แนวคิด “รัสเซียใหม่” กับการเปิดฉากสงครามในยูเครน

โดย PPTV Online

เผยแพร่

วันที่ 24 ส.ค.หรือวันพุธที่จะถึงนี้ จะครบ 6 เดือนของสงครามในยูเครน ต้องจับตาดูสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพราะสงครามอาจกำลังดำเนินมาถึงจุดเปลี่ยน ในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา มีการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญคือ ยูเครนไม่เพียงแต่จะรับมือกับการรุก แต่ยังเริ่มโต้กลับรัสเซีย โดยเฉพาะอย่างยิ่งทางตอนใต้ ที่การโต้กลับทำไปถึงหลังแนวการสู้รบ คือโจมตีเข้าไปถึงฐานทัพของรัสเซียในแคว้นไครเมีย

และมีความเป็นไปได้สูงว่ารัสเซียจะเอาคืน ซึ่งคนที่พูดเรื่องนี้คือผู้นำยูเครน ประธานาธิบดีเซเลนสกี โดยเขาบอกว่ายูเครนต้องเตรียมตัวไว้ให้ดีเพราะการโจมตีครั้งใหญ่ของรัสเซียอาจเกิดในสัปดาห์นี้ อีกเรื่องหนึ่งที่อาจจะส่งผลต่อพลวัตและทิศทางของสงครามคือ การเสียชีวิตของลูกสาวนักปรัชญารัสเซีย ซึ่งเป็นคนใกล้ชิดของประธานาธิบดีปูติน ที่ถูกลอบสังหารด้วยระเบิดรถยนต์ชานกรุงมอสโก เมื่อช่วงเย็นวานนี้ ( 21 สค.)

สภาพของสถานที่เกิดเหตุชานกรุงมอสโก เศษรถยนต์กระจัดกระจาย บางส่วนไหม้เกรียม ส่วนคนในรถคันดังกล่าวเสียชีวิตทันที เธอคือ ดาร์ยา ดูกินา บุตรสาวของอเล็กซานเดอร์ ดูกิน นักปรัชญาการเมือง คนสนิทของ ประธานาธิบดี วลาดิเมียร์ ปูติน ผู้นำรัสเซีย

โดยเธอกำลังจะขับรถยนต์คันดังกล่าวหลังจากเสร็จจากงานอีเวนท์การเมืองและวัฒนธรรมที่จัดขึ้นไม่ไกลจากจุดเกิดเหตุซึ่งภาพที่ผู้เหตุการณ์ถ่ายไว้ได้ ร่างของดาร์ยา ดูกินาถูกนำออกมาจากซากรถยนต์

ขณะที่คณะกรรมการสืบสวนของรัสเซียรายงานผลการสอบสวนเบื้องต้นว่า ระเบิดถูกนำมาติดตั้งที่ใต้ท้องรถ ก่อนจะมีการจุดระเบิดขึ้น

เซอร์เก มาร์คอฟ อดีตที่ปรึกษาของประธานาธิบดีปูตินให้สัมภาษณ์สื่อทางการรัสเซีย RIA-Novosti ว่า เป้าหมายที่แท้จริงของการลอบสังหารครั้งนี้คือ อเล็กซานเดอร์ ดูกิน และคนที่ลงมือ คือหน่วยข่าวกรองของยูเครน

อเล็กซานเดอร์ ดูกินมาร่วมในงานอีเวนท์นี้ด้วย โดยเขามารถคันเดียวกับลูกสาว แต่ตอนกลับได้เปลี่ยนใจนาทีสุดท้ายไปขึ้นรถอีกคัน

ดาร์ยา ดูกินา ทำงานกับสถานีโทรทัศน์ Tsargrad ของทางการรัสเซียในฐานะบรรณาธิการบริหาร เธอเป็นผู้วิเคราะห์ในรายการของสถานีด้วย เป็นคนที่มีจุดยืนสนับสนุน “ปฏิบัติการพิเศษทางการทหาร” ของรัสเซียในยูเครนอย่างเต็มที่ เธอคือหนึ่งในคนที่ถูกทางการสหรัฐฯขึ้นบัญชีคว่ำบาตรในฐานะผู้เผยแพร่ข้อมูลและหลักฐานเท็จ ดาร์ยา ดูกินาได้อิทธิพลและแนวคิดจาก อเล็กซานเดอร์ ดูกิน พ่อของเธอ

อเล็กซานเดอร์  ดูกิน คือใคร เขาคือนักปรัชญาการเมืองชาวรัสเซียผู้มีแนวคิดชาตินิยมสุดโต่ง และต่อต้านชาติตะวันตก เป็นคนที่มีบทบาทในการผลักดันแนวคิดโนโวรอสสิยา (Novorossiya) หรือ New Russia

New Russia หรือรัสเซียใหม่คืออะไร เป็นแนวคิดที่เชื่อว่า ดินแดนตั้งแต่ขอบประเทศมอลโดวา จนถึงชายแดนรัสเซียทางตะวันตกเป็นของรัสเซีย

จากแผนที่ พื้นที่เหล่านั้นได้แก่ เมืองท่าที่สำคัญบนทะเลดำ ตั้งแต่โอเดสซา เคอร์ซอน ไครเมีย จนมาถึงเมืองบนทะเลอาซอฟอย่างมาริอูปอล และขึ้นมาจนถึงแคว้นโดเนตสก์และลูฮันสก์ ซึ่งทั้งหมดเป็นดินแดนของประเทศยูเครน

แต่คนที่เชื่อในแนวคิดโนโวรอสสิยาให้เหตุผลว่า ดินแดนเหล่านี้เป็นของรัสเซีย โดยยึดเอาตามดินแดนที่จักรวรรดิรัสเซียเคยครอบครองในช่วงศตรรษที่ 18 ในรัชสมัยของจักรพรรดินีนาถแคทเธอรีนที่ 2

อเล็กซานเดอร์ ดูกิน คือคนที่ผลักดันแนวคิดโนโวรอสสิยาหรือรัสเซียใหม่อย่างแข็งขัน ต่อเนื่องมากว่า 10 ปี และทำให้แนวคิดนี้ได้รับการยอมรับจากบรรดากลุ่มชาตินิยมรัสเซียมากขึ้นเรื่อยๆ หนึ่งในคนที่รับอิทธิพลแนวคิดนี้มาคือ ประธานาธิบดีปูติน

มีรายงานว่า ดูกินคือมันสมองของปูติน และปูตินใช้แนวคิดของเขาในการกำหนดยุทธศาสตร์ที่มีต่อยูเครน ถึงแม้ยังไม่มีการยืนยัน แต่นักวิเคราะห์เชื่อว่าเป็นเช่นนั้นจริง เพราะสิ่งที่รัสเซียทำในยูเครนสอดคล้องกับแนวคิดรัสเซียใหม่

เริ่มตั้งแต่การที่รัสเซียเข้าผนวกไครเมียเมื่อเมษายนปี 2014 หลังจากนั้น ทางตะวันออกของยูเครนคือภูมิภาคดอนบาสก็เกิดกลุ่มแบ่งแยกดินแดนขึ้นโดยมีรัสเซียเป็นผู้สนับสนุน

เดือนกรกฎาคมในปีเดียวกัน ประธานาธิบดีปูตินปรากฎตัวทางโทรทัศน์แห่งชาติ ประกาศว่า รัสเซียพร้อมที่จะใช้กำลังทางการทหารกับยูเครนเพื่อเอาดินแดนรัสเซียใหม่มาให้หมด นั่นคือการพูดเมื่อ 8 ปีที่แล้ว และในวันนี้ก็เกิดขึ้นจริง

ที่น่าสนใจคือเป้าหมายของรัสเซียในการทำสงครามในยูเครนวันนี้ คือ การยึดครองทางตะวันออกและทางใต้ของยูเครนให้ได้ ซึ่งบริเวณดังกล่าวคือคือสิ่งที่ถูกพูดถึงในแนวคิดรัสเซียใหม่นี้

ยังไม่ชัดเจนว่าใครคือคนพยายามลงมือลอบสังหาร อเล็กซานเดอร์ ดูกิน ผู้ผลักดันแนวคิดรัสเซียใหม่

ก่อนหน้านี้ทางรัสเซียออกมาบอกว่า ผู้อยู่เบื้องหลังการลอบสังหารครั้งนี้คือหน่วยข่าวกรองยูเครน

แต่ก็โดนมิคาโล โปโดลยัค ที่ปรึกษาประธานาธิบดีเซเลนสกีสวนกลับ ปฎิเสธว่ายูเครน ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์นี้ เพราะไม่ใช่รัฐอาชญากรเหมือนรัสเซีย

เหตุการณ์ลอบสังหารเกิดขึ้นในวันที่ยูเครนเริ่มโต้รัสเซียคืน โดยเฉพาะทางตอนใต้ ที่การโต้กลับทำไปถึงหลังแนวการสู้รบ คือโจมตีเข้าไปถึงฐานทัพของรัสเซียในแคว้นไครเมีย ในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา ไครเมียถูกโจมตีหนัก

เริ่มจากฐานทัพอากาศซากีของรัสเซียในเมืองนาวาโฟดารอฟกา ถูกวางระเบิดเมื่อวันที่ 9 สิงหาคม ทำให้เครื่องบินรบซุคฮอยรุ่นต่าง ๆ ได้รับความเสียหายกว่า 9 ลำ

หลังจากนั้นอีกไม่กี่วันก็เกิดเหตุระเบิดขึ้นที่โรงไฟฟ้าและคลังเก็บอาวุธในหมู่บ้านเมสโกเย ของเมืองดชานกี

ส่วนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาโดรนลำหนึ่งซึ่งเชื่อว่าเป็นของยูเครน บินอยู่เหนือฐานทัพเซวาสโตปอล ซึ่งเป็นกองบัญชาการกองเรือทะเลดำของรัสเซียในไครเมีย

มิคาอิล ราซโวเยฟ ผู้ว่าการเมืองเซวาสโตปอล ระบุผ่านเทเลแกรมเมื่อวานนี้ว่า โดรนลำดังกล่าวถูกส่งมาสอดแนม แต่ถูกสกัดได้และยิงตก ชาวรัสเซียที่อยู่ในเมืองเซวาสโตปอล บอกว่า การโจมตีจากยูเครนในช่วงหลังๆมีถี่ขึ้นมาก

ล่าสุดมีรายงานว่า รัสเซียเปิดระบบต่อต้านอากาศยานให้ทำงานอีกครั้ง ในเมืองเซวาสโตปอล ซึ่งเป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดของแคว้นไครเมีย เพื่อป้องกันการโจมตีจากยูเครนที่ถี่มากขึ้นเรื่อยๆ

สิ่งที่เกิดขึ้นในไครเมียน่าสนใจ เพราะที่นี่อยู่ไกลจากแนวหน้าของการสู้รบในภูมิภาคดอนบาส การที่ยูเครนสามารถรุกเข้าโจมตีฐานทัพรัสเซียจนเกิดความเสียหายอาจเป็นสัญญานว่า ยูเครนมีศักยภาพในการการโต้กลับมากกว่าที่หลายฝ่ายคิด

Institute for the Study of War ของสหรัฐฯ ระบุว่าการทำลายระบบขนส่ง คลังแสง และโครงสร้างทางการทหารของกองทัพรัสเซียในแคว้นไครเมีย คือยุทธศาสตร์ใหม่ที่ยูเครนนำมาใช้เพื่อบั่นทอนศัตรู เพราะไครเมียเป็นจุดเก็บอาวุธยุทโธปกรณ์และฐานสนับสนุนหลักของรัสเซียสำหรับปฏิบัติการทางทหารทางตอนใต้ทั้งหมด

ที่น่าสนใจคือ ประธานาธิบดีเซเลนสกีประกาศเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมาว่า สงครามในยูเครนเริ่มที่ไครเมีย และจะจบลงที่ไครเมีย ส่งสัญญานว่ายูเครนจะนำดินแดนไครเมียกลับคืนมา และเมื่อคืนที่ผ่านมาเขาออกมาพูดทำนองนี้อีกครั้ง

เหตุการณ์ที่ทำให้หลายคนคาดการณ์ว่า สงครามในยูเครนจะดุเดือดขึ้น เพราะไม่มีทางที่รัสเซียจะปล่อยให้ไครเมียหลุดมือไป เนื่องจากดินแดนนี้คือส่วนหนึ่งของสิ่งที่เรียกว่า รัสเซียใหม่คาดการณ์ว่า รัสเซียอาจกลับมาโจมตียูเครนหนักขึ้นกว่าเดิมโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในวันพุธที่จะถึงนี้จะเป็นวันชาติยูเครน

ในระหว่างการแถลงการณ์ประจำวัน ประธานาธิบดี โวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ขอให้ทุกคนระมัดระวังอย่างสูงสุดตลอดทั้งสัปดาห์นี้ ซึ่งเป็นช่วงเวลาแห่งการเฉลิมฉลอง เนื่องในโอกาสครบรอบ 31 ปี แห่งอิสรภาพจากการปกครองของสหภาพโซเวียต หรือวันชาติยูเครน ในวันพุธที่ 24 ส.ค.นี้

โดยเซเลนสกี เตือนว่ารัสเซียอาจพยายามทำสิ่งที่รุนแรงและน่าหวาดกลัวในช่วงเวลาดังกล่าว อะไรคือความรุนแรงและน่าหวาดกลัวที่ประธานาธิบดีเซเลนสกีพูดถึง

คาดกันว่า หนึ่งในนั้นคือ หายนะที่อาจเกิดขึ้นกับโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ซาโปริซเซียซึ่งเป็นโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ที่ใหญ่ที่สุดของยุโรป โรงไฟฟ้าแห่งนี้ถูกกองทัพรัสเซียเข้ายึดไว้เมื่อหลายเดือนก่อน และยูเครนออกมากล่าวหาว่ารัสเซียใช้ที่นี่เป็นโล่ห์กำบังเพื่อโจมตียูเครนทางตอนใต้ ส่วนรัสเซียก็กล่าวหายูเครนว่าเป็นคนยิงใส่โรงไฟฟ้า

การสู้รบทำให้เกิดความกังวลว่าโรงไฟฟ้าจะเสียหาย และจะเกิดหายนะนิวเคลียร์ครั้งใหญ่ จนเมื่อวันที่ 18 สิงหาคมที่ผ่านมา เลขาธิการยูเอ็นต้องเดินทางไปที่ยูเครนเพื่อร่วมประชุมกับประธานาธิบดีเซเลนสกีและเรเจป เทย์ยิป เออร์โดกัน ประธานาธิบดีตุรกี

ก่อนที่จะออกมาแถลงข่าวร่วมกันว่า ทางรัสเซียควรถอนกำลังและอาวุธต่าง ๆ ออกจากพื้นที่ของโรงงานไฟฟ้าซาโปริซเซีย และทำให้พื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่ปลอดทหาร (Demilitaried Area) เพราะการโจมตีหรือต่อสู้ใด ๆ ในพื้นที่ของโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ถือเป็นการฆ่าตัวตาย

แม้หลังจากนั้นประธานาธิบดีปูตินจะอนุญาตให้ทีมผู้ตรวจสอบจากทบวงพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ (IAEA) เข้าไปสำรวจความปลอดภัยและความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นกับโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ได้ แต่การโจมตีพื้นที่รอบๆก็ยังไม่ยุติ

ล่าสุดเมื่อคืนนี้การโจมตีเกิดขึ้นที่เมืองนิโคปอล เมืองนี้ที่อยู่ตรงข้ามแม่น้ำดนีโปรกับเมืองซาโปริซเซีย ไม่ไกลจากโรงไฟฟ้านิวเคลียร์

ผู้ว่าการเมืองนิโคปอลบอกว่า ถูกยิงถล่มถึง 5 ครั้งตลอดคืนที่ผ่านมา  โดยมีกระสุนปืนใหญ่ 25 ลูกพุ่งตกในเมือง ทำให้เกิดไฟไหม้ที่โรงงานอุตสาหกรรมแห่งหนึ่งและทำให้ไฟฟ้าดับส่งผลกระทบต่อประชาชนราว 3,000 คน

ขณะนี้ชาวเมืองนิโคปอลบางส่วนเตรียมอพยพออกจากพื้นที่ เพราะไม่มั่นใจ เนื่องจากอยู่ใกล้โรงไฟฟ้านิวเคลียร์มากเกินไป

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ