ชีวิตใน “เอเนอร์โฮดาร์” เมืองที่โรงไฟฟ้านิวเคลียร์อยู่ในกำมือรัสเซีย


โดย PPTV Online

เผยแพร่




เรื่องเล่าจากประชาชนที่อยู่ในเมืองเอเนอร์โฮดาร์ของยูเครน ซึ่งเป็นที่ตั้งของโรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ซาโปริซเซียที่รัสเซียยึดครอง

โอเล็กซานเดอร์ ชาวยูเครนในเมืองเอเนอร์โฮดาร์ (Enerhodar) ภูมิภาคซาโปริซเซีย ทางตะวันออกเฉียงใต้ของยูเครน ได้บอกเล่าเรื่องราวชีวิตในเมืองแห่งนี้ ซึ่งเป็นที่ตั้งของโรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ซาโปริซเซีย โรงไฟฟ้าที่ใหญ่ที่สุดในยุโรป ความภาคภูมิใจที่กลายมาเป็นภัยคุกคามชีวิตของชาวเมือง

เขาบอกว่า “โรงไฟฟ้าซาโปริซเซียคือความภาคภูมิใจและโชคชะตาของเรา มีเครื่องปฏิกรณ์ที่ทรงพลัง 6 เครื่อง ... ผลิตไฟฟ้าประมาณ 1 ใน 4 ของพลังงานทั้งหมดของประเทศ ก่อนสงคราม มีเจ้าหน้าที่ 11,000 คนทำงานที่นี่”

ปูตินอนุญาต ให้สหประชาชาติตรวจสอบโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ซาโปริซเซีย

เสี่ยงแต่ต้องอยู่ ช่างเทคนิคยูเครนปกป้องโรงไฟฟ้านิวเคลียร์

จะเกิดอะไรขึ้น? หากโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ซาโปริซเซียของยูเครนระเบิด

โอเล็กซานเดอร์บอกว่า มีผู้คนมากกว่า 50,000 คนอาศัยอยู่ในเอเนอร์โฮดาร์ และอยู่ภายใต้การยึดครองของรัสเซียมาเกือบ 6 เดือนแล้ว นับตั้งแต่ที่รัสเซียบุกยึดได้ตั้งแต่เมื่องช่วงต้นเดือน มี.ค.

เขาบอกว่า ศรัทธาความเชื่อมั่นของประชาชนในเมืองถูกทดสอบอย่างต่อเนื่อง เมื่อ 10 วันก่อน ทุกคนมั่นใจว่าเมืองแห่งนี้และชาวเมืองจะไม่เดือดร้อนมากนัก แต่เหตุโจมตีล่าสุดระหว่างรัสเซีย-ยูเครนกลับทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บและความเสี่ยงที่จะเกิดหายนะนิวเคลียร์

ในอุตสาหกรรมนิวเคลียร์ มักต้องมีการตรวจสอบความคลาดเคลื่อนในการทำงานของอุปกรณ์หรือความผิดพลาดของบุคลากรอย่างสม่ำเสมอ และจะต้องดำเนินการแก้ไขในทันที แต่โอเล็กซานเดอร์เล่า ตอนนี้มีเรื่องบ้า ๆ หลายเรื่องเกิดขึ้นที่โรงไฟฟ้านิวเคลียร์

ตัวอย่างเช่น มีรายงานว่า มีการขนย้ายยุทโธปกรณ์ทางทหารไปยังพื้นที่ที่มีอุปกรณ์อ่อนไหวของโรงไฟฟ้า หรือความเสียหายต่ออุปกรณ์และสายไฟแรงสูงจากการโจมตีกันในเขตโรงไฟฟ้า หรือการขุดเจาะอาคาร หรือกระทั่งการลักพาตัวเจ้าหน้าที่โรงไฟฟ้า

“มีรายงานว่ามีคนถูกลักพาตัว รวมทั้งพนักงานของโรงไฟฟ้าด้วย เป็นเรื่องยากที่จะอธิบายความรู้สึกเมื่อได้อ่านข่าวหรือรายงานเกี่ยวกับการลักพาตัวบุคคลที่คุณรู้จักเป็นการส่วนตัว” โอเล็กซานเดอร์บอก

เขาเล่าว่า สถานการณ์ภายในเมืองเอเนอร์โฮดาร์เปลี่ยนไปอย่างมากเมื่อราว 10 วันก่อน เมื่อรัสเซียเริ่มยิงโจมตีเขตโรงไฟฟ้าและชานเมือง ทำลายสายไฟฟ้าแรงสูง อาคาร และที่เก็บเชื้อเพลิงนิวเคลียร์ใช้แล้ว

“ตั้งแต่นั้นมา ทุกวันและทุกคืนเราจะได้ยินเสียงปืนใหญ่โหมกระหน่ำ บางครั้งชาวรัสเซียเคลื่อนปืนใหญ่เข้ามาใกล้เมืองจนเหมือนยิงปืนใหญ่อยู่ในสนามหญ้าบ้านเรา กระจกหน้าต่างสั่น ทั้งบ้านสั่นสะเทือน แม้แต่คนที่ไม่เชื่อในพระเจ้าก็อธิษฐานเพื่อขอให้พวกเขาอยู่รอด เราคนธรรมดาไม่สามารถแยกแยะเสียงของปืนใหญ่และระเบิดได้ ดังนั้นทุกครั้งที่มันเกิดขึ้น เราจะรู้สึกว่าระเบิดหรือกระสุนนัดต่อไปจะเข้าโจมตีบ้านของเรา” โอเล็กซานเดอร์กล่าว

การโจมตีที่ชาวเมืองเอเนอร์โฮดาร์ได้ยินนั้น คาดว่ามีเป้าหมายโจมตีคือเมืองฝั่งตรงข้ามของแม่น้ำดนีเปอร์ นั่นคือเมืองนิโคปอลและมาร์กาเน็ตส์

โอเล็กซานเดอร์มองว่า เมืองเอเนอร์โฮดาร์ตอนนี้มีสภาพเหมือนคนที่กำลังป่วยหนัก โรงเรียนอนุบาลและโรงเรียนถูกปิดหลังเกิดการรุกราน ได้ยินเสียงเด็ก ๆ บนท้องถนนน้อยลงเรื่อยๆ รัสเซียยังบังคับเปลี่ยนสกุลเงินในเมืองจากฮรีฟเนียเป็นรูเบิล

โชคนับว่ายังมี ที่ในเมืองยังมีน้ำเย็นน้ำร้อนและไฟฟ้าให้ประชาชนได้ใช้อยู่ แต่ในขณะเดียวกัน การรับรู้เรื่องราวภายนอกกลับเป็นปัญหา เมื่อรัสเซียได้เปลี่ยนผู้ให้บริการโทรศัพท์และอินเทอร์เน็ตในเอเนอร์โฮดาร์เป็นเครือข่ายของรัสเซีย ผู้คนสามารถเข้าถึงอินเทอร์เน็ตได้ แต่ปลายทางจะเป็นหน้าเว็บไซต์ของรัสเซีย ส่วนเว็บไซต์อื่น ๆ อาจถูกแบนหรือจำกัดการเข้าถึง

นอกจากนี้ ป้ายโฆษณาทั้งหมดในเมืองยังถูกใช้สำหรับแปะโฆษณาชวนเชื่อของรัสเซีย ซึ่งประกอบไปด้วยคำพูดของปูติน หรือเนื้อหาว่ารัสเซียและยูเครนเป็นหนึ่งเดียวกัน หรือเป็นภาพเหมือนของนายพลโซเวียตยุคสงครามโลกครั้งที่สองและวีรบุรุษของสหภาพโซเวียต รวมถึงมีธงรัสเซียแขวนอยู่ตามอาคารสถานที่ต่าง ๆ

โอเล็กซานเดอร์เล่าว่า จนถึงขณะนี้ ยังคงมีผู้คนที่พยายามเดินทางออกจากเมือง เนื่องจากทุกคนพยายามส่งลูกและภรรยาไปยังพื้นที่ปลอดภัยหรือต่างประเทศ “เมื่อ 2 วันก่อน เพื่อนบ้านของผมทนไม่ไหวและต้องอพยพลูก ๆ ของเขาออกไป คุณสามารถต่อสู้กับความกลัวของตัวเองได้ แต่มันเป็นไปไม่ได้ที่ทนเห็นความหวาดกลัวในสายตาของลูก ๆ”

เขาบอกว่า การออกจากเมืองเป็นเรื่องที่เป็นไปได้ แต่ประชากรชายส่วนใหญ่ของเมืองทำงานอยู่ในโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ จึงไม่อาจละทิ้งหน้าที่สำคัญนี้ไปได้ และได้แต่ส่งครอบครัวคนอื่นของตัวเองออกไปนอกเมือง

“จากทั้งหมดทั้งมวล เรายังคงเชื่อว่าเรื่องทั้งหมดนี้จะจบลงในไม่ช้า ตราบใดที่เราเชื่อ โรงไฟฟ้าจะทำงานต่อไป และเมืองก็จะยังคงอยู่” โอเล็กซานเดอร์กล่าว

 

เรียบเรียงจาก The Guardian

ภาพจาก AFP

Wordcup Wordcup
ข่าวที่คุณอาจพลาด

ไม่พลาดทุกเหตุการณ์ติดตามข่าวจาก PPTV ได้ที่ Subscribe

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์


TOP ต่างประเทศ

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ