ทุบสถิติ! ญี่ปุ่น พบผู้ชายลางานไปเลี้ยงลูกมากสุด เป็นประวัติการณ์

โดย PPTV Online

เผยแพร่

รัฐบาลญี่ปุ่น เปิดเผยตัวเลขพนักงานของรัฐที่เป็นผู้ชายลาคลอด หรือลางานเพื่อเลี้ยงลูกสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในปีงบประมาณ 2021 ซึ่งเกินเป้าหมายที่รัฐบาลญี่ปุ่นตั้งเป้าไว้

นายทาโร โคโนะ รัฐมนตรี ซึ่งกำกับดูแลการปฏิรูประบบราชการของญี่ปุ่นเปิดเผยเมื่อวันอังคาร ( 6 ธ.ค.) ที่ผ่านมาว่า ในปีงบประมาณ 2021 พบพนักงานชายของรัฐบาลกลางญี่ปุ่นลางานเพื่อเลี้ยงดูลูก ประมาณ 34 % โดยตัวเลขดังกล่าวเพิ่มขึ้น 5 % จากปีงบประมาณปีก่อนหน้า

แม้ว่าตัวเลขพนักงานกลุ่มดังกล่าวมีจำนวนเพิ่มมากขึ้น แต่นายทาโร โคโนะ ระบุว่า ยังพบช่องว่างขนาดใหญ่ของการลางานเพื่อเลี้ยงดูลูกระหว่างพนักงานผู้ชายที่สังกัดในส่วนของกระทรวง และหน่วยงานต่างๆของรัฐบาล

 

โดยสัดส่วนการลางานเพื่อเลี้ยงดูลูก ของพนักงานผู้ชายในกระทรวงการคลัง ของญี่ปุ่นสูงถึง 83.3% ขณะที่กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงแรงงาน และสวัสดิการอยู่ที่ 77.5% ส่วนกระทรวงกลาโหมอยู่ที่เพียง 10.9 % และกระทรวงการต่างประเทศ อยู่ที่ 34.1%

นอกจากนี้ ยังมีข้อมูลผลสำรวจของกระทรวงแรงงานของญี่ปุ่น ที่เผยแพร่บนเว็บไซต์ Japan times เมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา โดยรายงานดังกล่าวระบุว่า ปีที่แล้ว มีพนักงานผู้ชายทั่วญี่ปุ่นลางานเพื่อเลี้ยงดูลูกเพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้า เป็น 13.97 % และถือเป็นสัดส่วนสูงที่สุดเท่าที่เคยมีมา 

เจ้าหน้าที่กระทรวงแรงงาน ระบุว่า ตัวเลขของพนักงานผู้ชายที่ใช้สิทธิลาคลอดเพิ่มสูงขึ้น เนื่องจากรัฐบาลญี่ปุ่น ได้เพิ่มเงินอุดหนุนให้กับบริษัทขนาดเล็กที่สนับสนุนให้พนักงานผู้ชายในบริษัท ลางานเพื่อเลี้ยงดูลูก เพื่อให้สอดคล้องกับกฎหมายฉบับแก้ไข ซึ่งอนุญาตให้พนักงานผู้ชายสามารถลางานเพื่อเลี้ยงดูบุตรได้ทันทีถึง 4 สัปดาห์ หลังภรรยาคลอดลูก หรือสามารถแบ่งช่วงเวลาการลาได้เป็นสองช่วง 

ขณะเดียวกัน ญี่ปุ่นก็มีกฎหมายที่ให้สิทธิพ่อแม่ในการลาเพื่อเลี้ยงดูลูกได้ถึง 12 เดือน อย่างไรก็ตาม ผลสำรวจยังคงชี้ให้เห็นว่า สัดส่วนการลาเลี้ยงดูของพนักงานผู้ชายโดยรวมทั้งประเทศยังคงอยู่ในระดับต่ำ และยังห่างไกลจากเป้าหมายของรัฐบาลญี่ปุ่นที่กำหนดว่า จะมีการเพิ่มสัดส่วนของผู้ชายที่ลางานเพื่อเลี้ยงดูลูกทั่วประเทศเป็น 30 % ในปี 2025 

แล้วทำไมญี่ปุ่นถึงแก้กฎหมายเกี่ยวกับสิทธิการลางานเพื่อเลี้ยงลูกให้ผู้ชายเพิ่มขึ้น?

ปัจจุบัน การเลี้ยงลูกไม่ใช่หน้าที่ของเพศใดเพศหนึ่งอีกต่อไป ทำให้รัฐบาลญี่ปุ่นตระหนักว่า ต้องเพิ่มความยืดหยุ่นให้กับสิทธิในการลางานเพื่อเลี้ยงดูลูก เพื่อให้แน่ใจว่า พ่อแม่ที่ทำงานอยู่มี ความสมดุลระหว่างชีวิต และการทำงานที่ดีขึ้น 

ทั้งนี้ รัฐบาลญี่ปุ่นได้เริ่มจากการสร้างวัฒนธรรม หรือบรรยากาศใหม่ๆ และพยายามออกกฎหมายต่างๆ เพื่อกระตุ้นให้ผู้ชายลาคลอด และช่วยแบ่งเบาภาระการเลี้ยงดูลูกกับภรรยา เพื่อผลักดันผู้คนมีลูกเพิ่มมากขึ้น เนื่องจากเวลานี้ญี่ปุ่นกำลังเผชิญกับอัตราการเกิดลดลง

โฆษกรัฐบาลญี่ปุ่น เปิดเผยเมื่อ 28 พฤศจิกายนที่ผ่านมาว่า จำนวนทารกที่เกิดในปีนี้ลดลงต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ ซึ่งถือว่าเป็นสถานการณ์วิกฤตภายในประเทศ  

โดยตั้งแต่เดือน มกราคมถึงกันยายนของปีนี่้มีทารกเกิดใหม่เพียง 599,636 คน  ซึ่งต่ำกว่าปีที่แล้วถึง 4.9 %  ขณะเดียวกัน อัตราการเกิดของทารกในญี่ปุ่นปีนี้ถือเป็นตัวบ่งชี้ว่า จำนวนทารกเกิดใหม่โดยรวมในประเทศอาจลดลงต่ำสุดเป็นประวัติการณ์

อย่างไรก็ตาม รัฐบาลญี่ปุ่นยังคงพยายามส่งเสริมผู้คนให้มีลูกมากขึ้น ผ่านการจ่ายเงินอุดหนุนการตั้งครรภ์ การคลอดลูก และออกกฎหมายให้สิทธิในการดูแลลูก แต่ยังพบว่าอัตราการเกิดยังคงลดลง แถมยังพบว่าผู้ชายญี่ปุ่นโดยรวมยังลางานเพื่อเลี้ยงดูลูกไม่มากนัก

ปัจจัยอะไรที่ทำให้ผู้ชายญี่ปุ่นไม่ค่อยใช้สิทธิลางานเพื่อเลี้ยงดูลูก? 

แม้กฎหมายญี่ปุ่นจะอนุญาตให้ผู้ชาย สามารถลางานเพื่อเลี้ยงดูลูกแรกเกิดได้นาน แต่มีผู้ชายส่วนน้อยเท่านั้นที่เต็มใจจะใช้สิทธินี้ เพราะด้วยวัฒนธรรมและแรงกดดันทางสังคม

โดยปีที่แล้วสำนักงานคณะรัฐมนตรีญี่ปุ่นได้เปิดเผยผลสำรวจกลุ่มตัวอย่างของผู้ชายวัยระหว่าง 20-30 ปีที่แต่งงานแล้ว พบว่า 42.2% ระบุว่า พวกเขาไม่มีความคิดจะลางานเพื่อเลี้ยงลูก 

ส่วน 42.3% บอกว่าไม่อยากลางาน เพราะไม่อยากให้บริษัทต้องประสบปัญหาขาดแคลนคนทำงาน และมีผู้ชายเพียง 8.4% ที่บอกว่า ต้องการลาเพื่อเลี้ยงลูกมากกว่า 1 เดือน

ขณะที่ บริษัทขนาดเล็ก และบริษัทขนาดกลาง ถือเป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้ตัวเลขภาพรวมของพนักงานผู้ชายลาเลี้ยงลูกเพิ่มขึ้นน้อย เพราะบริษัทเหล่านี้มีพนักงานน้อยกว่าบริษัทใหญ่ๆ หรือหน่วยงานภาครัฐ  ทำให้คนกลุ่มนี้ไม่สามารถลางานเพื่อไปเลี้ยงลูกได้

ผลสำรวจของสภาหอการค้าและอุตสาหกรรมแห่งชาติของญี่ปุ่นเมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา ระบุว่า 52 % ของบริษัทที่ตอบแบบสอบถามระบุว่า บริษัทของพวกเขาไม่มีพนักงานทดแทน

สำหรับญี่ปุ่น ถูกยกให้เป็นประเทศที่มีระบบการลาเพื่อเลี้ยงดูลูกที่เปิดกว้างที่สุด ในกลุ่มประเทศองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) ที่มีสมาชิก 30 ประเทศ 

นอกจากนี้ เว็บไซต์ Vacation Tracker ซึ่งเป็นระบบติดตามการลางานต่างๆ ขององค์กรที่ทำงานร่วมกันบน  Google Workspace จัดให้  "ญี่ปุ่น"  เป็นประเทศที่มีนโยบายให้สิทธิผู้ชายลาคลอดที่ดีที่สุดใน 5 อันดับแรกของโลก ตามด้วย ไอซ์แลนด์ ฟินแลนด์ ลิทัวเนีย และสเปน 

โดยในส่วนของญี่ปุ่น เปิดให้พนักงานผู้ชายสามารถลาคลอดได้สูงสุดถึง 1 ปี และตั้งแต่เดือนเมษายนที่ผ่านมา ษริษัท ธุรกิจต่างๆ จะต้องขอให้พนักงานทั้งชาย และหญิงแจ้งเรื่องการคลอดลูก หรือการตั้งครรภ์ของคู่สมรส และตั้งแต่เดือน ตุลาคมที่ผ่านมา พนักงานผู้ชายสามารถลางานเพื่อเลี้ยงดูบุตรได้ทันทีถึง 4 สัปดาห์ หลังลูกคลอด

ส่วนไอซ์แลนด์ ให้ผู้ชายสามารถลาคลอดได้ถึง 6 เดือน นอกจากนี้ ยังมีกฎหมายให้คุณพ่อและคุณแม่ลางานเพื่อดูแลลูกแรกเกิดได้รวมกัน 1 ปี โดยจะแบ่งคนละ 6 เดือนเท่าๆกัน หรือโอนวันลาให้กันได้ เช่น คุณแม่ลา 7 เดือน ส่วนคุณพ่อลาได้ 5 เดือน โดยได้รับเงิน 80 % ของเงินเดือน 

ส่วนผู้ชายในฟินแลนด์ ลาคลอดได้ 164 วัน หรือประมาณ 7 เดือน โดยคุณพ่อหรือคุณแม่ ไม่ว่าจะมีเพศสภาพเป็นอย่างไร หรือจะเป็นพ่อแม่ โดยกำเนิดหรือไม่ก็ตาม เช่น รับเด็กมาเลี้ยงเป็นลูกบุญธรรม หรือเป็นคู่รักเพศเดียวกัน ก็จะได้รับวันลาในการเลี้ยงดูลูกเท่าๆกัน คือคนละ 7 เดือน

ขณะที่ลิทัวเนีย ให้ผู้ชายสามารถลาคลอดได้ 4 สัปดาห์  และสเปน สามารถให้ผู้ชายลาคลอดได้ 16 สัปดาห์ โดยมีกำหนดให้ผู้ชายต้องลางานเพื่อดูแลลูก 6 สัปดาห์แรกหลังลูกคลอด และอีก 10 สัปดาห์สามารถลาช่วงใดก็ได้ภายในช่วงอายุ 1 ปีแรกของลูก และได้เงินเดือนเต็ม 100 % 

ยื้อชีวิต! เตรียมตัดขาโจรปล้นร้านทอง จ่อประสานเมียนมา เร่งล่าคนร้ายอีก 2

ฝรั่งเศส แชมป์เก่า เฉือน อังกฤษ 2-1 เข้ารอบรองฯ ฟุตบอลโลก 2022

 

 

 

 

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ