หลังประธานาธิบดีสหรัฐฯ โจ ไบเดน เสร็จสิ้นภารกิจเดินทางเยือนอิสราเอลและซาอุดิอาระเบีย และให้คำมั่นว่า “จะยับยั้งไม่ให้อิหร่านครอบครองอาวุธนิวเคลียร์” ก็ได้มีเสียงตอบโต้จากทางฝ่ายอิหร่าน
เมื่อวันอาทิตย์ (17 ก.ค.) คามาล คาร์ราซี อดีตรัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศอิหร่าน และที่ปรึกษาอาวุโสของผู้นำสูงสุดอิหร่าน ได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อต่างประเทศว่า “อิหร่านมีความสามารถในทางเทคนิคในการสร้างระเบิดนิวเคลียร์ได้เอง แต่แค่ยังไม่ได้ตัดสินใจว่าจะสร้างระเบิดหรือไม่”
คลัง “อาวุธนิวเคลียร์” ทั่วโลก จะเพิ่มขึ้นหลังจากนี้
ที่ผ่านมา อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดอิหร่าน ปฏิเสธมาโดยตลอดว่า ไม่ได้พยายามจัดหาหรือครอบครองอาวุธนิวเคลียร์ โดยเคยบัญญัติไว้ในกหมายศาสนาฟัตวาด้วยในช่วงปี 2000 แต่ความคิดเห็นข้างต้นของคาร์ราซีอาจเป็นสัญญาณบอกเป็นนัย ๆ ว่า อิหร่านเองก็มีความสนใจในอาวุธนิวเคลียร์ต่างจากที่เคยบอกก่อนหน้านี้
“ในไม่กี่วันเราสามารถเสริมสมรรถนะยูเรเนียมได้มากถึง 60% และเราสามารถผลิตยูเรเนียมเสริมสมรรถนะ 90% ได้อย่างง่ายดาย ... อิหร่านมีวิธีทางเทคนิคในการผลิตระเบิดนิวเคลียร์ แต่อิหร่านยังไม่มีการตัดสินใจที่จะสร้างมันขึ้นมา” คาร์ราซีกล่าว
การเสริมสมรรถนะยูเรเนียม (Uranium Enrichment) คือการทำให้ยูเรเนียมเข้มข้นขึ้นในระดับที่นำไปใช้กับเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ได้ ซึ่งหากอิหร่านเพิ่มสมรรถนะยูเรเนียมได้มากถึง 60% จริง จะเป็นการละเมิดข้อตกลงนิวเคลียร์ปี 2015 ที่กำหนดให้อิหร่านรักษาระดับสมรรถนะยูเรเนียมไว้ที่ 3.67% เท่านั้น ทั้งนี้ ยูเรเนียมเสริมสรรถนะที่เหมะสำหรับการสร้างระเบิดนิวเคลียร์จะอยู่ที่ 90%
สำหรับข้อตกลงนิวเคลียร์ปี 2015 เป็นการตกลงระหว่าง อิหร่าน จีน ฝรั่งเศส เยอรมนี รัสเซีย สหราชอาณาจักร สหรัฐฯ และสหภาพยุโรป ซึ่งจะกำหนดข้อจำกัดกิจกรรมด้านนิวเคลียร์ของอิหร่าน แลกกับการที่ประเทศเหล่านี้จะต้องผ่อนมาตรการคว่ำบาตรอิหร่าน
แต่ในปี 2018 อดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ ได้ยกเลิกสนธิสัญญานิวเคลียร์ และคว่ำบาตรอิหร่านทางเศรษฐกิจอย่างหนัก ทำให้อิหร่านตอบโต้ด้วยการเริ่มละเมิดข้อจำกัดด้านนิวเคลียร์
ปีที่แล้ว รัฐมนตรีข่าวกรองของอิหร่านกล่าวว่า แรงกดดันจากตะวันตกอาจผลักดันให้อิหร่านต้องแสวงหาอาวุธนิวเคลียร์
อิหร่านกล่าวว่า ปัจจุบันมีเพียงการกลั่นยูเรเนียมสำหรับการใช้พลังงานภาคพลเรือนเท่านั้น และกล่าวว่า การละเมิดข้อตกลงระหว่างประเทศจะแก้ไขได้หากสหรัฐฯ ยกเลิกการคว่ำบาตรและเข้าร่วมข้อตกลงอีกครั้ง
เดิมทีไบเดนมีท่าทีว่าจะต้องการทำข้อตกลงด้านนิวเคลียร์กับอิหร่านอีกครั้ง โดยมีการเจรจาถึงโครงร่างกว้าง ๆ ของข้อตกลงแล้ว แต่การเจรจาก็พังทลายเมื่ออิหร่านเรียกร้องคำสัญญาและการรับประกันจากสหรัฐฯ ว่า ห้ามยกเลิกข้อตกลงนิวเคลียร์เองแบบที่ทรัมป์เคยทำอีก
ไบเดนไม่สามารถให้คำมั่นสัญญานี้ได้ โดยบอกว่า ข้อตกลงนิวเคลียร์เป็นความเข้าใจทางการเมืองที่ไม่ผูกมัดเท่านั้น ไม่ใช่สนธิสัญญาที่มีผลผูกพันทางกฎหมาย
“สหรัฐฯ ไม่ได้ให้การรับประกันเกี่ยวกับการรักษาข้อตกลงนิวเคลียร์ และสิ่งนี้ทำลายความเป็นไปได้ของข้อตกลงใด ๆ” คาร์ราซีกล่าว
ด้านอิสราเอลได้ขู่ว่า จะโจมตีแหล่งนิวเคลียร์ของอิหร่าน หากการเจรจาทางการทูตในการควบคุมความทะเยอทะยานทางนิวเคลียร์ของอิหร่านล้มเหลว
คาร์ราซีกล่าวว่า อิหร่านจะไม่มีวันเจรจาโครงการขีปนาวุธ นิวเคลียร์ และนโยบายระดับภูมิภาคของตนตามที่ชาติตะวันตกและพันธมิตรในตะวันออกกลางเรียกร้อง
“ใครก็ตามที่เล็งเป้าหมายมาที่ความมั่นคงของเราจากประเทศเพื่อนบ้าน เราจะตอบโต้โดยตรงต่อประเทศเหล่านี้และอิสราเอล” คาร์ราซีกล่าว
เรียบเรียงจาก Reuters
ภาพจาก AFP
กานารายงานพบผู้ติดเชื้อ “ไวรัสมาร์บวร์ก” 2 ราย เสียชีวิตทั้งคู่
ผู้นำสหรัฐฯ ลั่นไม่ทิ้งตะวันออกกลาง ยัน พร้อมเป็นพันธมิตรที่แข็งขัน