และมีความเป็นไปได้สูงว่ารัสเซียจะเอาคืน ซึ่งคนที่พูดเรื่องนี้คือผู้นำยูเครน ประธานาธิบดีเซเลนสกี โดยเขาบอกว่ายูเครนต้องเตรียมตัวไว้ให้ดีเพราะการโจมตีครั้งใหญ่ของรัสเซียอาจเกิดในสัปดาห์นี้ อีกเรื่องหนึ่งที่อาจจะส่งผลต่อพลวัตและทิศทางของสงครามคือ การเสียชีวิตของลูกสาวนักปรัชญารัสเซีย ซึ่งเป็นคนใกล้ชิดของประธานาธิบดีปูติน ที่ถูกลอบสังหารด้วยระเบิดรถยนต์ชานกรุงมอสโก เมื่อช่วงเย็นวานนี้ ( 21 สค.)
สภาพของสถานที่เกิดเหตุชานกรุงมอสโก เศษรถยนต์กระจัดกระจาย บางส่วนไหม้เกรียม ส่วนคนในรถคันดังกล่าวเสียชีวิตทันที เธอคือ ดาร์ยา ดูกินา บุตรสาวของอเล็กซานเดอร์ ดูกิน นักปรัชญาการเมือง คนสนิทของ ประธานาธิบดี วลาดิเมียร์ ปูติน ผู้นำรัสเซีย
โดยเธอกำลังจะขับรถยนต์คันดังกล่าวหลังจากเสร็จจากงานอีเวนท์การเมืองและวัฒนธรรมที่จัดขึ้นไม่ไกลจากจุดเกิดเหตุซึ่งภาพที่ผู้เหตุการณ์ถ่ายไว้ได้ ร่างของดาร์ยา ดูกินาถูกนำออกมาจากซากรถยนต์
ขณะที่คณะกรรมการสืบสวนของรัสเซียรายงานผลการสอบสวนเบื้องต้นว่า ระเบิดถูกนำมาติดตั้งที่ใต้ท้องรถ ก่อนจะมีการจุดระเบิดขึ้น
เซอร์เก มาร์คอฟ อดีตที่ปรึกษาของประธานาธิบดีปูตินให้สัมภาษณ์สื่อทางการรัสเซีย RIA-Novosti ว่า เป้าหมายที่แท้จริงของการลอบสังหารครั้งนี้คือ อเล็กซานเดอร์ ดูกิน และคนที่ลงมือ คือหน่วยข่าวกรองของยูเครน
อเล็กซานเดอร์ ดูกินมาร่วมในงานอีเวนท์นี้ด้วย โดยเขามารถคันเดียวกับลูกสาว แต่ตอนกลับได้เปลี่ยนใจนาทีสุดท้ายไปขึ้นรถอีกคัน
ดาร์ยา ดูกินา ทำงานกับสถานีโทรทัศน์ Tsargrad ของทางการรัสเซียในฐานะบรรณาธิการบริหาร เธอเป็นผู้วิเคราะห์ในรายการของสถานีด้วย เป็นคนที่มีจุดยืนสนับสนุน “ปฏิบัติการพิเศษทางการทหาร” ของรัสเซียในยูเครนอย่างเต็มที่ เธอคือหนึ่งในคนที่ถูกทางการสหรัฐฯขึ้นบัญชีคว่ำบาตรในฐานะผู้เผยแพร่ข้อมูลและหลักฐานเท็จ ดาร์ยา ดูกินาได้อิทธิพลและแนวคิดจาก อเล็กซานเดอร์ ดูกิน พ่อของเธอ
อเล็กซานเดอร์ ดูกิน คือใคร เขาคือนักปรัชญาการเมืองชาวรัสเซียผู้มีแนวคิดชาตินิยมสุดโต่ง และต่อต้านชาติตะวันตก เป็นคนที่มีบทบาทในการผลักดันแนวคิดโนโวรอสสิยา (Novorossiya) หรือ New Russia
New Russia หรือรัสเซียใหม่คืออะไร เป็นแนวคิดที่เชื่อว่า ดินแดนตั้งแต่ขอบประเทศมอลโดวา จนถึงชายแดนรัสเซียทางตะวันตกเป็นของรัสเซีย
จากแผนที่ พื้นที่เหล่านั้นได้แก่ เมืองท่าที่สำคัญบนทะเลดำ ตั้งแต่โอเดสซา เคอร์ซอน ไครเมีย จนมาถึงเมืองบนทะเลอาซอฟอย่างมาริอูปอล และขึ้นมาจนถึงแคว้นโดเนตสก์และลูฮันสก์ ซึ่งทั้งหมดเป็นดินแดนของประเทศยูเครน
แต่คนที่เชื่อในแนวคิดโนโวรอสสิยาให้เหตุผลว่า ดินแดนเหล่านี้เป็นของรัสเซีย โดยยึดเอาตามดินแดนที่จักรวรรดิรัสเซียเคยครอบครองในช่วงศตรรษที่ 18 ในรัชสมัยของจักรพรรดินีนาถแคทเธอรีนที่ 2
อเล็กซานเดอร์ ดูกิน คือคนที่ผลักดันแนวคิดโนโวรอสสิยาหรือรัสเซียใหม่อย่างแข็งขัน ต่อเนื่องมากว่า 10 ปี และทำให้แนวคิดนี้ได้รับการยอมรับจากบรรดากลุ่มชาตินิยมรัสเซียมากขึ้นเรื่อยๆ หนึ่งในคนที่รับอิทธิพลแนวคิดนี้มาคือ ประธานาธิบดีปูติน
มีรายงานว่า ดูกินคือมันสมองของปูติน และปูตินใช้แนวคิดของเขาในการกำหนดยุทธศาสตร์ที่มีต่อยูเครน ถึงแม้ยังไม่มีการยืนยัน แต่นักวิเคราะห์เชื่อว่าเป็นเช่นนั้นจริง เพราะสิ่งที่รัสเซียทำในยูเครนสอดคล้องกับแนวคิดรัสเซียใหม่
เริ่มตั้งแต่การที่รัสเซียเข้าผนวกไครเมียเมื่อเมษายนปี 2014 หลังจากนั้น ทางตะวันออกของยูเครนคือภูมิภาคดอนบาสก็เกิดกลุ่มแบ่งแยกดินแดนขึ้นโดยมีรัสเซียเป็นผู้สนับสนุน
เดือนกรกฎาคมในปีเดียวกัน ประธานาธิบดีปูตินปรากฎตัวทางโทรทัศน์แห่งชาติ ประกาศว่า รัสเซียพร้อมที่จะใช้กำลังทางการทหารกับยูเครนเพื่อเอาดินแดนรัสเซียใหม่มาให้หมด นั่นคือการพูดเมื่อ 8 ปีที่แล้ว และในวันนี้ก็เกิดขึ้นจริง
ที่น่าสนใจคือเป้าหมายของรัสเซียในการทำสงครามในยูเครนวันนี้ คือ การยึดครองทางตะวันออกและทางใต้ของยูเครนให้ได้ ซึ่งบริเวณดังกล่าวคือคือสิ่งที่ถูกพูดถึงในแนวคิดรัสเซียใหม่นี้
ยังไม่ชัดเจนว่าใครคือคนพยายามลงมือลอบสังหาร อเล็กซานเดอร์ ดูกิน ผู้ผลักดันแนวคิดรัสเซียใหม่
ก่อนหน้านี้ทางรัสเซียออกมาบอกว่า ผู้อยู่เบื้องหลังการลอบสังหารครั้งนี้คือหน่วยข่าวกรองยูเครน
แต่ก็โดนมิคาโล โปโดลยัค ที่ปรึกษาประธานาธิบดีเซเลนสกีสวนกลับ ปฎิเสธว่ายูเครน ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์นี้ เพราะไม่ใช่รัฐอาชญากรเหมือนรัสเซีย
เหตุการณ์ลอบสังหารเกิดขึ้นในวันที่ยูเครนเริ่มโต้รัสเซียคืน โดยเฉพาะทางตอนใต้ ที่การโต้กลับทำไปถึงหลังแนวการสู้รบ คือโจมตีเข้าไปถึงฐานทัพของรัสเซียในแคว้นไครเมีย ในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา ไครเมียถูกโจมตีหนัก
เริ่มจากฐานทัพอากาศซากีของรัสเซียในเมืองนาวาโฟดารอฟกา ถูกวางระเบิดเมื่อวันที่ 9 สิงหาคม ทำให้เครื่องบินรบซุคฮอยรุ่นต่าง ๆ ได้รับความเสียหายกว่า 9 ลำ
หลังจากนั้นอีกไม่กี่วันก็เกิดเหตุระเบิดขึ้นที่โรงไฟฟ้าและคลังเก็บอาวุธในหมู่บ้านเมสโกเย ของเมืองดชานกี
ส่วนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาโดรนลำหนึ่งซึ่งเชื่อว่าเป็นของยูเครน บินอยู่เหนือฐานทัพเซวาสโตปอล ซึ่งเป็นกองบัญชาการกองเรือทะเลดำของรัสเซียในไครเมีย
มิคาอิล ราซโวเยฟ ผู้ว่าการเมืองเซวาสโตปอล ระบุผ่านเทเลแกรมเมื่อวานนี้ว่า โดรนลำดังกล่าวถูกส่งมาสอดแนม แต่ถูกสกัดได้และยิงตก ชาวรัสเซียที่อยู่ในเมืองเซวาสโตปอล บอกว่า การโจมตีจากยูเครนในช่วงหลังๆมีถี่ขึ้นมาก
ล่าสุดมีรายงานว่า รัสเซียเปิดระบบต่อต้านอากาศยานให้ทำงานอีกครั้ง ในเมืองเซวาสโตปอล ซึ่งเป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดของแคว้นไครเมีย เพื่อป้องกันการโจมตีจากยูเครนที่ถี่มากขึ้นเรื่อยๆ
สิ่งที่เกิดขึ้นในไครเมียน่าสนใจ เพราะที่นี่อยู่ไกลจากแนวหน้าของการสู้รบในภูมิภาคดอนบาส การที่ยูเครนสามารถรุกเข้าโจมตีฐานทัพรัสเซียจนเกิดความเสียหายอาจเป็นสัญญานว่า ยูเครนมีศักยภาพในการการโต้กลับมากกว่าที่หลายฝ่ายคิด
Institute for the Study of War ของสหรัฐฯ ระบุว่าการทำลายระบบขนส่ง คลังแสง และโครงสร้างทางการทหารของกองทัพรัสเซียในแคว้นไครเมีย คือยุทธศาสตร์ใหม่ที่ยูเครนนำมาใช้เพื่อบั่นทอนศัตรู เพราะไครเมียเป็นจุดเก็บอาวุธยุทโธปกรณ์และฐานสนับสนุนหลักของรัสเซียสำหรับปฏิบัติการทางทหารทางตอนใต้ทั้งหมด
ที่น่าสนใจคือ ประธานาธิบดีเซเลนสกีประกาศเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมาว่า สงครามในยูเครนเริ่มที่ไครเมีย และจะจบลงที่ไครเมีย ส่งสัญญานว่ายูเครนจะนำดินแดนไครเมียกลับคืนมา และเมื่อคืนที่ผ่านมาเขาออกมาพูดทำนองนี้อีกครั้ง
เหตุการณ์ที่ทำให้หลายคนคาดการณ์ว่า สงครามในยูเครนจะดุเดือดขึ้น เพราะไม่มีทางที่รัสเซียจะปล่อยให้ไครเมียหลุดมือไป เนื่องจากดินแดนนี้คือส่วนหนึ่งของสิ่งที่เรียกว่า รัสเซียใหม่คาดการณ์ว่า รัสเซียอาจกลับมาโจมตียูเครนหนักขึ้นกว่าเดิมโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในวันพุธที่จะถึงนี้จะเป็นวันชาติยูเครน
ในระหว่างการแถลงการณ์ประจำวัน ประธานาธิบดี โวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ขอให้ทุกคนระมัดระวังอย่างสูงสุดตลอดทั้งสัปดาห์นี้ ซึ่งเป็นช่วงเวลาแห่งการเฉลิมฉลอง เนื่องในโอกาสครบรอบ 31 ปี แห่งอิสรภาพจากการปกครองของสหภาพโซเวียต หรือวันชาติยูเครน ในวันพุธที่ 24 ส.ค.นี้
โดยเซเลนสกี เตือนว่ารัสเซียอาจพยายามทำสิ่งที่รุนแรงและน่าหวาดกลัวในช่วงเวลาดังกล่าว อะไรคือความรุนแรงและน่าหวาดกลัวที่ประธานาธิบดีเซเลนสกีพูดถึง
คาดกันว่า หนึ่งในนั้นคือ หายนะที่อาจเกิดขึ้นกับโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ซาโปริซเซียซึ่งเป็นโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ที่ใหญ่ที่สุดของยุโรป โรงไฟฟ้าแห่งนี้ถูกกองทัพรัสเซียเข้ายึดไว้เมื่อหลายเดือนก่อน และยูเครนออกมากล่าวหาว่ารัสเซียใช้ที่นี่เป็นโล่ห์กำบังเพื่อโจมตียูเครนทางตอนใต้ ส่วนรัสเซียก็กล่าวหายูเครนว่าเป็นคนยิงใส่โรงไฟฟ้า
การสู้รบทำให้เกิดความกังวลว่าโรงไฟฟ้าจะเสียหาย และจะเกิดหายนะนิวเคลียร์ครั้งใหญ่ จนเมื่อวันที่ 18 สิงหาคมที่ผ่านมา เลขาธิการยูเอ็นต้องเดินทางไปที่ยูเครนเพื่อร่วมประชุมกับประธานาธิบดีเซเลนสกีและเรเจป เทย์ยิป เออร์โดกัน ประธานาธิบดีตุรกี
ก่อนที่จะออกมาแถลงข่าวร่วมกันว่า ทางรัสเซียควรถอนกำลังและอาวุธต่าง ๆ ออกจากพื้นที่ของโรงงานไฟฟ้าซาโปริซเซีย และทำให้พื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่ปลอดทหาร (Demilitaried Area) เพราะการโจมตีหรือต่อสู้ใด ๆ ในพื้นที่ของโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ถือเป็นการฆ่าตัวตาย
แม้หลังจากนั้นประธานาธิบดีปูตินจะอนุญาตให้ทีมผู้ตรวจสอบจากทบวงพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ (IAEA) เข้าไปสำรวจความปลอดภัยและความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นกับโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ได้ แต่การโจมตีพื้นที่รอบๆก็ยังไม่ยุติ
ล่าสุดเมื่อคืนนี้การโจมตีเกิดขึ้นที่เมืองนิโคปอล เมืองนี้ที่อยู่ตรงข้ามแม่น้ำดนีโปรกับเมืองซาโปริซเซีย ไม่ไกลจากโรงไฟฟ้านิวเคลียร์
ผู้ว่าการเมืองนิโคปอลบอกว่า ถูกยิงถล่มถึง 5 ครั้งตลอดคืนที่ผ่านมา โดยมีกระสุนปืนใหญ่ 25 ลูกพุ่งตกในเมือง ทำให้เกิดไฟไหม้ที่โรงงานอุตสาหกรรมแห่งหนึ่งและทำให้ไฟฟ้าดับส่งผลกระทบต่อประชาชนราว 3,000 คน
ขณะนี้ชาวเมืองนิโคปอลบางส่วนเตรียมอพยพออกจากพื้นที่ เพราะไม่มั่นใจ เนื่องจากอยู่ใกล้โรงไฟฟ้านิวเคลียร์มากเกินไป