เมื่อวานนี้ (13 ก.ค.) ได้มีการประชุมร่วมกันระหว่าง รัสเซีย ยูเครน ตุรเคีย และองค์การสหประชาชาติ (UN) ที่กรุงอิสตันบูล เพื่อหารือหาทางออกในการส่งออกสินค้าอาหารและการเกษตรของยูเครน โดยเป็นการประชุมปิดและไม่มีใครทราบเนื้อหาการประชุม
หลังการประชุมเสร็จสิ้น ตุรเคียประกาศว่า ได้ข้อสรุปข้อตกลง 4 ฝ่าย ว่าจะมีการเปิดเส้นทางให้มีการส่งออกสินค้าอาหารและการเกษตรของยูเครนไปยังประเทศปลายทางอีกครั้ง เพื่อคลี่คลายวิกฤตอาหารโลกที่กำลังก่อตัวขึ้น
สหรัฐฯ เผย อิหร่านเตรียมจัดหาโดรน-UAV ส่งให้รัสเซีย
ฮูลูซี อาคาร์ รัฐมนตรีกลาโหมตุรเคีย กล่าวว่า ทั้ง 4 ฝ่ายจะมีการลงนามในข้อตกลงความร่วมมืออย่างเป็นทางการอีกครั้งในสัปดาห์หน้า
ภายใต้ข้อตกลง ทุกฝ่ายจะร่วมกันตรวจสอบสินค้าอาหาร-การเกษตรที่ท่าเรือ ส่วนบทบาทของตุรเคียคือการให้การรับรองความปลอดภัยของเส้นทางขนส่งสินค้าในทะเลดำ และจะทำหน้าที่เป็นตัวกลางประสานงานระหว่าง รัสเซีย ยูเครน และยูเอ็นด้วย
ด้าน โวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ประธานาธิบดียูเครน กล่าวว่า “คณะผู้แทนยูเครนรายงานว่า มีความคืบหน้าในการเจรจา ในอีกไม่กี่วันข้างหน้า เราจะตกลงในรายละเอียดกับเลขาธิการสหประชาชาติอีกครั้ง”
เขาเสริมว่า “เราพยายามอย่างมากในการจัดหาอาหารคืนสู่ตลาดโลก และผมรู้สึกขอบคุณต่อสหประชาชาติและตุรเคียสำหรับความพยายามของพวกเขา”
ขณะที่ อันโตนิโอ กูเตอร์เรส เลขาธิการยูเอ็น บอกว่า ข้อตกลงที่กำลังจีขึ้นนี้ ถือเป็น “ก้าวสำคัญ” ในการคืนชีพการส่งออกสินค้าอาหารและการเกษตรของยูเครน แต่เตอนว่า “ยังมีงานอีกมากที่ต้องทำเพื่อให้การพูดคุยกันในวันนี้เกิดขึ้นได้จริง”
เปียโตร อิลีเชฟ หัวหน้าฝ่ายองค์การระหว่างประเทศ กระทรวงต่างประเทศรัสเซีย ให้สัมภาษณ์กับ Interfax สื่อรัสเซีย ว่า รัสเซียจะร่วมเป็นผู้ตรวจสอบเรือที่จะใช้ขนส่งสินค้าอาหารและการเกษตรของยูเครน เพราะเกรงว่าจะมีการลักลอบขนส่งอาวุธ
นับตั้งแต่รัสเซียเริ่ม “ปฏิบัติการพิเศษทางทหารในยูเครน” มีธัญพืชติดค้างอยู่ในยูเครนมากกว่า 20 ล้านตัน และเรือสินค้าไม่สามารถเข้าออกท่าเรือยูเครนได้ เนนื่องจากถูกรัสเซียปิดกั้นเส้นทาง และทั้งรัสเซีย-ยูเครนต่างติดตั้งทุ่นระเบิดในน่านน้ำเพื่อป้องกันอีกฝ่าย
จุดจบตระกูลราชปักษา จากฮีโร่สงครามสู่ปรสิตกัดกินประเทศ
เรียบเรียงจาก The Guardian
ภาพจาก AFP / Getty Image