กระทรวงวัฒนธรรมยูเครน ออกแถลงการณ์ประณามรัสเซีย โดยรายงานว่า ทหารรัสเซียได้ก่อเหตุสังหารวาทยกร ยูรีย์ เคอร์พาเทนโก ภายในบ้านพักในเมืองเคอร์ซอน ซึ่งเป็นพื้นที่ทางใต้ของยูเครนที่ถูกรัสเซียยึดครอง หลังเจ้าตัวปฏิเสธที่จะร่วมเป็นส่วนหนึ่งของคอนเสิร์ตที่รัสเซียจะจัดขึ้นในเมือง
เคอร์พาเทนโกเป็นวาทยกรหลักของวงออร์เคสตรา “กิเลยา (Gileya)” ซึ่งประจำอยู่ที่โรงละคร มีโคลา คูลิช (Mykola Kulish Music and Drama Theatre) ของเมืองเคอร์ซอน
ขวัญหาย! กราดยิงกลางค่ายฝึกทหารรัสเซีย ดับ 11 เจ็บ 15
กระทรวงระบุว่า รัสเซียตั้งใจที่จะ “แสดงชีวิตที่ปกติสุขในเมืองเคอร์ซอน” ผ่านการจัดงานคอนเสิร์ต โดยมีแผนจะจัดงานในวันที่ 1 ต.ค. ที่ผ่านมา และเลือกวงออร์เคสตรากิเลยามาเป็นผู้แสดง “แต่เคอร์พาเทนโกปฏิเสธอย่างเด็ดขาดที่จะร่วมมือกับผู้รุกราน”
ขณะที่ครอบครัวของเขาที่หลบหนีไปนอกเคอร์ซอนกล่าวว่า พวกเขาขาดการติดต่อจากเคอร์พาเทนโกตั้งแต่เดือน ก.ย.
ขณะนี้ สำนักงานอัยการภูมิภาคเคอร์ซอนในยูเครนกำลังสอบสวนเหตุที่เกิดขึ้นอย่างเป็นทางการ “บนพื้นฐานของการละเมิดกฎหมายและประเพณีการทำสงคราม รวมกับการฆาตกรรมโดยเจตนา”
ข่าวนี้ทำให้ศิลปินในยูเครนและทั่วโลกออกมาประณามกองทัพรัสเซีย
ดาเลีย สตาเซฟสกา วาทยกรชาวฟินแลนด์-ยูเครน กล่าวว่า “ประวัติศาสตร์ของรัสเซียที่ใช้นโยบาย 'ทำตามหรือตาย' ต่อศิลปินไม่ใช่เรื่องใหม่ มันมีประวัติศาสตร์ที่ยาวนานกว่าร้อยปี”
ด้าน วิกตอเรีย อเมลินา นักเขียนชาวยูเครนและผู้สอบสวนอาชญากรรมสงคราม กล่าวว่า “เรารู้ว่าระบอบการปกครองของรัสเซียกำลังตามล่านักเคลื่อนไหว นักข่าว ศิลปิน ผู้นำกลุ่ม และใครก็ตามที่พร้อมจะต่อต้านการรุกรานยูเครน”
เธอเสริมว่า “ถึงกระนั้น แม้จะรู้รูปแบบและประวัติศาสตร์ในปัจจุบัน แต่เราไม่สามารถและไม่ควรคุ้นเคยกับการได้ยินเกี่ยวกับการฆาตกรรมอย่างโหดร้ายต่อผู้ที่ฉลาด มีความสามารถ และกล้าหาญ ซึ่งมีความผิดเพียงอย่างเดียวคือเป็นชาวยูเครน”
อเมลินาบอกอีกว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับเคอร์พาเทนโก เป็นสิ่งที่เคยเกิดขึ้นกับ มีโคลา คูลิช นักเขียนบทละครที่ถูกยิงตายเพราะต่อต้านโซเวียตในอดีต และถูกนำมาตั้งเป็นชื่อโรงละครในเคอร์ซอน
“คูลิชถูกยิงเมื่อวันที่ 3 พ.ย. 1937 ใกล้กับเมืองซานดาร์โมค โดยมีนักเขียน ศิลปิน และปัญญาชนชาวยูเครนอีก 289 คนถูกสังหารด้วย ส่วน ยูรีย์ เคอร์พาเทนโก ถูกยิงที่บ้านของเขาในเคอร์ซอน ในเดือน ต.ค. 2022” เธอกล่าว
ด้าน เซมยอน บิชคอฟ วาทยกรชาวรัสเซียที่อยู่ในฝรั่งเศส กล่าวว่า การกระทำของรัสเซียเป็น “การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์โดยบริสุทธิ์”
“พวกเขากำลังฆ่าคนที่นำความงามมาสู่ชีวิตของผู้คน ... กระสุนไม่ได้แยกแยะระหว่างคน ข่าวนี้ไม่ได้ทำให้ผมรู้สึกแย่เพียงเพราะผู้เสียชีวิตคือวาทยกร แต่เพราะมันยืนยันความชั่วร้ายที่มีมาตั้งแต่ก่อนที่ระเบิดลูกแรกจะตกลงใส่ยูเครนด้วยซ้ำ” เขากล่าว
แอนดรีย์ คูร์คอฟ นักประพันธ์นวนิยายเรื่อง Death and the Penguin กล่าวว่า “ตอนนี้ชื่อของ ยูรีย์ เคอร์พาเทนโก จะถูกเพิ่มเข้าไปในรายชื่อศิลปินยูเครนที่ถูกฆาตกรรม ผมคิดว่ารัสเซียไม่เพียงแต่พยายามยึดครองดินแดนยูเครนเท่านั้น แต่กำลังพยายามทำลายอัตลักษณ์และตัวตนของยูเครนอย่างขยันขันแข็งด้วย ซึ่งส่วนสำคัญคือวัฒนธรรมยูเครนนั่นเอง”
ขณะที่ โอเล็กซานเดรอ มิกเฮด นักเขียนชาวยูเครน ซึ่งเข้าร่วมกองทัพเมื่อเกิดสงครามขึ้น กล่าวว่า “รัสเซียกำลังพยายามสร้างสหภาพโซเวียตขึ้นใหม่ในพื้นที่ที่ถูกยึดครอง เพื่อสร้างสิ่งที่ไม่น่าจะเกิดขึ้นใหม่ ... องค์ประกอบสำคัญประการหนึ่งของนโยบายสหภาพโซเวียตคือ การทำลายวัฒนธรรมของประเทศที่เป็นทาส การฆาตกรรมบุคคลสำคัญทางวัฒนธรรม การกวาดล้างห้องสมุด การห้ามใช้ภาษาประจำชาติ”
เขาเสริมว่า “ผู้รุกรานกำลังปฏิบัติตามกลยุทธ์นี้อย่างเต็มที่ ทำลายวัฒนธรรม กีฬา การศึกษา และเมื่อดินแดนของเราถูกยึดครอง เราจะได้เรียนรู้เรื่องราวเลวร้ายเช่นนี้นับร้อย ๆ เรื่อง เรื่องราวของการทำลายล้างและการต่อต้านอย่างกล้าหาญ”
อนาโตลี โซโลเวียเนนโก ผู้อำนวยการโรงละครแห่งชาติยูเครนกล่าวว่า “มันน่ากลัวอย่างยิ่ง ไม่ว่าเขาจะเป็นหมอ คนทำงาน หรือศิลปิน ก็ไม่ต่างกันเลย เขาเป็นมนุษย์และเขาแค่ปฏิเสธที่จะปฏิบัติตามเท่านั้น”
เรียบเรียงจาก The Guardian
ภาพจาก AFP