กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ประกาศจะใช้งบประมาณ 1.3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (4.7 หมื่นล้าน) เพื่อพัฒนาระบบดาวเทียมขั้นสูง ที่สามารถติดตามและเฝ้าระวังภัยคุกคามอาวุธความเร็วเหนือเสียง (ไฮเปอร์โซนิก) ได้ดีขึ้น โดยตามสัญญา 2 ฉบับ จะมีการส่งระบบเฝ้าระวังนี้ขึ้นไปบนวงโคจรของโลกภายในปี 2025
เดเร็ก ทัวร์เนียร์ ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาอวกาศ กล่าวว่า สัญญา 2 ฉบับดังกล่าวจะจัดหาดาวเทียม 28 ดวงที่จะใช้ในระบบเฝ้าระวัง โดยสหรัฐฯ จะเดินหน้าขยายขอบเขตและเพิ่มความสามารถในการรับมือกับภัยคุกคามที่เพิ่มขึ้นจากรัสเซียและจีน
ที่ปรึกษาผู้นำอิหร่านเผย “พร้อมสร้างระเบิดนิวเคลียร์”
สำหรับสัญญา 2 ฉบับนั้น เป็นสัญญากับ L3Harris Technologies และ Northrop Grumman Strategic Space Systems
สหภาพยุโรปหารือรับมือ อากาศร้อนจัด-ไฟป่าในหลายประเทศ
ศรีลังกาเรียกร้องนายกฯวิกรมสิงเห ลาออก ก่อนเลือก ปธน.คนใหม่
โดย L3Harris จะผลิตดาวเทียม 14 ดวงในราคาประมาณ 700 ล้านดอลลาร์ และ Northrop จะผลิตดาวเทียม 14 ดวงที่มูลค่าประมาณ 617 ล้านดอลลาร์ รวมประมาณ 1.3 พันล้านดอลลาร์ แต่ค่าใช้จ่ายทั้งหมดของโครงการ ซึ่งรวมถึงการปล่อยดาวเทียม การควบคุมและการสนับสนุนภาคพื้นดิน จะอยู่ที่ประมาณ 2.5 พันล้านดอลลาร์ (ราว 9.1 หมื่นล้านบาท)
นิยามของอาวุธความเร็วเหนือเสียง คือสิ่งที่สามารถเดินทางได้ด้วยความเร็วมากกว่า 5 มัค หรือเร็วกว่าความเร็วเสียง 5 เท่า คือประมาณ 6,100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
ทั้งสองประเทศดังกล่าวมีความก้าวหน้าในการพัฒนาอาวุธไฮเปอร์โซนิก ซึ่งติดตามและยิงสกัดได้ยากกว่า เพราะสามารถเคลื่อนที่หลบหลีกในระหว่างการบินได้มากกว่าอาวุธยุทโธปกรณ์ทั่วไป
ปีที่แล้ว จีนได้ทดสอบสิ่งที่เจ้าหน้าที่สหรัฐกล่าวว่าเป็นอาวุธความเร็วเหนือเสียง และรัสเซียได้ใช้อาวุธดังกล่าวในการโจมตีระหว่างการรุกรานยูเครน
อาวุธความเร็วเหนือเสียงที่เป็นที่รู้จักในปัจจุบัน ประกอบด้วย ยานร่อนความเร็วเหนือเสียง (Hypersonic Glide Vehicle: HGV) ลักษณะเป็นยานหรือจรวดที่ยิงนำส่งไปยังระดับความสูงมาก ๆ และแล่นลงไปยังเป้าหมาย และอีกประเภทคือ ขีปนาวุธร่อนความเร็วเหนือเสียง (Hypersonic Cruise Missile: HCM) เป็นขีปนาวุธร่อนสมัยใหม่ที่ทำความเร็วเหนือเสียงได้จากการใช้เครื่องยนต์ เพื่อไต่ความเร็วให้ถึงระดับที่ต้องการและเคลื่อนที่ไปยังเป้าหมาย
“รัสเซียและจีนกำลังพัฒนาและทดสอบยานร่อนความเร็วเหนือเสียง อาวุธขั้นสูงเหล่านี้มีความคล่องตัวอย่างยิ่ง ... ดาวเทียมเหล่านี้ได้รับการออกแบบมาโดยเฉพาะเพื่อให้เราตามทันภัยคุกคามรุ่นต่อไป เพื่อให้เราสามารถตรวจจับและติดตามยานหรือขีปนาวุธที่เคลื่อนที่ด้วยความเร็วเหนือเสียงเหล่านี้ และคาดการณ์จุดโจมตีของพวกมันได้” ทัวร์เนียร์กล่าว
สภาคองเกรสกำลังจัดหาเงินทุนเพิ่มเติมสำหรับโครงการนี้โดยเฉพาะ เพื่อตอบสนองต่อความกังวลในภูมิภาคอินโดแปซิฟิก และตอบสนองต่อการพัฒนาทางทหารที่ก้าวหน้าอย่างรวดเร็วของจีน
ทัวร์เนียร์กล่าวว่า “ในอดีตสหรัฐฯ ไม่มีดาวเทียมที่ออกแบบมาเพื่อตรวจจับและติดตามอาวุธความเร็วเหนือเสียงดังกล่าว ส่วนในปัจจุบัน แม้ยังมีความสามารถที่ จำกัดในการติดตาม แต่ก็ไม่ใช่ว่าเราจะไม่มีความสามารถในการติดตามและเฝ้าระวังเลย”
เขากล่าวว่า ดาวเทียมใหม่จะช่วยให้สหรัฐฯ สามารถตรวจจับการปล่อยขีปนาวุธไฮเปอร์โซนิกได้ จากนั้นติดตามและคำนวณว่า มันกำลังมุ่งหน้าไปที่ใด แล้วให้ข้อมูลนั้นแก่กองกำลังที่สามารถยิงสกัดกั้นได้
ทัวร์เนียร์กล่าวว่า โครงการนี้แสดงถึงการเปลี่ยนแปลงของสหรัฐฯ ไปสู่ระบบดาวเทียมที่มีขนาดใหญ่และซับซ้อน แทนที่จะอาศัยดาวเทียมขนาดใหญ่และมีราคาแพงกว่า
เขาเสริมว่า ระบบดาวเทียมเฝ้าระวังอาวุธไฮเปอร์โซนิกนี้ จะแบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม คือกลุ่มที่อยู่ในวงโคจรระยะ 1,000 กิโลเมตร และกลุ่มที่สองจะอยู่ที่วงโคจรระยะประมาณ 10,000-20,000 กิโลเมตร
นอกจากนี้ ดาวเทียม 28 ดวงนี้เป็นเพียงระบบดาวเทียมชุดแรกเท่านั้น คาดว่าหลังจากนี้จะมีดาวเทียมชุดที่สองอีก 54 ดวง
เรียบเรียงจาก AP
ภาพจาก AFP
กานารายงานพบผู้ติดเชื้อ “ไวรัสมาร์บวร์ก” 2 ราย เสียชีวิตทั้งคู่