สำนักงานกองทัพยูเครนประจำกรุงเคียฟของยูเครนเปิดเผยว่าบอลลูนรัสเซียที่ลอยเข้ามาในพื้นที่มีจำนวนทั้งสิ้น 6 ลูก และถูกยิงทำลายเกือบทั้งหมด แต่ยังไม่มีการเปิดเผยว่าบอลลูนเหล่านี้ลอยเข้ามาในกรุงเคียฟในเวลาใด
เจ้าหน้าที่กองทัพยูเครนระบุว่าบอลลูลรัสเซียเหล่านี้อาจมีอุปกรณ์สะท้อนมุม ซึ่งจะปรากฎเป็นจุดสว่างที่เห็นได้ชัดเมื่อถูกตรวจจับโดยระบบเรดาร์ และน่าจะมีอุปกรณ์บันทึกข้อมูลรวมอยู่ด้วย
เป็นได้ว่าบอลลูนเหล่านี้ถูกส่งเข้ามาเพื่อหาข้อมูล และกระตุ้นระบบป้องกันภัยทางอากาศของยูเครน ให้ใช้อาวุธที่มีอยู่ หมดไปเรื่อยๆ
เช่นเดียวกับ นาย ยูริ อิห์นาท (Yuriy Ihnat) โฆษกองทัพอากาศยูเครน ให้สัมภาษณ์ทางโทรทัศน์ระบุว่า บอลลูนที่ลอยเข้ามา ทำให้เกิดเสียงไซเรนแจ้งเตือนภัยทางอากาศดังไปทั่วกรุงเคียฟ
อิห์นาท เชื่อว่าเหตุทีเกิดขึ้นเป็นแผนการของรัสเซียที่ต้องการให้ยูเครนใช้ยุทโธปกรณ์ที่มีอยู่จนร่อยหรอลงไป รวมทั้งยังเป็นการรักษาจำนวนโดรนสอดแนมของรัสเซียด้วย
เมื่อวานนี้ นาย โอเล็กไซ เรซนิคอฟ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมยูเครน ที่เข้าร่วมการประชุมกับชาติสมาชิกองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติก หรือ นาโต ประเมินว่ารัสเซียจะหันมาใช้เครื่องบินรบมากขึ้นในการบุกโจตีรอบใหม่ จึงเป็นเรื่องจำเป็นสำหรับกองทัพยูเครนที่ต้องมีเครื่องบินรบเทคโนโลยีสูงไว้ใช้งานเพื่อหยุดยั้งฝ่ายรัสเซีย และเสริมศักยภาพของระบบป้องกันภัยทางอากาศของยูเครน
โดย เรซนิคอฟ แสดงความมั่นใจว่าชาติพันธมิตรตะวันตกจะมอบเครื่องบินรบให้ตามที่ยูเครยนร้องขอ เพราะก่อนหน้านี้ประเทศต่างๆก็เคยปฎิเสธที่จะส่งอาวุธบางชนิดให้ แต่ก็เปลี่ยนใจในท้ายที่สุด
ส่วนเครื่องบินรบที่เหมาะสมที่สุดสำหรับสถานการณ์มนตอนนี้ เรซนิคอฟ ระบุว่าเครื่องบินรบ F-19 น่าจะเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุด เพราะหลายประเทศมีเครื่องบินรุ่นนี้
ขณะที่การประชุมตัวแทนชาติสมาชิกสหภาพยุโรป หรือ อียูได้เริ่มพิจารณามาตรการลงโทษชุดที่ 10 มูลค่า 11,000 ล้านยูโร หรือประมาณ 4 แสนล้านบาท
ต่อรัสเซียและหลายประเทศ ที่จัดหาสินค้าจำเป็นให้แก่กองทัพรัสเซีย เพื่อใช้ในการสนับสนุนการทำสงครามรุกรานยูเครน
นาง เออร์ซูลา ฟอน เดอ ไลเอิน ประธานคณะกรรมาธิการสหภาพยุโรป ระบุว่า มาตรการลงโทษชุดใหม่นี้ มุ่งเป้าห้ามส่งออกสินค้าอุตสาหกรรม และเทคโนโลยีให้กับรัสเซีย เพื่อป้องกันไม่ให้นำชิ้นส่วนที่เกี่ยวข้องไปใช้ในการผลิตอาวุธในการทำสงครามกับยูเครน
นอกจากนี้ ยังรวมถึงมาตรการลงโทษต่อกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติของอิหร่าน ซึ่งเชื่อว่าเป็นผู้ผลิตโดรนที่รัสเซียใช้โจมตีโครงสร้างพื้นฐานของยูเครน
ข้อเสนอที่ประธานคณะกรรมาธิการสหภาพยุโรปเป็นผู้ผลักดันนี้ มุ่งเน้นไปที่ชิ้นส่วนอิเลกทรอนิกส์ที่ใช้ในการผลิตอาวุธ เช่น โดรน ขีปนาวุธ เฮลิคอปเตอร์ และกล้องตรวจจับความร้อน รวมทั้งเทคโนโลยีอื่นๆ ที่ถูกนำมาใช้ในสงคราม
โดยข้อเสนอดังกล่าวจะถูกนำเสนอ ในการประชุมระดับรัฐมนตรีต่างประเทศของอียูในวันจันทร์หน้า ก่อนที่จะส่งต่อให้ผู้นำ ชาติสมาชิกอนุมัติในวันที่ 24 ก.พ. ซึ่งเป็นวันครบรอบ 1 ปีที่ รัสเซียบุกรุกยูเครน