ประท้วงทั่วรัสเซีย หลังปูตินเรียกพลสำรอง เพิ่ม 3 แสนนาย


โดย PPTV Online

เผยแพร่




คนรัสเซียจำนวนมากออกมาประท้วง หลังปูตินประกาศเรียกกำลังพลสำรอง 300,000 นาย เพื่อเข้าไปทำการรบในยูเครน

การประท้วงเกิดขึ้นทันทีในหลายเมืองของรัสเซีย หลังจากประธานาธิบดีปูตินประกาศเรียกพลสำรอง โดยการประท้วงไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะในกรุงมอสโก เมืองหลวง แต่กระจายไปหลายภูมิภาคทั่วประเทศ อย่างเมืองโนโวซีบีสค์( NOVOSIBIRSK ) เมืองในภูมิภาคไซบีเรียและเป็นเมืองใหญ่อันดับ 3 ของประเทศ ประชาชนจำนวนมากออกมาชุมนุม หลายคนตะโกนคำว่า “ I am not going to die for Putin” หรือ เราจะไม่ยอมตายเพื่อปูติน ก่อนจะมีเสียงปรบมือจากบรรดาผู้ที่อยู่ในขบวน หลังจากนั้นก็ถูกสลายการประท้วงและส่วนหนึ่งถูกตำรวจจับกุมไป

ปูตินสั่งระดมกำลังพลสำรอง 3 แสนนาย เหมือนเอาชีวิตคนไปทิ้ง?

มีโอกาสมากน้อยแค่ไหนที่รัสเซียจะยิง “นิวเคลียร์” ใส่ยูเครน?

ประท้วงทั่วรัสเซีย หลังปูตินเรียกพลสำรอง เพิ่ม 3 แสนนาย

เช่นเดียวกับเมืองเยคาเต-รินเบิร์ก (Yekaterinburg) เมืองใหญ่อันดับ 4 ของรัสเซีย นั่นคือมีผู้ประท้วงออกมาตะโกนไม่เอาสงครามตามท้องถนนก่อนที่จะถูกตำรวจจับกุมตัวไปอย่างรวดเร็ว
ส่วนในกรุงมอสโกเมืองหลวง ประชาชนหลายพันคนออกมาตามท้องถนน ขณะที่ตำรวจพยายามขัดขวางการรวมตัวและจับกุมผู้ประท้วงไปหลายคน บางคนพยายามขัดขืนแต่ถูกใช้กำลังลากขึ้นรถตำรวจไปอย่างที่เห็น

สำหรับการประท้วงที่เกิดขึ้นในนครเซนต์สปีเตอร์เบิร์ก เมืองใหญ่อันดับที่ 2 ของประเทศ ตามท้องถนนมีขบวนของประชาชนตะโกนเรียกร้องให้ประธานาธิบดีปูตินยุติการทำสงคราม ก่อนที่ตำรวจจะตรงเข้าสลายการการชุมนุมและมีการจับกุมผู้ประท้วงไปหลายคน นี่อาจเรียกได้ว่าเป็นการประท้วงต่อต้านสงครามที่ใหญ่ที่สุดในรอบ 7 เดือน

ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ประธานาธิบดีปูตินสั่งการให้กองทัพรัสเซียบุกยูเครนเมื่อ 24 กุมภาพันธ์ หลังจากนั้นเพียง 1 วันก็มีประชาชนออกมาชุมนุมแบบนี้เช่นเดียวกัน แต่การประท้วงก็อยู่ได่ไม่นาน เพราะนอกจากตำรวจจะจับกุมแบบไม่เลือกหน้าแล้ว ในวันที่ 4 มีนาคมหรือ 8 วันหลังการทำสงคราม รัฐบาลรัสเซียมีการออกฎหมายห้ามเผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับสงครามที่ขัดต่อข้อมูลของรัฐบาล และห้ามการประท้วงต่อต้านสงคราม โดยมีโทษจำคุกสูงสุดถึง 15 ปี ส่งผลให้ประชาชนจำนวนมากไม่กล้าออกไปร่วมการชุมนุมประท้วง

ดังนั้นการประท้วงที่เกิดขึ้นในขณะนี้จึงสะท้อนบรรยากาศทางการเมืองรัสเซียได้ในระดับหนึ่ง เป็นสิ่งที่ชี้ว่าประชาชนคิดอย่างไรในวันที่สงครามถูกลากเข้าสู่เดือนที่ 7 และเป็นวันที่รัสเซียกำลังเสียเปรียบในสมรภูมิการรบ จนต้องมีการเรียกกำลังพลสำรอง 300,000 นาย เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่สิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่ 2 

โดย เซอร์เก ชอยกู รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมของรัสเซียให้สัมภาษณ์ว่า การเรียกกำลังพลสำรองนี้เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ และเป็นไปตามความประสงค์ของผู้บัญชาการกองทัพ ซึ่งหมายถึงประธานาธิบดีปูติน ที่ผ่านมารัสเซียไม่เคยต้องเรียกใช้กำลังพลสำรอง เนื่องจากทหารประจำการของรัสเซียมีถึง 900,000 นาย ซึ่งมากเป็นอันดับต้นๆของโลก

การเรียกกำลังพลสำรองครั้งนี้ หมายความว่า ประชาชนทั่วไปที่มีประสบการณ์ในการรบแต่ไม่ได้เป็นทหารประจำการจะต้องถูกเรียกตัวเข้าไปรบในสงครามยูเครน หลายคนบอกว่าที่ต้องออกมาประท้วงเพราะสมาชิกที่เป็นผู้ชายในบ้านได้รับหมายเรียกตัวแล้ว และพวกเขาไม่ต้องการไปรบ

องค์กรสิทธิมนุษยชนในรัสเซียที่มีชื่อว่า “โอ-วี-ดี อินโฟ”  (OVD-Info) เปิดเผยว่า เมื่อคืนที่ผ่านมาเฉพาะในกรุงมอสโกและนครเซนต์ปีเตอร์สเบิร์กมีผู้ประท้วงถูกจับกุมไปกว่า 1,300 คน และนับตั้งแต่ที่ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ประกาศคำสั่งบุกยูเครนเต็มรูปแบบเมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ มีคนมากกว่า 14,000 คนแล้วที่ถูกจับกุมในคดีที่เกี่ยวข้องกับการประท้วงหรือกระทำการใดๆ เพื่อต่อต้านสงคราม หรือที่ประธานาธิบดีปูตินเรียกว่า ‘ปฏิบัติการพิเศษทางทหาร’ ในยูเครน

ตั๋วเครื่องบินหมด-ราคาพุ่ง หลังปูตินสั่งระดมกำลังพลสำรอง 3 แสนนาย

เกาหลีเหนือเตือนสหรัฐฯ “หุบปาก” ยืนยันไม่เคยจัดหาอาวุธให้รัสเซีย

มีรายงานว่าคนจำนวนมากแห่ไปซื้อตั๋วเที่ยวบินจากรัสเซียไปยังประเทศที่ไม่ต้องขอวีซ่า เช่น อิสตันบูล ของตุรกี และ  กรุงเยเรวาน เมืองหลวงของอาร์เมเนีย โดยตั๋วเครื่องบินที่คนซื้อจำนวนมากเป็นตั๋วเที่ยวเดียว นั่นหมายความว่าคนเหล่านั้นไม่มีแผนกลับรัสเซียในอนาคนอันใกล้ และราคาตั๋วเพิ่มขึ้นหลายเท่า เช่นตั๋วชั้นประหยัดจากกรุงมอสโก ไปยัง อิสตันบูล ที่ปกติอยู่ที่ 22,000 รูเบิล หรือประมาณ 10,000 บาท เพิ่มขึ้นเป็น 70,000 รูเบิล หรือประมาณ 4 หมื่นบาท หรือ ดูไบ ของประเทศสหรัฐเอมิเรตส์เพิ่มขึ้นเป็น 300,000 รูเบิล หรือ เกือบ 180,000 บาท จากราคาเดิม 40,000 บาท

มีรายงานด้วยว่า ด่านพรมแดนรัสเซียหลายแห่งหนาแน่นไปด้วยรถยนต์ โดยผู้ชายที่อายุระหว่าง 18-65 ปี ซึ่งอยู่ในช่วงอายุของการถูกเกณฑ์ไปรบ พยายามออกนอกประเทศพร้อมครอบครัว

ประธานาธิบดีโจ ไบเดน กล่าวต่อ ที่ประชุมสมัชชาใหญ่สหประชาชาติในมหานครนิวยอร์กเมื่อคืนที่ผ่านมาว่า รัสเซียได้ละเมิดหลักการพื้นฐานในฐานะสมาชิกสหประชาชาติด้วยการรุกรานยูเครน พยายามผนวกดินแดนของยูเครน และที่สำคัญคือ ข่มขู่ว่าจะใช้อาวุธนิวเคลียร์ต่อสหภาพยุโรป ซึ่งถือว่าเป็นการกระทำที่สุ่มเสี่ยงอย่างยิ่ง

ประเด็นเรื่องการใช้อาวุธนิวเคลียร์กลายเป็นเรื่องใหญ่หลังจากที่เมื่อวานนี้ ประธานาธิบดีปูตินออกมาประกาศว่า พร้อมใช้อาวุธทำลายล้างสูงอย่างนิวเคลียร์เพื่อปกป้องความมั่นคงของประเทศ ทั้งนี้รัสเซียคือชาติที่มีหัวรบนิวเคลียร์ไว้ในครอบครองมากที่สุดในโลก โดยมีมากกว่า 5,977 หัว หรือร้อยละ 48 ของจำนวนหัวรบนิวเคลียร์ทั้งหมดที่มีบนโลก ถึงแม้ผู้นำรัสเซียจะไม่ได้ระบุถึงเป้าหมายหากใช้อาวุธนิวเคลียร์ แต่ประเมินกันว่า ถ้าใช้จริง เป้าหมายน่าจะเป็นยูเครน และอาจรวมถึงประเทศในสหภาพยุโรปซึ่งเป็นพันธมิตรที่สำคัญของยูเครนด้วย

เมื่อคืนที่ผ่านมา รัฐมนตรีต่างประเทศสหภาพยุโรปซึ่งรวมตัวกันอยู่ที่การประชุมสมัชชาใหญ่ของยูเอ็นในนิวยอร์กมีการประชุมด่วน ประกาศไม่ยอมรับการข่มขู่และยืนยันจะสนับสนุนยูเครนอย่างเต็มที่ต่อไป โดยระบุว่า การใช้อาวุธนิวเคลียร์มาข่มขู่คือสัญญาณของความสิ้นหวัง 

มีรายงานด้วยว่าขณะนี้สหภาพยุโรปกำลังพิจารณามาตการคว่ำบาตรรัสเซียเพิ่มเติม หลังจากมีการคว่ำบาตรรัสเซียไปแล้ว 5 รอบนับตั้งแต่เกิดสงคราม โดยประธานาธิบดีเซเลนสกีเสนอให้ตั้งศาลสงครามพิเศษเพื่อพิจารณาความผิดรัสเซียอย่างเที่ยงธรรม ที่ละเมิดบูรณภาพแห่งดินแดนของยูเครน และความผิดในข้อหาก่ออาชญากรรมเข่นฆ่าพลเรือน

ศาลคดีเขมรแดง จำคุกตลอดชีวิต นายเขียว สัมพัน คดีฆ่าล้างเผ่าพันธุ์

อัปเดตข่าวล่าสุดก่อนใคร Add friend ได้ที่ @PPTVOnline

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์


TOP ต่างประเทศ

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ