“ตู้ขายเนื้อวาฬอัตโนมัติ” ทางรอดบริษัทล่าวาฬในญี่ปุ่น?


โดย PPTV Online

เผยแพร่




บริษัทล่าวาฬญี่ปุ่นผุดไอเดีย “ตู้ขายเนื้อวาฬอัตโนมัติ” หวังกระตุ้นยอดขาย ท่ามกลางแรงต้านจากกลุ่มอนุรักษ์วาฬ

ตู้ขายสินค้าอัตโนมัติ (Vending Machine) ถือเป็นหนึ่งในช่องทางการขายสินค้าของธุรกิจต่าง ๆ ที่ได้รับความนิยมอย่างมาก เพราะไม่จำเป็นต้องมีหน้าร้าน ไม่ต้องใช้แรงงานมาก ใช้พื้นที่น้อย และยังสะดวกสบายต่อผู้บริโภค

สินค้าที่ถูกนำมาจำหน่ายผ่านตู้ขายอัตโนมัตินั้นก็มีหลากหลาย ทั้งสินค้าพื้นฐานที่พบเห็นได้ง่ายอย่างเครื่องดื่ม หรือขนมขบเคี้ยว ไปจนถึงของแปลก ๆ ที่ไม่น่าเชื่อว่าจะมีอย่าง “ตู้ขายเนื้อวาฬอัตโนมัติ”

ผู้นำญี่ปุ่นชี้ต้องเร่งแก้วิกฤตเกิดต่ำ หวั่นสังคมล่มสลาย

มีอยู่จริง! “เชื้อราซอมบี้” ในซีรีส์ดัง “The Last of Us”

อันตราย! “ลมหายใจมังกร” ขนมแช่ไนโตรเจนเหลว อินโดนีเซียเตือนห้ามบริโภค

ตู้ขายเนื้อวาฬอัตโนมัตินี้อยู่ที่ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเป็นหนึ่งในประเทศที่อุตสาหกรรมล่าซาฬเคยรุ่งเรืองอย่างมาก โดยนี่เป็นไอเดียของบริษัท เกียวโด เซมปาคุ บริษัทล่าวาฬ ซึ่งต้องการเพิ่มยอดขายผลิตภัณฑืเนื้อวาฬของบริษัทจึงผุดไอเดียตั้งตู้ขายอัตโนมัติซะเลย

ในเดือนนี้ เกียวโด เซมปาคุ ได้ตั้งตู้ขายเนื้อวาฬอัตโนมัติแล้ว 3 จุด จุดละ 3 ตู้ ในเมืองโยโกฮามา 1 จุด และกรุงโตเกียว 2 จุด หลังการทดลองขายเมื่อปลายปีที่แล้วได้เสียงตอบรับค่อนข้างดี

สินค้าที่จำหน่ายมีเนื้อวาฬหลากหลายประเภท เช่น ซาชิมิวาฬแช่แข็ง เนื้อวาฬสเต๊ก และเนื้อวาฬรมควัน ส่วนใหญ่เป็นผลิตภัณฑ์จากวาฬที่จับได้ในน่านน้ำญี่ปุ่น รวมถึงยังมีเนื้อกระป๋องที่นำเข้าจากไอซ์แลนด์ เบคอน สเต๊ก และเนื้อแดงต่าง ๆ สนนราคาสินค้าเหล่านี้อยู่ในช่วง 1,000-3,000 เยน (ราว 250-750 เยน)

เกียวโด เซมปาคุ มีแผนที่เปิดจุดตั้งตู้ขายเนื้อวาฬอัตโนมัติอีกจุดในโอซากาเดือนหน้า และตั้งเป้าว่าจะตั้งให้ได้ 100 จุดทั่วประเทศภายใน 5 ปี

โทโกโระ ฮิเดกิ ประธานบริษัทเกียวโด เซมปาคุ บอกว่า ซูเปอร์มาร์เก็ตใหญ่ๆ หลายแห่งกลัวแรงต่อต้านจากประชาชนและกลุ่มต่อต้านการล่าวาฬ จึงไม่นำเนื้อวาฬมาจำหน่าย ขณะที่มีคนจำนวนมากที่ต้องการรับประทานเนื้อวาฬแต่หาซื้อไม่ได้

“ซูเปอร์มาร์เก็ตใหญ่ ๆ ไม่ขายเนื้อวาฬเพราะถูกก่อกวนโดยกลุ่มต่อต้านการล่าวาฬ  ซูเปอร์มาร์เก็ตจำนวนมากกลัวที่จะถูกก่อกวนเลยไม่ใช้เนื้อวาฬ มีคนจำนวนมากที่อยากทานเนื้อวาฬ แต่หาซื้อไม่ได้ เราก็เลยเปิดร้าน โดยคิดว่าจะได้มีที่ที่คนเหล่านั้นซื้อเนื้อวาฬไปทานได้” โทโกโระกล่าว

เนื้อวาฬหรือที่ในภาษาญี่ปุ่นเรียกว่า “คุจิระ” นั้น เดิมทีเป็นส่วนสำคัญในวัฒนธรรมอาหารญี่ปุ่น โดยเนื้อวาฬเป็นแหล่งอาหารที่สำคัญท่ามกลางภาวะขาดแคลนอาหารหลังญี่ปุ่นแพ้สงครามโลกครั้งที่ 2 

อย่างไรก็ตาม คณะกรรมการล่าวาฬระหว่างประเทศ (IWC) ได้ประกาศห้ามล่าวาฬเชิงพาณิชย์ตั้งแต่ปี 1986 เป็นต้นมา แต่กระนั้น ญี่ปุ่นซึ่งเป็นหนึ่งในชาติสมาชิก ก็ยังคงล่าวาฬโดยอ้างเหตุผลทางการวิจัย และเป็นชนวนให้กลุ่มต่อต้านการล่าวาฬออกมาประท้วงบ่อยครั้ง

คาทริน มัทเทส ผู้รับผิดชอบนโยบายเกี่ยวกับญี่ปุ่นของ Whale and Dolphin Conservation องค์กรการกุศลเพื่อการอนุรักษ์วาฬและโลมา บอกว่า อุตสาหกรรมล่าวาฬของญี่ปุ่นเคยได้รับเงินอุดหนุนจากรัฐบาลจำนวนมาก แต่เงินอุดหนุนเหล่านั้นถูกปรับลดลง ทำให้หลายบริษัทต้องออกหาวิธีส่งเสริมการขายเพื่อให้ธุรกิจอยู่รอด

คำถามสำคัญก็คือ พวกเขาจะประสบความสำเร็จหรือไม่ในท้ายที่สุด เพราะจากที่เห็นตอนนี้ ตู้จำหน่ายอัตโนมัติดูเหมือนจะจูงใจผู้คนไม่ได้ง่าย ๆ ผู้บริโภคบางส่วนบอกว่า จะไม่ออกนอกเส้นทางเพื่อมาซื้อเนื้อวาฬ แม้ว่าตู้จำหน่ายอัตโนมัติจะมีความสะดวกสบายก็ตาม

ข้อมูลจากรัฐบาลระบุว่า ญี่ปุ่นบริโภคเนื้อวาฬเพียง 1,000 ตัน ในปี 2021 เทียบกับเนื้อไก่ซึ่งอยู่ที่ 2.6 ล้านตัน และเนื้อวัวที่ 1.27 ล้านตัน ขณะที่ในปี 1962 นั้นญี่ปุ่นบริโภคเนื้อวาฬถึง 233,000 ตัน

 

เรียบเรียงจาก Reuters

ภาพจาก Reuters

Olympic2024_B Olympic2024_B

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ