กระทรวงการคลังของศรีลังกา เปิดเผยเมื่อวานนี้ว่า ศรีลังกากลับมาหารือทางเทคนิคเกี่ยวกับเงินช่วยเหลือที่อาจได้รับจากกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) อีกครั้ง หลังจากที่รัฐบาลชุดใหม่ ภายในการนำของประธานาธิบดีรานิล วิกรมสิงเห เข้าดำรงตำแหน่งแทนโกตาบายา ราชปักษา อดีตประธานาธิบดีที่หลบหนีออกนอกประเทศเมื่อกลางเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ทั้งนี้การหารือระหว่างองค์กรให้กู้ยืมระดับพหุภาคีต่างเริ่มต้นขึ้นในเดือนเมษายนที่ผ่านมาภายใต้การบริหารของโกตาบายา ราชปักษา
โดยรัฐบาลศรีลังกาในเวลานั้นหวังว่าจะได้รับการอำนวยความสะดวกขยายเงินกองทุน (Extended Fund Facility) ซึ่งเป็นเงื่อนไขในการให้วงเงินสินเชื่อของ IMF ในการปฏิรูปเศรษฐกิจ เพื่อช่วยต่อสู้กับวิกฤตเศรษฐกิจที่เลวร้ายที่สุดนับตั้งแต่ศรีลังกาได้รับเอกราชในปี 2491
ประธานาธิบดีรานิล วิกรมสิงเห ซึ่งดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี 6 สมัย และเพิ่งได้รับการแต่งตั้งเป็นประธานาธิบดีคนใหม่ของศรีลังกาตั้งใจจะปรับโครงสร้างหนี้ของประเทศ และหวังว่าการเจรจากับ IMF จะประสบความสำเร็จ โดยรัฐบาลศรีลังกากำลังทำงานร่วมกับที่ปรึกษาเพื่อให้ได้ฉันทามติเกี่ยวกับข้อตกลงกับเจ้าหนี้ด้วย
ขณะที่ธนาคารโลก แถลงการณ์เมื่อวันพฤหัสฯที่ผ่านมาว่า ธนาคารโลกยังไม่มีแผนให้เงินกู้ก้อนใหม่แก่ศรีลังกาจนกว่าจะมีกรอบนโยบายเศรษฐกิจมหภาคที่น่าพอใจ พร้อมแสดงความห่วงใยต่อสถานการณ์เศรษฐกิจในศรีลังกา และผลกระทบต่อประชาชน
ส่วนความเคลื่อนไหวกรณีศาลสูงสุดของศรีลังกาออกหนังสือเรียกตัวอดีตประธานาธิบดี โกตาบายา ราชปักษา มาขึ้นศาลในวันที่ 1 สิงหาคม เพื่อไต่สวนในคดีที่เกี่ยวข้องกับวิกฤตเศรษฐกิจนั้น นักกฎหมายจำนวนหนึ่งมองว่าอดีตประธานาธิบดีโกตาบายาไม่จำเป็นต้องกลับไปศรีลังกาเพื่อขึ้นศาล ซึ่งตามกฎหมายแล้วอดีตประธานาธิบดีสามารถให้ทนายเป็นผู้แทนได้