บทบาทของ "กลุ่มแวกเนอร์"ในสงครามยูเครน


โดย PPTV Online

เผยแพร่




ในวันที่ยูเครนกำลังระดมยุทโธปกรณ์ใหม่ๆจากพันธมิตร ทางฝั่งรัสเซียก็มีความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจเช่นเดียวกันเมื่อคืนที่ผ่านมารัฐมนตรีกลาโหมรัสเซียประกาศปฏิรูปหรือผ่าตัดกองทัพครั้งใหญ่

รัฐมนตรีกลาโหมรัสเซีย เซอร์เก ชอยกู เปิดเผยว่า แผนปฎิรูปกองทัพครั้งใหญ่ของรัสเซียมีกรอบระยะเวลา 3 ปี โดยจะเริ่มตั้งแต่ปีนี้จนถึงปี 2026

แผนปฏิรูปหลัก คือการเพิ่มกองพลทหารราบและทหารอากาศเพิ่มขึ้นอีกอย่างละ 2 หน่วย โดยจะเป็นหน่วยที่ทำงานร่วมกันด้านยุทธศาตร์

หน่วยทหารด้านยุทธศาสตร์คือหน่วยที่เป็นเหมือนสมอง เป็นฝ่ายวางแผนเพื่อให้เป้าหมายทางการทหารบรรลุผล

กลุ่มแวกเนอร์อ้างยึดเมือง “โซเลียดาร์” สำเร็จ

อดีตหัวหน้าทหารรับจ้างรัสเซียหลบหนีไปนอร์เวย์

การประกาศตั้งหน่วยนี้ใหม่จึงถือเป็นการเปลี่ยนแปลงด้านโครงสร้างของกองทัพรัสเซีย รัฐมนตรีกลาโหมรัสเซียระบุว่า กองบัญชาการด้านยุทธศาตร์หน่วยแรกจะอยู่ที่กรุงมอสโกเมืองหลวง

ส่วนจุดที่ 2 น่าสนใจมาก เพราะจะตั้งอยู่ที่คาเรเลียน อิสมัส ( Karelian Istmus) ติดกับชายแดนของฟินแลนด์

คาเรเลียน อิสมัส ( Karelian Istmus) คือจุดร้อน เป็นจุดที่ทำให้เกิดสงครามระหว่างฟินแลนด์กับสหภาพโซเวียตมาแล้วในปี 1939 ฮิตเลอร์ยกทัพเข้ายึดยุโรป หลังจากฮิตเลอร์ยึดโปแลนด์ได้ โจเซฟ สตาลิน ผู้นำของสหภาพโซเวียตในสมัยนั้นเกรงว่าฮิตเลอร์จะเดินหน้าบุกยึดฟินแลนด์ต่อ

และนั่นจะทำให้สหภาพโซเวียตอยู่ในอันตราย เนื่องจากชายแดนของฟินแลนด์ส่วนที่เรียกว่าคาเรเลี่ยน อิสมัส ( Karelian Istmus) อยู่ไม่ถึง 30 กิโลเมตรจากเลนินกราดหรือเซนต์ปีเตอร์สเบิร์กในปัจจุบัน

สตาลินจึงขอให้ฟินแลนด์ยกคาเรเลียน อิสมัสให้ แต่ฟินแลนด์ไม่ยอม สตาลินจึงยกทัพบุกฟินแลนด์ในเดือนพฤศจิกายนปีเดียวกัน รบกันอยู่ 3 เดือนในที่สุดฟินแลนด์ต้องยอมแพ้และต้องยกคาเรเลี่ยน อิสมัสให้กับรัสเซีย

ในวันที่สงครามในยูเครนกำลังเดือด จึงน่าสนใจมากว่าทำไมรัสเซียจึงจะตั้งศูนย์บัญชาการทหารด้านยุทธศาตร์ในจุดนี้

นอกจากการตั้งศูนย์บัญชาการใหม่ มีรายงานว่าด้วยว่า แผนปฏิรูปกองทัพที่เพิ่งจะประกาศไปจะรวมถึงการเพิ่มกำลังพลอีก 3 แสน 5 หมื่นนาย (จาก 1.15 ล้านนาย เป็น 1.5 ล้านนาย)

ไมเคิล คลาก นักวิเคราะห์ทางการทหารในสหราชอาณาจักรระบุว่า ส่วนหนึ่งของการปรับโครงสร้างกองทัพรัสเซียคราวนี้ เนื่องจากเครมลินต้องการลดการพึ่งพาบรรดา Warlord หรือทหารรับจ้าง หลังเกิดความขัดแย้งกับทหารรัสเซีย กลุ่มทหารรับจ้างที่ว่าคือ กลุ่มแวกเนอร์

แวกเนอร์คือเครือข่ายนักรบรับจ้าง  ผู้ก่อตั้งและเจ้าของคือ เยฟเกนี ปริโกซิน หนึ่งในมหาเศรษฐีหรือกลุ่มโอลิกาช (Oligarch) ของรัสเซีย โดยเยฟเกนีมีความใกล้ชิดและสนิทสนมกับประธานาธิบดีปูตินมาก

เขาขึ้นชื่อในเรื่องความโหดเหี้ยม ถูกจ้างไปปฎิบัติการรบในพื้นที่สงคราม เช่นในแอฟริกาตะวันตก รวมถึงสงครามในซีเรีย

กลุ่มแวกเนอร์เข้าร่วมในปฏิบัติการพิเศษทางทหารในยูเครนตั้งแต่วันแรกที่รัสเซียบุกยูเครน โดยในช่วงแรก ทหารแวกเนอร์มีเพียง 300 นายก่อนจะเพิ่มเป็นหลักหมื่น หลังรัสเซียสูญเสียทหารจำนวนมาก

นักรบแวกเนอร์อยู่เบื้องหลังการสู้รบในหลายจุดรวมถึงที่เมืองบูชา ซึ่งเป็นจุดที่รัสเซียสังหารหมู่พลเรือนชาวยูเครนจำนวนมาก

มีรายงานว่า นอกเหนือจากสังหารชาวยูเครนแล้ว แวกเนอร์ยังสังหารพวกเดียวกันเองด้หากพยายามหนีทัพ รวมถึงสังหารนักโทษชาวรัสเซียที่ถูกเกณฑ์มารบด้วย

พื้นที่รับผิดชอบหลักๆของกลุ่มแวกเนอร์ขณะนี้อยู่ที่เมืองบัคมุตและโซเลียดาร์ ในแคว้นโดเนตสก์ซึ่งอยู่ทางตะวันออกของยูเครน โดยทำหน้าที่เป็นหน่วยสนับสนุนทหารประจำการของรัสเซียที่นั่น

ในช่วงหลังมีสัญญานของการแตกคอกันระหว่างแวกเนอร์กับทหารรัสเซีย หนึ่งในตัวอย่างที่แสดงถึงความขัดแย้งนี้คือ ปฏิบัติการทางทหารที่เมืองโซเลียดาร์ท่ีรัสเซียเพิ่งยึดจากยูเครนได้เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา

ในการแถลงของกระทรวงกลาโหมรัสเซียเมื่อวันที่ 12 และ 13 มกราคมที่ผ่านมา ปรากฎว่าไม่มีการเอ่ยชื่อหรือบทบาทของกลุ่มแวกเนอร์เลยทั้งที่ทหารรับจ้างกลุ่มนี้เป็นกำลังหลักในการรบที่นี่

ท่ามกลางกระแสข่าวว่าทั้งสองฝ่ายต่างพยายามขัดขวางปฏิบัติการของกันและกันเพื่อแย่งชิงผลงาน มีเหตุการณ์หนึ่งที่น่าสนใจเกิดขึ้น นั่นก็คืออดีตผู้บัญชาการคนหนึ่งของแวกเนอร์ หลบหนีออกจากรัสเซียไปที่นอร์เวย์เพื่อขอลี้ภัย

อดีตผู้บัญชาการของกลุ่มแวกเนอร์รายนี้คือ อันเดร เมดเวเดฟ ที่ขณะนี้กำลังยื่นเรื่องขอลี้ภัยในนอร์เวย์ หลังเสี่ยงตายหลบหนีออกจากรัสเซียมาได้

คลิปวิดีโอที่ถูกโพสต์ในโลกออนไลน์โดยกลุ่มเคลื่อนไหวด้านสิทธิมนุษยชนที่ชื่อ Gulagu.net  ซึ่งเป็นองค์กรที่ช่วยพาเขาหนีออกจากรัสเซีย เผยให้เห็นภาพของเมดเวเดฟขณะกำลังข้ามชายแดนทางตอนเหนือของรัสเซียมุ่งหน้าสู่นอร์เวย์ โดยใช้เส้นทางผ่านมหาสมุทรอาร์กติกก่อนจะถูกตำรวจนอร์เวย์ควบคุมตัวไว้

เขาให้สัมภาษณ์หลังจากนั้นว่า หลบหนีมาเพราะถูกตามล่าหลังจากที่รู้ความลับและความโหดเหี้ยมของปฎิบัติการทางการทหารของรัสเซียในยูเครน

หลังถูกจับ ทางการนอร์เวย์ได้จัดหาทนายความให้เมดเวเดฟ และมีการนำตัวเขามาที่สถานที่แห่งหนึ่งเพื่อสอบสวนเพิ่มเติม

ทนายความของเมดเวเดฟ เปิดเผยว่า เรื่องราวการหลบหนีออกจากรัสเซียของลูกความของเขาไม่ต่างจากฉากในภาพยนตร์

TOP ต่างประเทศ
วิดีโอยอดนิยม
เรื่องที่คุณอาจพลาด

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ