ระหว่างการแถลงข่าวประจำวันเมื่อช่วงค่ำที่ผ่านมา ประธานาธิบดี โวโลดิเมียร เซเลนสกี ระบุว่า ไม่เคยได้รับแรงกดดันใดจากชาติตะวันตกที่เกี่ยวกับการเปิดเจรจากับฝ่ายรัสเซีย หลังมีรายงานว่าสหรัฐฯ แสดงท่าทีอยากให้ยูเครนเปิดโอกาสกับการเจรจาสันติภาพ เนื่องจากการสู้รบที่ยืดเยื้อ ทำให้รัฐบาลของหลายประเทศพันธมิตรเผชิญกับความไม่พอใจจากประชาชน ที่ได้รับผลกระทบจากค่าครองชีพที่สูงขึ้นอันเป็นผลมาจากสงครามดังกล่าว
โดย เซเลนสกี ย้ำว่า การพูดคุยกับรัสเซียจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อมีการปฏิบัติตามเงื่อนไขต่างๆที่ยูเครนวางไว้ ทั้งการคืนดินแดนที่รัสเซียยึดครองไป การชดเชยความเสียหายจากสงคราม การลงโทษผู้ก่ออาชญากรรมสงคราม และ การรับประกันว่าจะไม่มีการรุกรานยูเครนอีก
นอกจากนี้ ประธานาธิบดี เซเลนสกี ยังพูดถึงการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐฯ โดยได้เรียกร้องให้รัฐบาลสหรัฐฯยังคงยืนหยัดเคียงข้างยูเครนต่อไปในการปกป้องประเทศจากรัสเซีย เพราะผลการเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐฯ ที่พรรคเดโมแครตของ ประธานาธิบดี โจ ไบเดน มีแนวโน้มสูญเสียการครองเสียงเข้างมากในรัฐสภา หรือ สภาคองเกรส ได้สร้างความกังวลว่า การให้ความช่วยเหลือยูเครนอาจได้รับผลกระทบไปด้วย
โดยเมื่อช่วงต้นเดือนที่แล้ว เควิน แมคคาร์ที (Kevin McCarthy) ผู้นำสมาชิกพรรครีพับลิกันในสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ เตือนว่าพรรครีพลิกันจะไม่สนับสนุนมาตรการใดๆ ที่เป็นเหมือนการเซ็นเช็คเปล่าให้กับยูเครน ท่ามกลางสถานการณ์เงินเฟ้อและปัญหาอื่นๆในประเทศ ที่พรรคมองว่ามีความจำเป็นเร่งด่วนที่ต้องแก้ไขมากกว่า
ซึ่งนับตั้งแต่รัสเซียส่งกำลังรุกรานยูเครนตั้งแต่วันที่ 24 กุมภาพันธ์ สหรัฐฯให้ความช่วยเหลือทางทหารแก่ยูเครนไปแล้ว 17,500 ล้านดอลลาร์ หรือ 6 แสนล้านบาท
"วิมเบิลดัน" จ่อปรับให้นักหวดหญิงใส่ชั้นในสีอื่นได้
แบล็ตเตอร์ อดีต ปธ.ฟีฟ่า รับเลือกกาตาร์ เจ้าภาพบอลโลก คือเรื่องผิดพลาด
อย่างไรก็ตามนาง ลินดา โธมัส กรีนด์ฟิลด์ เอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ประจำสหประชาชาติที่เดินทางเยือนกรุงเคียฟ ได้ยืนยันกับ ประธานาธิบดี เซเลนสกี ว่า สหรัฐฯจะสนับสนุนยูเครนต่อไป
โดย กรีนด์ฟิลด์ บอกว่า สหรัฐฯ ทั้งพรรคเดโมแครตและพรรคีพับลิกันยังพร้อมสนับสนุนยูเครน และ ประธานาธิบดี โจ ไบเดน จะผลักดันมาตรการต่างๆ ต่อไป ซึ่งเมื่อเดือนพฤษภาคม สภาคองเกรสสหรัฐฯ สัญญาจะมอบเงินช่วยเหลือ 40,000 ล้านดอลลาร์หรือ 1.5 ล้านล้านบาท แก่ยูเครน ภายใต้การเห็นชอบจากทั้ง 2 พรรค