วานนี้เครื่องบินรบเอฟ-35 เอ (F-35A) ของกองทัพเกาหลีใต้และเครื่องบินขับไล่เอฟ-16 (F-16) ของกองทัพสหรัฐฯ ปฏิบัติภารกิจซ้อมรบทางอากาศร่วมกัน บริเวณพื้นที่นอกชายฝั่งทางตะวันออกของคาบสมุทรเกาหลี และซ้อมยิงเป้าหมายจำลองฐานปล่อยขีปนาวุธเคลื่อนที่ของเกาหลีเหนือ เพื่อตอบโต้การยิงทดสอบขีปนาวุธข้ามทวีป (ICBM) ของรัฐบาลเปียงยางที่ตกในทะเล ห่างจากเกาะฮอกไกโดของญี่ปุ่น ไปทางตะวันตกประมาณ 210 กิโลเมตร
รัฐมนตรีกลาโหมญี่ปุ่น เปิดเผยว่า จากการคำนวณวิถีการยิงขีปนาวุธลูกนี้ อาจมีพิสัยการยิงถึง 15,000 กิโลเมตร ขึ้นอยู่กับน้ำหนักของหัวรบ ซึ่งหมายความว่า แผ่นดินใหญ่ของสหรัฐฯ ก็อยู่ภายใต้พิสัยทำการ
ขณะที่ จอห์น เคอร์บี โฆษกสภาความมั่นคงแห่งชาติประจำทำเนียบขาว ระบุว่า การยิงทดสอบขีปนาวุธของเกาหลีเหนือไม่ได้เป็นภัยคุกคามต่อแผ่นดินของสหรัฐฯ แต่ก็ได้แสดงความกังวลอย่างมากเกี่ยวกับการยิงทดสอบขีปนาวุธระยะสั้น และระยะไกลที่มีศักยภาพในการติดหัวรบนิวเคลียร์
ทั้งนี้ เคอร์บี ระบุว่า ทุกครั้งที่เกาหลีเหนือมีการทดสอบยิงขีปนาวุธ แม้จะประสบความสำเร็จ หรือล้มเหลว แต่เกาหลีเหนือเรียนรู้จากสิ่งนั้น พร้อมย้ำว่าการทดสอบยิงขีปนาวุธของเกาหลีเหนือไม่เพียงแค่สร้างความสั่นคลอนในคาบสมุทรเกาหลีเท่านั้น แต่รวมไปถึงในภูมิภาคด้วย
อย่างไรก็ตาม เคอร์บี ระบุว่า สหรัฐฯ ได้เสนอการเจรจาหลายครั้งในการปลดอาวุธนิวเคลียร์ในคาบสมุทรเกาหลีกับเกาหลีเหนือ โดยไม่มีเงื่อนไข แต่ดูเหมือนจะไม่ได้ประสบความสำเร็จ
ทั้งนี้หลังเกาหลีเหนือได้มีทดสอบขีปนาวุธหลายครั้ง ทำให้สหรัฐฯเองได้ประกาศว่าจะยกระดับสถานะการรักษาความมั่นคงในภูมิภาคดังกล่าว
ขณะที่คิม จอง อึน ได้ออกมาตอบโต้กลับ โดยประกาศอย่างเคร่งขรึมว่า หากศัตรูยังคงแสดงท่าทีคุกคาม พรรคแรงงานเกาหลีเหนือและรัฐบาลเปียงยางจะตอบโต้อย่างเด็ดขาดด้วยอาวุธนิวเคลียร์ และจะเผชิญหน้ากับศัตรูอย่างสุดกำลัง
สภาพอากาศวันนี้! อุตุฯ ประกาศ ฉ.3 เตือนฝนตกหนัก เช็กเลยพื้นที่เสี่ยง
เทียบกันชัดๆ นม 7 ประเภท อะไรดีต่อสุขภาพ-เหมาะกับเรามากที่สุด