เย็นวานนี้ (21 พ.ย.) ช่วงเวลาประมาณ 16.30 น. ตามเวลาท้องถิ่น เกิดเพลิงไหม้ในโรงงานบริษัท Kaixinda Trading Co ซึ่งทำงานเกี่ยวกับสารเคมี ในเมืองอันหยาง มณฑลเหอหนาน ประเทศจีน เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 38 ราย
เจ้าหน้าที่ดับเพลิงใช้เวลานานกว่า 3 ชั่วโมงครึ่งจึงคุมเพลิงไว้ได้ ยังไม่มีรายงานว่า สาเหตุของเพลิงไหม้ครั้งนี้เกิดจากอะไร และมูลค่าความเสียหายอยู่ที่เท่าไหร่ รวมถึงไม่มีข้อมูลแน่ชัดว่า ในจำนวนผู้เสียชีวิต เป็นพนักงานของบริษัทกี่คน
"โควิดเป็นศูนย์" นโยบายจีนสะเทือนเศรษฐกิจเอเชีย
จากข้อมูลเบื้องต้น Kaixinda เป็นผู้ค้าส่งสินค้าในอุตสาหกรรมที่หลากหลาย รวมถึง “สารเคมีเฉพาะทาง” ซึ่งคาดว่าอาจเป็นตัวทำปฏิกิริยาที่ทำให้ไฟลุกลามได้เร็ว
สถานีโทรทัศน์ CCTV ของจีนรายงานว่า “หลังจากได้รับสัญญาณแจ้งเตือนภัย หน่วยดับเพลิงของเทศบาลได้ส่งกำลังไปยังที่เกิดเหตุทันที ... จากนั้นหน่วยรักษาความปลอดภัยสาธารณะ หน่วยรับมือเหตุฉุกเฉิน หน่วยบริหารเทศบาล ก็ได้รีบไปที่เกิดเหตุพร้อม ๆ กันเพื่อดำเนินการกู้ภัยฉุกเฉิน”
นอกจากนี้ ยังมีเจ้าหน้าที่ออกมาเปิดเผยว่า สามารถจับกุม “ผู้ต้องสงสัย” เอาไว้ได้ แต่ยังไม่ได้ให้รายละเอียดเพิ่มเติม จึงไม่อาจสรุปได้ว่า นี่เป็นอุบัติเหตุหรือเป็นฝีมือการลอบวางเพลิงของใครหรือไม่
ทั้งนี้ อุบัติเหตุทางอุตสาหกรรมเป็นเรื่องปกติในประเทศจีน เนื่องจากมาตรฐานความปลอดภัยที่อ่อนแอและการทุจริตในหมู่เจ้าหน้าที่ที่บังคับใช้กฎหมาย ซึ่งทำให้ระบบความปลอดภัยรวมถึงโครงสร้างอาคารต่าง ๆ มักไม่เป็นไปตามมาตรฐาน
ก่อนหน้านี้ในเดือน มิ.ย. มีผู้เสียชีวิต 1 รายจากเหตุระเบิดที่โรงงานเคมีในเซี่ยงไฮ้ หรือเมื่อปีที่แล้ว ก็เกิดเหตุแก๊สระเบิดคร่าชีวิตผู้คนไป 25 ราย และทำให้อาคารหลายหลังกลายเป็นซากปรักหักพังในเมืองสือเยี่ยน ทางตอนกลางของประเทศ
ย้อนไปอีกในเดือน มี.ค. 2019 เกิดเหตุระเบิดที่โรงงานเคมีในหยานเฉิง คร่าชีวิตผู้คน 78 ราย และทำให้บ้านเรือนในรัศมีหลายกิโลเมตรเสียหาย และเมื่อ 4 ปีก่อน เกิดเหตุระเบิดครั้งใหญ่ในภาคเหนือของเทียนจินที่โกดังเก็บสารเคมี ทำให้มีผู้เสียชีวิต 165 ราย ซึ่งเป็นหนึ่งในอุบัติเหตุทางอุตสาหกรรมที่เลวร้ายที่สุดของจีน
เรียบเรียงจาก The Guardian