแรงของขีปนาวุธที่รัสเซียใช้วิธียิงขีปนาวุธจากเครื่องบินทิ้งระเบิดทางยุทธศาสตร์หรือ Strategic Bomber รุ่น TU-22M3 โดยโจมตีจากน่านฟ้าของเบลารุส

การกลับมาโจมตีเมืองหลวงของยูเครนครั้งแรกในรอบเกือบ 1 เดือนของรัสเซีย หลังจากระดมกำลังไปสู้รบในภาคตะวันออกของรัสเซีย จุดที่กลายเป็นเป้าหมายของในการโจมตีครั้งนี้คือ อาคารที่พักอาศัยใจกลางกรุงเคียฟและโรงเรียนอนุบาล มีรายงานว่า มีเสียงระเบิดดังขึ้นถึง 4 ครั้ง

กรุงเคียฟ เมืองหลวงยูเครน พร้อมรับมือรัสเซียโจมตีรอบใหม่

หลายชาติแจ้งพลเรือนเร่งอพยพจากยูเครน

เจ้าหน้าที่กู้ภัยที่พยายามลำเลียงผู้บาดเจ็บที่เป็นผู้หญิงลงมาจากอาคารที่สูง 9 ชั้น และหนึ่งในผู้บาดเจ็บอีกรายคือ เด็กหญิงวัย 7 ขวบ โดยหน่วยกู้ภัยช่วยเหลือเธออกมาได้สำเร็จ ด้านผู้บัญชาการตำรวจกรุงเคียฟบอกว่า มีผู้ได้รับบาดเจ็บอย่างน้อย 5 คน และเสียชีวิต 1 รายจากการโจมตีครั้งนี้

นอกเหนือจากเคียฟแล้ว รัสเซียยังได้ถล่มสถานที่ทางยุทธศาสตร์ของยูเครนอีกหลายแห่ง อิกอร์ โคนาเชนคอฟ โฆษกกระทรวงกลาโหมรัสเซียเปิดเผยว่า กองทัพอากาศรัสเซียได้ยิงขีปนาวุธคาลิเบอร์ เข้าใส่ศูนย์ฝึกกำลังททหารหลายแห่งของยูเครนได้รับความเสียหายอย่างหนัก

โอเล็กซานเดอร์ สตรุค (Oleksandr Stryuk) นายกเทศมนตรีเมืองซีเวโรโดเนตสก์ กล่าวผ่านโทรทัศน์เมื่อวานนี้ว่า ซีเวโรโดเนตสก์อยู่ภายใต้การยึดครองของรัสเซียทั้งหมดแล้ว

และใครก็ตามที่ยังติดค้างอยู่จะไม่สามารถเดินทางออกไปยังพื้นที่ที่ยูเครนควบคุมได้อีกต่อไป เนื่องจากเมืองนี้ถูกตัดขาดจากภายนอกโดยสิ้นเชิง

อย่างไรก็ตาม คีรีโล บูดานอฟ หัวหน้าหน่วยข่าวกรองทางทหารของกระทรวงกลาโหมยูเครน กล่าวถึงการเสียเมืองซีเวโรโดเนตสก์ว่า เป็นการล่าถอยในเชิงยุทธวิธี โดยกองกำลังยูเครนถอนออกมาอยู่ที่เมืองลิซีแชนสก์ที่อยู่อีกฝั่งแม่น้ำโดเนตส์ เพราะในจุดนี้ยูเครนจะได้เปรียบในการรบปกป้องพื้นที่ เพราะมีภูมิประเทศสูงกว่า

ด้านสถาบันสงครามศึกษา (The Institute for the Study of War) ซึ่งเป็นองค์กรด้านการวิจัยนโยบายของสหรัฐฯ ระบุว่า การเสียซีเวโรเดเนตสก์เป็นความสูญเสียของยูเครนหากมองว่า พื้นที่ใดๆ ที่ถูกกองกำลังรัสเซียยึดคือความสูญเสีย แต่การสู้รบที่ซีเวโรเดเนตสก์ไม่ใช่ชัยชนะเด็ดขาดของรัสเซีย เพราะ ยูเครนได้สร้างความเสียหายแก่กองทัพรัสเซียอย่างมากก่อนจะถอนกำลังออกไปจากที่นี่

เมืองซีเวโรเดเนตสก์และเมืองลิซีแชนสก์ เป็นพื้นที่สำคัญสุดท้ายของยูเครนในแคว้นลูฮันสก์ ซึ่งตอนนี้ถูกควบคุมโดยกองกำลังรัสเซียและฝ่ายกบฏแบ่งแยกดินแดนเกือบทั้งหมด

ขณะที่แคว้นโดเนตสก์ ซึ่งเป็นอีกแคว้นในภูมิภาคดอนบาส ถูกกองกำลังรัสเซียและกลุ่มแบ่งแยกดินแดนควบคุมไปแล้วครึ่งหนึ่ง หลังเสียเมืองซีเวโรโดเนตสก์ไป ประธานาธิบดีโวโลดิมีร์ เซเลนสกี ผู้นำยูเครนได้ออกมาประกาศว่ายูเครนจะยึดเมืองที่เสียไปให้กับรัสเซียกลับคืนมาทั้งหมด อย่างไรก็ตาม เขายอมรับว่า สงครามกระทบต่อสภาพจิตใจมากและหนักขึ้นเรื่อยๆ

ในวันที่รัสเซียหันกลับมาโจมตีเคียฟ ผู้นำยูเครนออกมาอ้อนวอนขอให้ชาติตะวันตกส่งระบบป้องกันภัยทางอากาศให้ โดยผู้นำยูเครนบอกว่า ระบบป้องกันภัยนี้แม้จะไม่สามารถสกัดขีปนาวุธของรัสเซียที่ยิงเข้ามาเมื่อวานนี้ได้ทั้งหมด แต่ก็ยังสกัดได้บางส่วน และเขาต้องการระบบป้องกันภัยทางอากาศเพิ่มเพื่อปกป้องชีวิตพลเรือน

เซเลนสกีบอกว่า พันธมิตรของยูเครนต้องตอบสนองในเรื่องการส่งอาวุธที่จำเป็นให้เร็วกว่านี้เพราะมีสัญญาณว่า รัสเซียแข็งกร้าวและโจมตีหนักขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะเมื่อวันเสาร์ซึ่งเป็นวันที่กรุงเคียฟถูกถล่ม รัสเซียยิงขีปนาวุธถล่มยูเครนทั่วประเทศถึง 62 ลูก

ในช่วงเริ่มต้นสงครามที่รัสเซียโจมตีกรุงเคียฟอย่างหนัก ยูเครนเคยขอร้องให้นาโตประกาศเขตห้ามบินหรือ No Fly Zone แต่นาโตไม่ประกาศเขตห้ามบินตามที่ยูเครนร้องขอ เพราะนาโตไม่ต้องการเผชิญหน้ากับรัสเซียโดยตรง เนื่องจากโดยหลักการแล้ว เมื่อนาโตประกาศเจตห้ามบิน นาโตต้องส่งเครื่องบินของตนเองไปสกัดเครื่องบินของรัสเซียที่บินเข้ามาเหนือน่านฟ้ายูเครน

การไม่ประกาศ No Fly Zone ทำให้ยูเครนมีความเปราะบางที่จะถูกโจมตีทางอากาศสูงมาก เนื่องจากยูเครนไม่มีระบบป้องกันภัยทางอากาศที่มีประสิทธิภาพ โดยก่อนหน้านั้น ยูเครนเคยร้องขอ Iron Dome จากอิสราเอล ซึ่ง Iron Dome ถือเป็นหนึ่งในระบบป้องกันภัยทางอากาศที่ดีที่สุดตัวหนึ่งของโลก แต่อิสราเอลไม่ส่งให้ตามคำขอ

ที่ผ่านมา สิ่งที่ยูเครนทำคือ การพยายามสกัดขีปนาวุธของรัสเซียด้วยตนเองโดยใช้ระบบต่อต้านขีปนาวุธรุ่น S-300 ซึ่งไม่สามารถสกัดขีปนาวุธบางประเภทได้ และเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ยูเครนเพิ่งจะได้รับมอบระบบยิงจรวดหลายลำกล้องคล่องตัวสูง หรือไฮมาร์ส (HIMARS) เพื่อตอบโต้ระบบขีปนาวุธของรัสเซียที่กำลังหลายพื้นที่ของยูเครนในภูมิภาคดอนบาส อย่างไรก็ดี ไม่มีการเปิดเผยว่ายูเครนได้รับไฮมาร์สมาทั้งหมดกี่ตัว

G7 คือ กลุ่มประเทศอุตสาหกรรมชั้นนำ 7 ประเทศ ประกอบไปด้วย สหรัฐ สหราชอาณาจักร เยอรมนี อิตาลี ฝรั่งเศส แคนาดาและญี่ปุ่น ซึ่งเป็นการรวมตัวกันของชาติที่ร่ำรวยและเศรษฐกิจใหญ่เบอร์ต้นๆ ของโลก โดยขนาดของเศรษฐกิจ 7 ประเทศนี้เท่ากับขนาดของเศรษฐกิจครึ่งโลก เมื่อปีที่แล้ว GDP ของทุกประเทศในโลกรวมกันอยู่ที่ประมาณ 2,620 ล้านล้านบาท แต่กว่า 1,228 ล้านล้านบาทอยู่ที่กลุ่มประเทศ G7

ท่ามกลางการรุกรานยูเครน สิ่งที่ประเทศเหล่านี้กำลังทำคือ ใช้อำนาจทางเศรษฐกิจในมือเพื่อหยุดรัสเซียไม่ให้มีเงินทำสงครามต่อโดยหารือเรื่องการแบนทองคำจากรัสเซีย

ทองคำคือสินค้าส่งออกที่สำคัญของรัสเซีย รองจากพลังงานอย่างน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ โดยเมื่อปีที่แล้ว รัสเซียส่งออกทองคำคิดเป็นมูลค่าประมาณ 15,200 ล้านดอลลาร์ แต่การแบนทองคำจากรัสเซียไม่เพียงการมุ่งตัดรายได้ของรัสเซียเท่านั้น แต่ยังเป็นการป้องกันไม่ให้คนที่อยู่ในรายชื่อการคว่ำบาตรเลี่ยงการถูกคว่ำบาตรด้วยการซื้อทองคำเก็บไว้ด้วย

อย่างไรก็ดี การแบนทองคำของรัสเซียจะไม่กระทบกับทองที่ถูกส่งออกหรือซื้ออย่างถูกกฎหมายไปก่อนหน้านี้ วันนี้ ประธานาธิบดีโจ ไบเดน ของสหรัฐฯ ประกาศว่า กลุ่มประเทศ G7 และสหรัฐได้มีมติอนุมัติงบสองแสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯให้กับประเทศที่มีรายได้ปานกลางและรายได้น้อยในรูปของเงินให้เปล่า กองทุน และการลงทุนของเอกชนในระยะเวลา 5 ปีหลังจากนี้

โดยเงินก้อนนี้จะถูกใช้เพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน การพัฒนาระบบสาธารณสุขของโลก และแก้ปัญหาการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศที่กำลังคุกคามหลายประเทศ และผู้นำสหรัฐฯ ย้ำชัดในระหว่างแถลงข่าวว่า เงินก้อนนี้จะทำให้ชาติต่าง ๆ เห็นประโยชน์จากการเป็นพันธมิตรกับชาติประชาธิปไตย

คำพูดของผู้นำสหรัฐฯ ชัดเจนแบบไม่ต้องตีความเลยว่า การประกาศงบให้ประมาณมหาศาลก้อนนี้ ก็เพื่อถ่วงดุลและคานอำนาจโครงการหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทางของจีน
โดยโครงการหนึ่งแถบ หนึ่งเส้นทาง หรือ One Belt, One Road ริเริ่มโดยประธานาธิบดีสี จิ้นผิงของจีน เปิดตัวเมื่อปี 2013 ซึ่งเป็นโครงการที่มีเป้าหมายที่ทะเยอทะยานมาก

นั่นก็คือ เชื่อมต่อเส้นทางใน 70 ประเทศให้ประชากรถึง 2 ใน 3 ของโลกได้ไปมาหาสู่กัน ผ่านเครือข่ายสะพานและอุโมงค์เชื่อมต่อพรมแดนและเครือข่ายท่าเรือซึ่งรองรับเส้นทางเดินเรือใหม่ในทะเล หลายฝ่ายมองว่า นี่คือ การขยายอิทธิพลความมั่นคงของจีนผ่านการค้าและเศรษฐกิจ ในวันที่เกิดสงครามในยูเครน ประเทศตะวันตกจึงอยู่เฉยไม่ได้ เมื่อจีนมีท่าทีเอนเอียงไปทางรัสเซีย นี่จึงเป็นที่มาของการประกาศงบประมาณ 2 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ มาสู้กับจีน โดยมีเป้าหมายสำคัญคือ ประเทศที่เลือกไม่ประณามรัสเซีย เช่น อินเดีย เพราะที่ผ่านมา อินเดียประกาศวางตัวเป็นกลาง และซื้อน้ำมันจากรัสเซียเพิ่มขึ้นในปริมาณที่มหาศาล ซึ่งชาติตะวันตกมองว่า การทำแบบนี้ของอินเดียส่งผลให้มาตรการต่างๆ ของชาติตะวันตกเช่นการคว่ำบาตรต่อรัสเซียได้ผลไม่เต็มที่

โดยในการประชุม G7 คราวนี้ นเรนทรา โมดี นายกรัฐมนตรีอินเดียได้รับเชิญให้เข้าร่วมประชุมในฐานะผู้สังเกตุการณ์ด้วย นอกจากนี้ กลุ่ม G7 ก็ยังมีการเชิญแอฟริกาใต้ซึ่งเป็นอีกหนึ่งประเทศที่ไม่ประณามรัสเซียเข้าร่วมสังเกตการณ์เช่นกัน

ข่าวที่คุณอาจพลาด

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์


TOP ต่างประเทศ

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ