นายซูนัคเดินทางไปเข้าเฝ้าฯ พระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 ที่พระราชวังบักกิงแฮม ในกรุงลอนดอน เพื่อรับการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเป็นนายกฯ คนที่ 57 ของสหราชอาณาจักร โดยพิธีนี้ เรียกว่า Kissing of hands (คิสซิง ออฟ แฮนด์ส)
ตามธรรมเนียม พระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 จะทรงขอให้นายกฯ จัดตั้งคณะรัฐบาลชุดใหม่ขึ้นมาบริหารประเทศ ตามด้วยการโค้งคำนับและจับมือ จากนั้น ซูนัคเดินทางกลับมาที่บ้านเลขที่ 10 ถนนดาวนิง ซึ่งเป็นที่ทำงานและบ้านพักประจำตำแหน่ง เพื่อกล่าวสุนทรพจน์แรกในฐานะนายกฯ โดยรับปากจะแก้ไขความผิดพลาดของรัฐบาลชุดก่อน
ส่วนนาง ลิซ ทรัสส์ นายกรัฐมนตรีที่ดำรงตำแหน่งสั้นที่สุดของสหราชอาณาจักร ได้เป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรีครั้งสุดท้าย ก่อนกล่าวสุนทรพจน์อำลาตำแหน่ง
โดยเธอระบุว่า รู้สึกเป็นเกียรติที่ได้เป็นนายกฯ ของประเทศที่ยิ่งใหญ่ ได้ร่วมนำประชาชนไว้อาลัยการสวรรคตของสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 และเธอเชื่อมั่นว่า สหราชอาณาจักรมีช่วงเวลาที่ดีรออยู่ข้างหน้า
จากนั้น จึงเดินทางไปเข้าเฝ้าฯ พระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 เพื่อกราบบังคมทูลลาออกจากตำแหน่ง
ทั้งนี้ นายซูนัค ซึ่งได้รับเสียงสนับสนุนจาก ส.ส.ในพรรค 193 เสียง ถูกประกาศให้เป็นหัวหน้าพรรคอนุรักษ์นิยมคนใหม่ เมื่อวานนี้ ซึ่งเจ้าตัวได้เปิดแถลงข่าวในฐานะว่าที่นายกรัฐมนตรี ระบุว่า ความสามัคคีของประชาชนและคนในพรรคอนุรักษ์นิยม เป็นสิ่งจำเป็นที่สุดในช่วงเวลาที่สหราชอาณาจักรกำลังเผชิญความท้าทายทางเศรษฐกิจครั้งใหญ่ โดยเฉพาะวิกฤตเงินเฟ้อที่พุ่งสูงที่สุดในรอบ 40 ปี
นอกจากนี้ เขายังยืนยันว่า จะไม่มีการจัดเลือกตั้งก่อนกำหนด แม้จะมีกระแสเรียกร้องอย่างหนักจากพรรคแรงงาน พรรคแห่งชาติสก็อตแลนด์ (SNP) พรรคเสรีประชาธิปไตย และพรรคกรีน
สำหรับ ซูนัค ซึ่งเป็นอดีตรัฐมนตรีคลัง วัย 42 ปี มีพ่อแม่เป็นชาวอินเดีย ที่อพยพมาจากแอฟริกาตะวันออก ทำให้เขากลายเป็นนายกรัฐมนตรีคนแรกที่มีเชื้อสายเอเชีย และนับถือศาสนาฮินดู
นอกจากนี้ เขายังเป็นผู้นำประเทศที่มีอายุน้อยที่สุดในรอบกว่า 200 ปี ของอังกฤษ และยังเติบโตทางการเมืองอย่างรวดเร็ว โดยใช้เวลาเพียง 7 ปี หลังได้รับเลือกเป็น ส.ส.ครั้งแรก จนได้มาเป็นนายกฯ
ข่าวการก้าวขึ้นมาเป็นนายกฯ อังกฤษของนายซูนัค ได้รับความสนใจ เป็นข่าวใหญ่ในอินเดีย และยังสร้างความภาคภูมิใจให้กับคนเชื้อสายอินเดียในอังกฤษ หลายคนตั้งความหวังว่าซูนัคจะทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ บางคนก็บอกว่า นโยบายและประสิทธิภาพในการบริหารประเทศย่อมสำคัญกว่าเรื่องเชื้อชาติ
ด้านนายกฯ นเรนทรา โมดี ของอินเดีย ออกมาแสดงความยินดีกับนายกฯ อังกฤษคนใหม่ โดยตั้งความหวังว่าจะได้ร่วมมือกันในทุกด้าน พร้อมกล่าวคำอวยพรเนื่องในเทศกาลดิวาลี หรือเทศกาลแห่งแสงสว่าง ซึ่งเป็นงานเฉลิมฉลองใหญ่ คล้ายกับวันปีใหม่ของอินเดีย
เช่นเดียวกับประธานาธิบดี โจ ไบเดน ของสหรัฐฯ ที่ระบุว่า การที่ซูนัคก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำผิวสีคนแรกของอังกฤษ ถือเป็นความสำเร็จครั้งสำคัญ และตัวเขาเฝ้ารอที่จะได้หารือกันทางโทรศัพท์ ทันทีที่ซูนัคได้รับการแต่งตั้งอย่างเป็นทางการ
ภาพจาก AFP