ประธานาธิบดี โวโลดิเมียร์ เซลินสกี กล่าวต่อรัฐสภายูเครนว่าการเข้าเป็นสมาชิกสหภาพยุโรป หรือ อียู จำเป็นต้องดำเนินการอย่างรวดเร็วเท่าที่จะสามารถทำได้ และต้องไม่ใช้เวลายาวนานหลายสิบปี เซลินสกี้ ย้ำว่า การเข้าเป็นสมาชิกสหภาพยุโรปจะสร้างอนาคตที่มีเสถียรภาพและสันติสุขให้กับยูเครนเหมือนกับประเทศอื่นๆที่เป็นสมาชิกสหภาพยุโรป
ขณะเดียวกัน เออร์ซูลา วอน เดอร์ เลย์เยน ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป ได้ใช้ระบบวิดีโอลิงก์กล่าวปราศรัยต่อรัฐสภายูเครน
รัสเซียอ้างยึดโรงกลั่นน้ำมันเมืองลิซีแชนสก์ได้แล้ว
ว่า การเข้าเป็นสมาชิกสหภาพยุโรป ของยูเครน มีภาพที่ชัดเจนมากขึ้น และแม้ว่าหนทางยังคงอีกยาวไกล แต่สมาชิกอียูทั้งหลายยังสนับสนุนยูเครนอย่างเต็มที่ ทั้งในเรื่องการสู้รบเพื่อรับมือกับการรุกรานของรัสเซียและการต่อสู้เพื่อให้ยูเครนกลับมาเข้าร่วมกับครอบครัวชาวยุโรป
อย่างไรก็ตาม ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป ย้ำว่า ยูเครนจะต้องดำเนินการปฏิรูปในด้านต่าง ๆ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในเงื่อนไขการเข้าเป็นสมาชิกสหภาพยุโรป และเพื่อเป็นการสร้างความมั่นใจให้กับภาคธุรกิจที่จะนำเงินเข้ามาลงทุน
โดยการปฏิรูปที่สหภาพยุโรปต้องการให้ยูเครนดำเนินการอย่างเร่งด่วน มีทั้งการประกาศใช้กฎหมายสื่อมวลชนฉบับใหม่ การบังคับใช้กฏระเบียบเพื่อลดอิทธิพลของกลุ่มมหาเศรษฐีที่มีอิทธิพลในทางการเมือง และการแต่งตั้งเจ้าหน้าที่ระดับสูงในองค์กรต่อต้านการคอร์รัปชัน
ขณะเดียวกัน กระทรวงการต่างประเทศยูเครนได้ทำหนังสือถึงรัฐตุรกีเรียกร้องขอให้ยึดเรือขนส่งสินค้าสัญชาติรัสเซีย "ชิเบค โชลี" (Zhibek Zholy) ซึ่งขณะนี้จอดลอยลำอยู่ใกล้ ๆ กับเมืองท่าคาราซูของตุรกี ในทะเลดำเพื่อรอขนถ่ายสินค้าสินค้า โดยกระทรวงทรวงต่างประเทศยูเครน ระบุว่า เรือลำนี้บรรทุกธัญพืชล็อตแรกประมาณ 4,500 ตัน ที่ขโมยมาจากเมืองเบิร์ดยังสก์ของยูเครน
ขณะที่ก่อนหน้านี้ สำนักงานอัยการยูเครนได้ส่งหนังสือถึงกระทรวงยุติธรรมตุรกีลงวันที่ 30 มิ.ย แจ้งว่าเรือลำนี้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการลักลอบส่งออกธัญพืชจากเมืองเบิร์ดสยังก์และกำลังมุ่งหน้าสู่เมืองคาราซู ของตุรกี โดย เมฟลุต คาวูโชกลู รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศตุรกี เปิดเผยว่า รัฐบาลตุรกีกำลังดำเนินการสืบสวนกรณีที่มีการกล่าวอ้างว่าเมล็ดธัญพืชของยูเครนถูกรัสเซียขโมยไป ซึ่งทางการยูเครนกล่าวหารัสเซียว่าขโมยธัญพืชของตนเองไปกว่า 600,000 ตัน และส่งออกบางส่วนไปยังหลายประเทศ รวมถึงตุรกีด้วย
สำหรับปัญหาการขนส่งธัญพืชของยูเครนกำลังกลายเป็นปัญหาเร่งด่วนระหว่างประเทศที่มีส่วนทำให้ราคาอาหารทั่วโลกปรับตัวสูงขึ้น โดยทุกปีจะมีธัญพืชหลายล้านตันถูกส่งออกไปยังชาติแอฟริกาและตะวันออกกลาง แต่ตอนนี้การขนส่งทางเรือไม่อาจทำได้ เนื่องจากกองเรือรบรัสเซียปิดกันท่าเรือติดทะเลดำของยูเครนเอาไว้ ฝ่ายรัสเซียเรียกร้องให้ยูเครนปลดทุ่นระเบิดนอกชายฝั่งทะเลดำ เพื่อให้เส้นทางส่งออกกลับมาใช้งานได้อีกครั้ง
ส่วนความคืบหน้าเหตุการณ์กองทัพรัสเซียยิงขีปนาวุธถล่มอาคารที่อยู่อาศัยในภูมิภาคโอเดสซา ของยูเครนเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ทางการยูเครนเปิดเผยว่าจำนวนผู้เสียชีวิตได้เพิ่มขึ้นเป็นอย่างน้อย 21 คน ซึ่งเจ้าหน้าที่ยังคนค้นหาผู้รอดชีวิตจากเหตุการร์นี้ต่อไป
ขณะที่รัฐบาลเยอรมนีได้ออกแถลงการณ์ประณามรัสเซียต่อเหตุโจมตีดังกล่าวโดยระบุว่าเป็นการกระทำที่ไร้ความเป็นมนุษย์ และ ไม่มีความรับผิดชอบ
อย่างไรก็ตามรัฐบาลรัสเซียยืนยันว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ใช่ฝีมือของกองทัพรัสเซีย ส่วนนายกรัฐมนตรี โอลาฟ ชอลซ์ ผู้นำเยอรมนี กล่าวระหว่างการประชุมองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือหรือนาโตในประเทศสเปนว่าเยอรมนีกำลังยกระดับศักยภาพทางการทหารให้รวดเร็วที่สุดเพื่อรับมือภัยคุกคามจากรัสเซีย โดยชอลซ์ย้ำว่านาโตควรเพิ่มขีดความสามารถท่างทหารของตนเองเพื่อรับมือกับรัสเซียที่ใช้นโยบายการเมืองที่แข็งกร้าว
ส่วน ประธานาธิบดี โจ ไบเดน ผู้นำสหรัฐเปิด เผยระหว่างร่วมการประชุมนาโตว่าสหรัฐฯ พร้อมจะให้เงินช่วยเหลือยูเครนอีก 840 ล้านดอลลาร์ หรือเกือบ 30,000 ล้านบาท เพื่อสนับสนุนการปกป้องประเทศจากรัสเซีย
นอกจากนี้ ไบเดน ยังระบุว่า การที่รัสเซียส่งกำลังทหารรุกรานยูเครนทำให้ชาติสมาชิกนาโตมีความเหนียวแน่วกันมากกว่าเดิม พร้อมทั้งประกาศว่าจะเพิ่มจำนวนเรือพิฆาตของกองทัพอเมริกันในสเปนจาก 4 ลำเป็น 6 ลำ เพิ่มฝูงเครื่องบินรบ F35 ในอังกฤษอีก 2 ฝูง และ จะจัดตั้งสำนักงานใหญ่กองทัพบกหน่วยที่ 5 ในโปแลนด์
ขณะที่ นายกรัฐมนตรี โยนาส การ์ สเตอเรอ (JONAS GAHR STOERE) ผู้นำนอรเวย์ ได้เดินทางเยือนกรุงเคียฟของยูเครน เมื่อวานนี้และได้แถลงข่าวร่วมกับ ประธานาธิบดี โวโลดิเมียร์ เซลินสกี โดย สเตอเรอ สัญญาว่านอรเวย์จะมอบเงินช่วยเหลือยูเครนอีกประมาณ 1,000 ล้านยูโร หรือประมาณ 37,000 ล้านบาทให้กับยูเครนตลอดปี 2022 นี้ ไปจนถึงปี 2023 โดยเงินในส่วนนี้จะถูกนำไปใช้ในด้านต่างๆ ที่จำเป็นทั้งการให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมให้แก่ชาวยูเครน การต่อสู้กับรัสเซีย และการฟื้นฟูประเทศ
ส่วนการให้ความช่วยเหลือชาติอื่นๆในยุโรปด้านพลังงาน ซึ่งนอรเวย์เป็นประเทศผู้ส่งออกทั้งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ นายกรัฐมนตรี สเตอเรอ ยืนยันว่าขณะนี้บริษัทด้านพลังงานของนอรเวย์ได้เพิ่มกำลังผลิตให้อยู่ในระดับสูงสุดอยูแล้ว แต่ยังสามารถ เพิ่มการผลิตได้อีกเล็กน้อย