แม้ว่าเป็นที่รับรู้โดยทั่วกันว่า "พระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3” ได้ทรงขึ้นเป็นประมุขของสหราชอาณาจักร หลังจากพระมารดา สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 แห่งสหราชอาณาจักรเสด็จสวรรคต แต่ว่ายังคงมีพิธีการที่ต้องมีการประกาศชื่ออย่างเป็นทางการด้วย
ล่าสุดวันนี้หลัง “สภาการขึ้นครองราชย์” ประชุมเสร็จสิ้นแล้วได้มีการประกาศการสืบทอดราชบัลลังค์ของพระเจ้าชาร์ลที่ 3 อย่างเป็นทางการ
เมื่อช่วงเวลา 10.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น หรือ 16.00 น. ตามเวลาประเทศไทย สมาชิกของคณะองคมนตรี, นายกรัฐมนตรี ลิซ ทรัสส์, อดีตนายกรัฐมนตรี บอริส จอห์นสัน, เดวิด คาเมรอน, เทเรย์ซา เมย์ และอดีตนายกรัฐมนตรีคนอื่นๆ รวมถึงบุคคลสำคัญได้เข้าร่วมพระราชพิธีครั้งประวัติศาสตร์ ซึ่งจัดขึ้นที่พระราชวังเซนต์ เจมส์ กรุงลอนดอน และมีการถ่ายทอดสดทางโทรทัศน์เป็นครั้งแรก
ทั้งนี้ เพนนี มอร์ดันท์ (Penny Mordaunt ) ประธานสภาผู้แทนราษฎรอังกฤษได้มีการประกาศเสด็จสวรรคตของสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 แห่งสหราชอาณาจักร ต่อมาได้มีการประกาศเอ่ยพระนามของ เจ้าชายชาร์ลส์ ฟิลิป อาร์เธอร์ จอร์จ (Charles Philip Arthur George) ให้เป็น "พระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3" อย่างเป็นทางการ
ต่อมา พระเจ้าชาร์ลที่ 3 ได้พระราชทานพระราชดำรัสเกี่ยวกับการเสด็จสวรรคตของพระมารดา รวมถึงทรงยกย่องสมเด็จพระราชินีคามิลลา ที่ทรงให้การสนับสนุนพระองค์อย่างต่อเนื่อง จากนั้นพระเจ้าชาร์ลที่ 3 ทรงสาบานตนต่อหน้าองคมนตรี ในการทำนุบำรุงคริสตจักรแห่งสกอตแลนด์ และทรงลงนามคำสาบานตน
ขณะที่ สมเด็จพระราชินีคามิลลา และเจ้าชายวิลเลียม เจ้าชายแห่งเวลส์ ซึ่งเป็นมกุฎราชกุมารพระองค์ใหม่ได้ทรงลงนามในเอกสารเช่นเดียวกัน
ทั้งนี้ หลังจากพยานเข้าร่วมพระราชพิธีคนสุดท้ายได้ลงนามเสร็จสิ้นแล้ว ได้มีการอ่านประกาศการขึ้นครองราชย์ต่อสาธารณชนที่ระเบียงพระราชวัง วงดนตรีได้เริ่มบรรเลงเพลง God save the king โดยมีประชาชนและสื่อเข้าร่วมเป็นสักขีพยาน จากนั้นมีการยิงสลุตที่ไฮด์ พาร์ค 41 นัด และทาวเวอร์ ออฟ ลอนดอน 62 นัด
มีรายงานว่าในพระราชพิธีการประกาศการขึ้นครองราชย์ได้มีการเชิญธงชาติได้ลดลงครึ่งเสาเพื่อแสดงความอาลัยการสวรรคตของสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 จากนั้นจะเชิญธงขึ้นสู่ยอดเสาเป็นเวลา 24 ชั่วโมงจนถึงวันอาทิตย์เพื่อเป็นเกียรติแก่กษัตริย์พระองค์ใหม่ ก่อนจะลดธงลงกลับสู่ครึ่งเสาตามเดิม
บรรยากาศช่วงเช้าวันนี้ที่บริเวณหน้าพระราชวังบักกิ้งแฮมในกรุงลอนดอนได้มีเจ้าหน้าที่เข้าไปเก็บดอกไม้ที่ประชาชนนำมาวางไว้เพื่อแสดงความอาลัยต่อการเสด็จสวรรคตของสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2
แม้ช่วงเช้าวันนี้ยังเห็นภาพผู้คนบางตา แต่ก็ยังมีคนทยอยเดินทางเข้ามาบริเวณด้านหน้าพระราชวังบักกิ้งแฮมเพื่อไว้อาลัยอย่างต่อเนื่อง ขณะที่บางคนยังคงอยู่ในอาการที่โศกเศร้าเสียใจ
ส่วนความเคลื่อนไหวอื่นๆ สื่อญี่ปุ่นรายงานว่า สมเด็จพระจักรพรรดินารุฮิโตะ ทรงวางแผนจะเข้าร่วมพระราชพิธีพระบรมศพของสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 ด้วย ซึ่งหากพระองค์ทรงเข้าร่วมพระราชพิธีดังกล่าวจริงก็จะถือเป็นทริปการเดินทางเยือนต่างประเทศครั้งแรก นับตั้งแต่ขึ้นครองราชย์อย่างเป็นทางการในเดือนพฤษภาคมปี 2019
นอกจากนี้ยังมีรายงานว่า นายกรัฐมนตรีฟูมิโอะ คิชิดะ ของญี่ปุ่นก็มีแนวโน้มว่าจะเข้าร่วมพระราชพิธีดังกล่าวเช่นเดียวกัน
ขณะที่ ประธานาธิบดีโจ ไบเดนของสหรัฐฯยืนยันแล้วว่าจะเดินทางเข้าร่วมพระราชพิธีพระบรมศพของสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 แม้ว่าจะยังไม่ทราบรายละเอียดและกำหนดการของพระราชพิธีพระบรมศพดังกล่าวอย่างเป็นทางการก็ตาม