ธนาคารกลางสหรัฐมีมติเอกฉันท์ขึ้นดอกเบี้ย ยันศก.สหรัฐฯยังไม่ถดถอย

โดย PPTV Online

เผยแพร่

เฟด ปรับดอกเบี้ยครั้งที่ 2 ภายในระยะเวลา 2 เดือน และถือเป็นการขึ้นดอกเบี้ยที่เร็วที่สุดของสหรัฐในรอบกว่า 40 ปี

ในช่วงคืนวันที่ 27 กรกฎาคม 2565 ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ประกาศขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีกร้อยละ 0.75 เพื่อสกัดภาวะเงินเฟ้อที่ตอนนี้ขึ้นไปแตะที่ร้อยละ 9.1 แล้ว ซึ่งการปรับครั้งนี้เป็นการปรับดอกเบี้ยครั้งที่ 2 ภายในระยะเวลา 2 เดือน และถือเป็นการขึ้นดอกเบี้ยที่เร็วที่สุดของสหรัฐในรอบกว่า 40 ปี

การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยหมายถึง ต้นทุนการทำธุรกิจจะเพิ่มขึ้น และอาจมีการชะลอการลงทุนของกิจการต่างๆ ซึ่งจะลามไปถึงภาวะที่เรียกว่า เศรษฐกิจถดถอยหรือ Recession อย่างไรก็ตาม เฟดยังมั่นใจว่าสหรัฐจะไม่เดินไปถึงจุดนั้น

ในขณะที่ฝั่งยุโรป โอกาสเกิดเศรษฐกิจถดถอยมีสูง เนื่องจากขณะนี้รัสเซียลดการส่งก๊าซธรรมชาติลงเหลือเพียงร้อยละ 20 ซึ่งจะทำให้ภาคการผลิตได้รับผลกระทบอย่างหนัก

เจอโรม พาวเวลล์ ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) แถลงว่า ที่ประชุมมีมติเป็นเอกฉันท์ปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบายขึ้นร้อยละ 0.75 เป็นการขึ้นดอกเบี้ยนโยบายครั้งที่สองติดต่อกันในรอบ 2 เดือน หลังจากเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา เฟดเพิ่งจะขึ้นอัตราดอกเบี้ยไปร้อยละ 0.5 การขึ้นดอกเบี้ยก็เพื่อสกัดเงินเฟ้อที่สูงขึ้นต่อเนื่อง โดยเมื่อเดือนที่แล้วอยู่ที่ร้อยละ 9.1 สูงขึ้นจากเดือนก่อนหน้าที่อยู่ที่ร้อยละ 8.5 ภาวะเงินเฟ้อเกิดจากวิกฤตห่วงโซ่อุปทาน เนื่องจากการผลิตสินค้าของโลกสะดุดจากการคว่ำบาตรรัสเซีย อีกปัจจัยมาจากสินค้ามีต้นทุนที่เพิ่มขึ้นจากราคาน้ำมันที่สูงขึ้น
ประธานเฟด ระบุว่า ดอกเบี้ยที่ปรับเพิ่มทำให้ต้นทุนธุรกิจเพิ่มขึ้นและจะเกิดชะลอการลงทุน แต่เฟดจำเป็นต้องทำเพื่อกดเงินเฟ้อเฉลี่ยทั้งปีให้อยู่ที่ร้อยละ 2 ให้ได้ ทั้งนี้อัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้นจะไม่ถึงกับทำให้สภาวะเศรษฐกิจถดถอย เพราะเศรษฐกิจสหรัฐมีความยืดหยุ่นสูง

หลังธนาคารกลางสหรัฐฯ ประกาศปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบาย ทำเนียบขาวก็ได้เปิดแถลงข่าวประกาศความมั่นใจในการตัดสินใจของธนาคารกลาง โดยโฆษกทำเนียบขาวระบุว่า ยังไม่มีสัญญานว่าสหรัฐจะเข้าสู่ภาวะเศรษฐกิจก่อนถดถอยหรือถดถอย หนึ่งในดัชนีชี้วัดคือ ตัวเลขคนว่างงานยังอยู่ในระดับต่ำคือ ประมาณร้อยละ 3 ส่วนตัวเลขการจ้างงานที่ยังคงเพิ่มขึ้นอยู่ประมาณ 400,000 ตำแหน่งในแต่ละเดือน
ขณะที่นักวิเคราะห์บางคนมองต่างออกไป โดยระบุว่า มีโอกาสที่จะเห็นสภาวะเศรษฐกิจถดถอยในสหรัฐในอนาคตอันใกล้ โดยเฉพาะเมื่อคนเริ่มไม่มั่นใจในอนาคตและชะลอการใช้จ่าย
อย่างไรก็ตาม การประกาศขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐเป็นเรื่องที่จำเป็นเพราะหากไม่ทำโอกาสที่เงินเฟ้อจะขึ้นไปมากกว่านี้มีสูงมาก และถ้าเป็นเช่นนั้นเศรษฐกิจก็จะกระทบหนักเช่นกัน
 

มีการออกคำเตือนมาต่อเนื่องเกี่ยวกับภาวะเศรษฐกิจโลก เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา กองทุนการเงินระหว่างประเทศออกมาประกาศปรับลดตัวเลขการเติบโตทางเศรษฐกิจของปีนี้และปีหน้าลง และระบุว่าทั้งโลกกำลังเข้าสู่ภาวะเศรษฐกิจถดถอยในไม่ช้า

ภาวะเศรษฐกิจถดถอยจะรวมถึงประเทศร่ำรวยอย่างในสหภาพยุโรปด้วย ขณะนี้สหภาพยุโรปอาจต้องเผชิญกับวิกฤตด้านพลังงานครั้งรุนแรงหลังจากรัสเซียมีการลดการส่งก๊าซธรรมชาติที่ผ่านท่อหลักคือ Nord Stream 1 เหลือเพียงร้อยละ 20

ท่อส่งก๊าซนอร์ดสตรีม 1 ซึ่งเป็นท่อส่งก๊าซความยาวกว่า 1,200 กม. ที่ทำหน้าที่ขนส่งก๊าซจากเมืองวึยบอร์กทางตะวันตกเฉียงเหนือของรัสเซีย ลอดใต้ทะเลบอลติกมายังเมืองไกรฟ์วาลด์ทางตะวันออกเฉียงเหนือของเยอรมนี

ท่อนี้มีศักภาพในการขนส่งก๊าซวันละประมาณ 167 ล้านลูกบาศ์กเมตร หรือ 1 ใน 3 ของปริมาณก๊าซที่ใช้ในยุโรป ตั้งแต่เดือนมิถุนายนที่ผ่านมา รัสเซียเริ่มลดปริมาณก๊าซที่ส่งให้ยุโรป โดยเริ่มต้นลดลงร้อยละ 40 โดยให้เหตุผลว่า ระบบกังหันลมของท่อเกิดชำรุด

ต้นเดือนกรกฎาคม รัสเซียก็ลดปริมาณส่งก๊าซลงอีกอย่างต่อเนื่อง โดยคราวนี้ให้เหตุผลว่า เพื่อปิดซ่อมบำรุงท่อก๊าซประจำปี  การซ่อมบำรุงมีกำหนดเสร็จวันที่ 21 กรกฎาคม หรือ 1 สัปดาห์ที่ผ่านมา

อย่างไรก็ตาม ก๊าซที่ส่งให้ยุโรปไม่ได้กลับไปอยู่ในระดับเดิม ตรงกันข้าม รัสเซียมีการลดปริมาณก๊าซลงอีก โดยวันนี้ก๊าซที่รัสเซียส่งให้ยุโรปผ่านท่อ Nord Stream 1 เหลือเพียงร้อยละ 20 เท่านั้น

เมื่อสัปดาห์ที่แล้วคณะกรรมาธิการยุโรปมีการประชุมด่วนและเสนอมาตรการให้ประเทศสมาชิกลดการใช้ก๊าซลงร้อยละ 15 เพื่อให้มั่นใจว่าจะมีก๊าซเพียงพอตลอดช่วงฤดูหนาวที่จะถึง หลังจากก๊าซสำรองของยุโรปมีเพียงร้อยละ 65 ห่างจากเป้าหมายที่วางไว้ว่าจะต้องมีให้ได้ประมาณร้อยละ 80 ภายในวันที่ 1 พฤศจิกายน และเมื่อวานรัฐมนตรีการค้าของประเทศสมาชิกมีการประชุมกันและตกลงทำตามมาตรการที่กรรมธิการยุโรปเสนอมา โดยจะเริ่มการลดใช้ก๊าซตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคมที่จะถึงจนถึงวันที่ 31 มีนาคมปีหน้า

อย่างไรก็ตาม มาตรการลดการใช้ก๊าซของยุโรปเป็นมาตรการแบบสมัครใจ ไม่ใช้มาตรการบังคับ ซึ่งนี่อาจทำให้แผนการลดใช้ก๊าซร้อยละ 15 ไม่เป็นไปตามเป้าเพราะมีข้อยกเว้นให้หลายประเทศไม่ต้องทำ เช่น ไอร์แลนด์ มอลตา และไซปรัส เนื่องจากระบบพลังงานของ 2 ชาตินี้ไม่ได้เชื่อมต่อกับระบบพลังงานของประเทศยุโรปที่เหลือ รวมถึงมีข้อยกเว้นสำหรับประเทศที่มีความเชื่อมโยงกับเครือข่ายก๊าซของยุโรปเพียงเล็กน้อยหรือไม่มีเลย เช่น สเปน โปรตุเกส และกรีซ

นอกจากนี้ ประเทศกลุ่มรัฐบอลติกอย่างเอสโตเนีย ลัตเวีย และลิทัวเนีย ยังสามารถยื่นขอยกเว้นได้ เนื่องจากโครงข่ายไฟฟ้าของประเทศเหล่านี้เชื่อมโยงกับรัสเซีย ทำให้เสี่ยงที่จะเกิดไฟฟ้าดับ

ยังไม่นับรวมถึงฮังการี ซึ่งเป็นประเทศที่ประกาศสวนทางนโยบายและแผนการลดการใช้ก๊าซของสหภาพยุโรป โดยเมื่อสัปดาห์รัฐมนตรีต่างประเทศของฮังการี ปีเตอร์ ซิจจาร์โต เพิ่งจะเดินทางไปกรุงมอสโก เมืองหลวงของรัสเซีย เพื่อขอซื้อก๊าซธรรมชาติเพิ่ม โดยระบุว่าเพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้ฮังการีเข้าสู่สภาวะเศรษฐกิจถดถอย โดยรวมประเทศในสหภาพยุโรปมีความเห็นต่างกัน และอาจทำให้แผนการลดการใช้พลังงานไม่เป็นผล และถ้ารัสเซียไม่เพิ่มการส่งก๊าซธรรมชาติให้หรือยุติการส่งอย่างสิ้นเชิง จะทำให้ยุโรปประสบกับวิกฤตพลังงานอย่างรุนแรง และการขาดแคลนพลังงานจะกระทบภาคการผลิตและอุตสาหกรรมอย่างหนักจนนำไปสู่ภาวะเศรษฐกิจถดถอยในที่สุด

แหล่งพลังงานที่จะมาทดแทนพลังงานของรัสเซียที่หายไปจากยุโรป ถึงแม้จะมีอยู่ เช่น นำเข้าก๊าซธรรมชาติจากสหรัฐฯ แต่ก็มีข้อจำกัด เพราะไม่มีท่อส่งก๊าซที่เชื่อมระหว่างสหรัฐฯกับยุโรป ดังนั้นหากจะนำเข้าก๊าซจากสหรัฐฯก็ต้องมีการเปลี่ยนแปลงให้อยู่ในรูปของเหลวหรือ LNG ซึ่งจะทำให้มีค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้น

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

ขณะนี้ มีรายการกำลังถ่ายทอดสด คุณสนใจหรือไม่?

เข้มข่าวค่ำ

เข้มข่าวค่ำ

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ