เมื่อช่วงเย็นวานนี้ (8 ส.ค.) ตามเวลาท้องถิ่น สำนักงานสอบสวนกลางสหรัฐฯ หรือ FBI ได้บุกค้นรีสอร์ต Mar-a-Lago ของอดีตประธานาธิบดี “โดนัลด์ ทรัมป์” ในเมืองปาล์มบีช รัฐฟลอริดา
แหล่งข่าวที่ไม่เปิดเผยชื่อบอกว่า นี่เป็นส่วนหนึ่งของปฏิบัติการกู้เอกสารบันทึกประธานาธิบดีและเอกสารลับต่าง ๆ ที่หายไปจากทำเนียบขาว และอาจถูกย้ายมาไว้ที่รีสอร์ตแห่งนี้ หลังมีมูลว่า ทรัมป์ได้ลบและทำลายเอกสารบันทึกของทำเนียบขาวอย่างผิดกฎหมายหลังลงจากตำแหน่งประธานาธิบดี
หอจดหมายเหตุแห่งชาติสหรัฐฯ ซึ่งมีหน้าที่รวบรวมและคัดแยกเอกสารของประธานาธิบดี กล่าวไว้ก่อนหน้านี้ว่า มีเอกสารบันทึกทำเนียบขาวอย่างน้อย 15 กล่อง ถูกนำไปที่รีสอร์ต Mar-a-Lago ของทรัมป์ รวมถึงบางกล่องที่มี “เอกสารที่เป็นความลับ” ด้วย แต่ได้รับคืนมาจากการเจรจากับทนายความของทรัมป์
อย่างไรก็ตาม มีข้อมูลว่า อดีตประธานาธิบดีได้นำเอกสารบางอย่างติดตัวไปด้วยซึ่งระบุชัดเจนว่าเป็นเอกสารลับและมีความอ่อนไหวต่อความมั่นคงของชาติ
ตัวอย่างเอกสารบันทึกประธานาธิบดี เช่น จดหมายที่อดีตประธานาธิบดีบารัค โอบามา ซึ่งเป็นประธานาธิบดีคนก่อนเขียนไว้ให้ทรัมป์ จดหมายจากคิมจองอึนแห่งเกาหลีเหนือ และเอกสารโมเดลเครื่องบินแอร์ ฟอร์ซ วัน เป็นต้น
ด้านทรัมป์ยืนยันว่า เจ้าหน้าที่ FBI บุกไปที่ Mar-a-Lago จริง และกล่าวว่า “พวกเขายังบุกเข้าไปรื้อตู้เซฟของผมด้วย ... บ้านที่สวยงามของผม Mar-A-Lago ในปาล์มบีช รัฐฟลอริดา กำลังถูกล้อม บุกรุก และเข้ายึดครองโดยเจ้าหน้าที่เอฟบีไอกลุ่มใหญ่”
ทั้งนี้ อดีตประธานาธิบดีไม่ได้อยู่ในฟลอริดาในขณะที่มีการดำเนินการบุกค้น ขณะที่ FBI ดูเหมือนจะมุ่งเน้นการค้นหาไปที่พื้นที่คลับสโมสร ซึ่งเป็นที่ตั้งของสำนักงานและห้องพักส่วนตัวของทรัมป์
ขณะนี้ กระทรวงยุติธรรมกำลังดำเนินการสอบสวนเชิงรุกต่อโดนัลด์ 2 คดี คือคดีพยายามล้มล้างผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีปี 2020 และเหตุจลาจล 6 ม.ค. 2021 และคดีการจัดการเอกสารลับ
เรียบเรียงจาก CNN / The Guardian