ปธน.ยูเครนขออาวุธจากชาติตะวันตกเพิ่ม หลังถูกถล่มหนัก


โดย PPTV Online

เผยแพร่




เข้าสู่วันที่ 149 ของสงครามในยูเครน ภูมิภาคดอนบาสยังคงเป็นเป้าหมายหลักที่รัสเซียต้องการยึดครองให้ได้ และนี่น่าจะเป็นเหตุผลที่ทำให้ยูเครนโดนถล่มหนักในช่วง 1-2 สัปดาห์ที่ผ่านมา อย่างไรก็ดี ตอนนี้รัสเซียไม่ได้โจมตีพื้นที่ทางการทหารเพียงอย่างเดียว แต่รัสเซียมุ่งโจมตีที่พักอาศัยของประชาชนมากขึ้น

คืนวานนี้ ( 21 ก.ค.) โวโลดิมีร์ เซเลนสกี ประธานาธิบดีของยูเครนรายงานว่า กองทัพรัสเซียโจมตีใส่พื้นที่อาศัยของพลเรือนยูเครนหลายพื้นที่ เช่น แคว้นคาร์คีฟ เมืองสลาเวียนสก์ และครามาทอร์สก์ ส่งผลให้ประชาชนเดือดร้อนอย่างหนัก มีทั้งผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต

ผู้นำยูเครนระบุเพิ่มเติมว่า การโจมตีพลเรือนของรัสเซียเช่นนี้เป็นเหตุผลที่หนักแน่นว่ายูเครนควรได้รับระบบขีปนาวุธไฮมาร์สจากชาติตะวันตกเพิ่ม

รัสเซีย ขโมยเหล็กยูเครนกว่า 2,700 ตัน ขนลงเรือ

สหรัฐฯเผย รัสเซียเตรียมผนวกดินแดนของยูเครน

 

ส่วนความเสียหายล่าสุดมีที่ไหนบ้าง?

เริ่มต้นที่แคว้นคาร์คีฟซึ่งตั้งอยู่ทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือของยูเครน  เมื่อวานนี้มีรายงานว่า รัสเซียได้ยิงจรวดปืนใหญ่โจมตีสองพื้นที่ในแคว้นคาร์คีฟ ซึ่งเป็นพื้นที่พักอาศัยของพลเรือน ทำให้อาคารบ้านเรือนและห้างร้านต่าง ๆ ได้รับความเสียหาย

นอกจากนี้สำนักงานอัยการของแคว้นคาร์คีฟรายงานว่า มีผู้เสียชีวิตแล้ว 3 ราย และบาดเจ็บอีกอย่างน้อย 23 คน

ถัดลงมาที่แคว้นโดเนตสก์ เมื่อวานนี้มีรายงานว่า รัสเซียได้ยิงขีปนาวุธหลายลูกโจมตีใส่เมืองครามาทอร์สก์ ซึ่งเป็นเมืองที่รัสเซียต้องการรุกคืบยึดพื้นที่ต่อ

ผลจากการโจมตีทำให้อาคารบ้านเรือน รวมถึงโรงเรียนได้รับความเสียหายจากแรงระเบิดยอย่างหนัก และอาคารบางส่วนถล่มลงมา

ด้านประชาชนในพื้นที่เล่าว่าได้ยินเสียงระเบิดเกิดขึ้นถึงสองครั้ง จนต้องหนีออกมาอยู่ที่ถนนแทน

นอกจากครามาทอร์สก์แล้ว อีกเมืองหนึ่งของแคว้นโดเนตสก์ที่ถูกโจมตีคือ บัคมุต

โดยสำนักงานตำรวจของแคว้นโดเนตสก์ระบุว่า เมื่อวานนี้รัสเซียได้ใช้ขีปนาวุธถึง 3 ระบบ ได้แก่ขีปนาวุธร่อนอิสคันเดอร์-เค ขีปนาวุธทอร์นาโด-เอส และขีปนาวุธสเมิร์ช โจมตีใส่หมู่บ้านในเมืองบัคมุตและคอนสแตนตินิฟกาถึง 13 หมู่บ้าน

ผลจากการโจมตีทำให้อาคารบ้านเรือนของประชาชนได้รับความเสียหาย แต่ตอนนี้ยังไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตอย่างเป็นทางการออกมา

ถัดมาที่ความคืบหน้าในเมืองมาริอูปอลทางตอนใต้ของยูเครน ซึ่งถูกรัสเซียครอบครองไว้อย่างสมบูรณ์ หลังจากที่มีการต่อสู้กันอย่างหนักเมื่อสามเดือนก่อน

ผลจากการต่อสู้อย่างดุเดือดและการใช้กลยุทธ์ผลาญภพของรัสเซียในวันนั้น ทำให้วันนี้ประชาชนในพื้นที่ต้องพยายามเอาชีวิตรอดอย่างยากลำบาก เนื่องจากอาคารบ้านเรือนได้รับความเสียหายจากการโจมตีอย่างหนักและระบบสาธารณูปโภคพื้นฐานเสียหาย

ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาการโจมตีของรัสเซียเริ่มรุนแรงขึ้น และส่วนใหญ่พุ่งเป้าไปยังพื้นที่ของพลเรือน เช่น ห้างสรรพสินค้าในเมืองวินนีตเซีย หรือป้ายรถเมล์ในแคว้นคาร์คีฟ ทำให้หลายฝ่ายออกมาประณามการกระทำดังกล่าว

ล่าสุดมีรายงานว่า สหภาพยุโรปประกาศมาตรการคว่ำบาตรชุดใหญ่กับรัสเซียอีกครั้ง

เมื่อค่ำวานนี้ เออร์ซูลา ฟอน เดอร์ เลเยน ประธานคณะกรรมาธิการสหภาพยุโรปได้ทวิตข้อความว่า ชาติสมาชิกอียูทั้ง 27 ชาติได้ลงมติเห็นชอบให้ออกมาตรการคว่ำบาตรรัสเซียเพิ่มเติมเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

ประธานคณะกรรมาธิการยุโรปย้ำว่า การคว่ำบาตรครั้งนี้เป็นสัญญาณที่ชัดเจนจากชาติยุโรป และอียูจะกดดันรัสเซียให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้

มาตรการคว่ำบาตรในครั้งนี้ถือเป็นมาตรการคว่ำบาตรชุดที่ 7 ซึ่งจะประกอบไปด้วยมาตรการห้ามนำเข้าทองคำและอัญมณีจากรัสเซีย ซึ่งอุตสาหกรรมทองคำเป็นอุตสาหกรรมส่งออกอันดับหนึ่งในกลุ่มที่ไม่ใช่พลังงานของรัสเซีย

นอกจากนี้ อียูยังได้คว่ำบาตรบุคคลเพิ่มเติมอีกประมาณ 50 รายชื่อ และแช่แข็งทรัพย์สินของธนาคารสเบียร์แบงก์ ซึ่งเป็นธนาคารที่ใหญ่ที่สุดในรัสเซีย รวมถึงเพิ่มรายการสินค้าทางการทหารและเทคโนโลยีขั้นสูงที่ห้ามยุโรปส่งออกไปยังรัสเซีย

อย่างไรก็ดี มาตรการคว่ำบาตรชุดที่ 7 นี้ สหภาพยุโรปได้มีการคลายล็อกมาตรการแบนการส่งอาหารและสินค้าทางการเกษตรของรัสเซีย ทั้งนี้เพื่อไม่ให้โลกเกิดวิกฤตการณ์ขาดแคลนอาหาร

การออกมาตราการคว่ำบาตรรัสเซียเพิ่มเติมครั้งนี้ อาจทำให้รัสเซียไม่พอใจอย่างมาก เนื่องจากการคว่ำบาตรทองคำซึ่งเป็นสินค้าส่งออกอันดับหนึ่ง และแช่แข็งทรัพย์สินของธนาคารที่ใหญ่ที่สุดในรัสเซีย อาจจะส่งผลต่อเศรษฐกิจของรัสเซียที่กำลังย่ำแย่

หลายฝ่ายคาดว่ารัสเซียอาจใช้มาตรการโต้ตอบชาติยุโรปด้วยกาารยุติการส่งพลังงานให้ชาติยุโรปในช่วงฤดูหนาวที่จะมาถึงในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า

หลายชาติในยุโรปตระหนักเรื่องนี้เป็นอย่างดีและเริ่มเตรียมแผนเพื่อรับมือกับความไม่แน่นอนเช่นนี้แล้ว

โดยประเทศแรกคือเยอรมนี เมื่อวานนี้รัฐบาลเยอรมนีได้ออกมาตรการด้านพลังงานฉบับใหม่เพื่อเตรียมรับมือกับวิกฤตพลังงานขาดแคลนในช่วงฤดูใบไม้ผลิและฤดูหนาวที่กำลังจะมาถึงในอีกไม่กี่ข้างเดือนข้างหน้า

โรเบิร์ต ฮาแบ็ค รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเศรษฐกิจของเยอรมนีเปิดเผยว่า รัฐบาลจะเพิ่มระดับปริมาณก๊าซสำรองอีกครั้ง โดยภายในเดือนพฤศจิกายนจะสำรองก๊าซให้ได้ประมาณร้อยละ 95 ซึ่งในตอนแรกรัฐบาลต้องการกักเก็บก๊าซสำรองไว้ที่ร้อยละ 90

นอกจากนี้ รัฐมนตรีเศรษฐกิจของเยอรมนีระบุเพิ่มเติมว่า รัฐบาลจะไฟเขียวให้โรงงานถ่านหินกลับมาเปิดสายพานผลิตพลังงานได้อีกครั้งในวันที่ 1 ตุลาคมที่จะถึงนี้ เพื่อช่วยลดการใช้พลังงานจากก๊าซธรรมชาติสำรอง

อย่างไรก็ดี ทางรัฐบาลเยอรมนีเคยย้ำไว้ก่อนหน้านี้แล้วว่า การกลับมาเปิดสายพานโรงงานถ่านหินเป็นเพียงมาตรการชั่วคราวเพื่อรับมือกับวิกฤตพลังงานที่อาจเกิดขึ้นเท่านั้น

อีกประเทศหนึ่งที่พยายามรับมือกับปัญหาวิกฤตพลังงานคือ ฮังการี แต่วิธีการที่ฮังการีรับมือกับปัญหาวิกฤตนั้นต่างจากเยอรมนี เนื่องจากฮังการีต้องนำเข้าก๊าซธรรมจากรัสเซียถึงร้อยละ 80 และนำเข้าน้ำมันถึงร้อยละ 60

ฮังการีจึงส่งปีเตอร์ ซิยาร์โท รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ไปเจรจาเรื่องการซื้อขายพลังงานเพิ่มเติมกับเซอร์เก ลาฟรอฟ รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศของรัสเซีย

ซิยาร์โทให้เหตุผลในการไปเจรจากับรัสเซียครั้งนี้ว่า ปัญหาพลังงานคือเรื่องใหญ่ในยุโรป และฮังการีจำเป็นต้องหาหลักประกันเพื่อให้มีพลังงานเพียงพอที่จะหล่อเลี้ยงภาคอุตสาหกรรม ซึ่งเป็นแหล่งรายได้หลักของประชากรฮังการีหลายล้านคน

หลังจากการเจรจาเสร็จสิ้น รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศของรัสเซียแถลงว่า ทางรัฐบาลรัสเซียจะรับคำขอเรื่องการขอซื้อก๊าซเพิ่มเติมของฮังการีไปพิจารณา

สงครามในยูเครนยังคงดำเนินต่อไป วันนี้เป้าหมายของรัสเซียยังคงชัดเจนว่าต้องการครอบครองดินแดนของยูเครน

แม้ชาติตะวันตกจะช่วยสนับสนุนยูเครน แต่ก็ยังไม่มีใครให้คำตอบได้ว่าชาติยุโรปจะทำเช่นนี้ไปได้อีกนานเท่าใด เพราะรัสเซียอาจใช้จุดอ่อนของยุโรปอย่างเรื่องพลังงานมาเป็นตัวประกัน

หากเป็นเช่นนั้นจริงจะทำให้เศรษฐกิจยุโรปซบเซาและจะส่งผลกระทบไปยังหลายประเทศทั่วโลกโดยเฉพาะกำลังพัฒนาและประเทศยากจน

 

LPGA2024_22B LPGA2024_22B
TOP ต่างประเทศ
วิดีโอยอดนิยม
เรื่องที่คุณอาจพลาด

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ