ยอดส่งออกอาวุธสหรัฐฯ พุ่ง อินโดนีเซียเป็นลูกค้าอันดับหนึ่ง

โดย PPTV Online

เผยแพร่

สถาบันคลังสมองระบุ สหรัฐฯ ภายใต้ไบเดนมีการส่งออกอาวุธมากขึ้น แต่ยังน้อยกว่ายุค โดนัลด์ ทรัมป์

รายงานจาก สถาบันควินซีเพื่อรัฐศิลป์ที่มีความรับผิดชอบ (Quincy Institute for Responsible Statecraft) ระบุว่า ยอดการส่งออกอาวุธของสหรัฐฯ ภายใต้การบริหารของ โจ ไบเดน เพิ่มขึ้น ซึ่งสวนทางกับคำสัญญาในช่วงหาเสียงของไบเดนที่ว่าจะลดการขายอาวุธให้ต่างชาติ

ยอดขายอาวุธส่วนใหญ่มาจาก 4 บริษัท คือ ล็อกฮีดมาร์ติน (Lockheed Martin), โบอิ้ง (Boeing), เรย์ธีออน (Raytheon) และเจเนรัล ไดนามิกส์ (General Dynamics) ซึ่งรวมกันคิดเป็น 58% ของการส่งออกอาวุธทั้งหมดของสหรัฐฯ หลังไบเดนเป็นประธานาธิบดี

ถล่มโรงไฟฟ้ายูเครน “แผนลูกโซ่ถ่วงรั้ง” กลยุทธ์หน้าหนาวของรัสเซีย

โดย บริษัท ล็อกฮีด มาร์ติน มีส่วนร่วมในการผลิตอาวุธในข้อตกลงสำคัญ ๆ มากที่สุด รวมมูลค่ากว่า 2.58 หมื่นล้านบาท (9.9 แสนล้านบาท) ส่วนอันดับ 2 คือ โบอิ้ง ผลิตอาวุธส่งออก 2.26 หมื่นล้านดอลลาร์ (8.7 แสนล้าน)

อันดับ 3 คือ เจเนรัล ไดนามิกส์ ที่ 7.7 พันล้านดอลลาร์ (2.9 แสนล้านบาท) ขณะที่เรย์ธีออนอยู่ในอันดับที่ 4 มีส่วนเกี่ยวข้องกับข้อตกลงต่าง ๆ รวมมูลค่า 4.7 พันล้านดอลลาร์ (1.8 แสนล้านบาท)

รายงานบอกอีกว่า “อำนาจในการล็อบบี้ที่เข้มข้นของบริษัทเหล่านี้ รวมถึง “ประตู” ที่หน่วยขายอาวุธของเพนตากอนเปิดแง้มไว้ และการใช้ประโยชน์จากเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับการส่งออกอาวุธ ได้ถูกนำมาใช้ในความพยายามที่จะขยายการส่งออกอาวุธของสหรัฐฯ ไปยังลูกค้าต่างประเทศให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ รวมถึงการทำให้เกิดภัยคุกคามที่เกินจริงด้วย”

การส่งออกอาวุธของสหรัฐฯ ลดลงในช่วงปีแรกของการบริหารของไบเดน จาก 1.1 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 4.2 ล้านล้านบาท) ในสมัยของทรัมป์ เหลือเพียง 3.6 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ (1.38 ล้านล้านบาท)

อย่างไรก็ตาม ณ เดือน ต.ค. ปีนี้ ยอดส่งออกอาวุธของสหรัฐฯ พุ่งขึ้นมาเกือบ 2 เท่า ที่ 6.5 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 2.5 ล้านล้านบาท) ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากยอดขายอาวุธไปยังตลาดยุโรปและเอเชียที่เพิ่มขึ้น

รายงานของสถาบันควินซีระบุว่า “นโยบายและแนวปฏิบัติด้านอาวุธของสหรัฐฯ ในปัจจุบันมักทำให้เกิดสงครามมากกว่าที่จะขัดขวาง โดยจากเหตุความขัดแย้ง 46 เหตุ มี 34 เหตุ หรือประมาณ 2 ใน 3 ของความขัดแย้งในปัจจุบัน เกี่ยวข้องกับฝ่ายหนึ่งหรือหลายฝ่ายที่ใช้อาวุธของสหรัฐฯ”

รายงานเสริมว่า “ระหว่างปี 2017-2021 ในบรรดาชาติที่สหรัฐฯ จัดหาอาวุธในภาวะสงคราม มี 16 ประเทศได้รับอาวุธของสหรัฐฯ มูลค่า 50 ล้านดอลลาร์ (ราว 1.9 พันล้านบาท) หรือมากกว่า ซึ่งขัดแย้งกับสิ่งที่สหรัฐฯ บอกมาโดยตลอดว่า อาวุธของสหรัฐฯ มีเพื่อส่งเสริมเสถียรภาพและยับยั้งความขัดแย้ง”

สำหรับประเทศที่ซื้ออาวุธจากสหรัฐฯ มากที่สุดเป็นอันดับ 1 คือ อินโดนีเซีย ณ เดือน ก.ย. ได้รับข้อเสนออาวุธจากสหรัฐฯ มูลค่า 1.39 หมื่นล้านดอลลาร์ (5.3 แสนล้านบาท) รองลงมาเป็น กรีซ 1.02 หมื่นล้านดอลลาร์ (3.9 แสนล้านบาท) และเยอรมนี 1.01 หมื่นล้านดอลลาร์ (3.8 ล้านบาท)

รายงานระบุว่า อาวุธทำเงินส่วนใหญ่ที่ให้ผลตอบแทนสูงสุด คือกลุ่ม “เครื่องบินรบ” รองลงมาคือ “ระบบป้องกันขีปนาวุธ”

สถาบันควินซีเสนอให้รัฐบาลสหรัฐฯ หาทางจำกัด “ประตู” ระหว่างรัฐบาลและอุตสาหกรรม เรียกร้องให้สภาคองเกรสแก้ไขกฎหมายควบคุมการส่งออกอาวุธ และเรียกร้องให้ฝ่ายบริหารของไบเดนมีความโปร่งใสมากขึ้นในการใช้และส่งออกอาวุธของสหรัฐฯ

 

เรียบเรียงจาก The Guardian

ภาพจาก AFP

 

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ