รมว.อิสราเอล เยือนยูเครน ยันหนุนแผนสันติภาพ

โดย PPTV Online

เผยแพร่

อีกเพียงหนึ่งสัปดาห์ก็จะครบ 1 ปีของสงครามในยูเครน สถานการณ์ตอนนี้คือ รัสเซียยังไม่สามารถยึดยูเครนได้อย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาด โดยพื้นที่ที่รัสเซียยึดได้มีเพียงบางส่วนทางด้านตะวันออกและทางใต้ของยูเครน

นอกจากการต่อสู้อย่างดุเดือดในแคว้นโดเนตสก์ อีกประเด็นที่หลายฝ่ายให้ความสนใจคือ บทบาทของอิสราเอลในสงครามยูเครน หลังจากที่รัฐมนตรีต่างประเทศอิสราเอลเยือนกรุงเคียฟเป็นครั้งแรก

ก่อนที่จะมีการพูดเรื่อง “การเจรจาสันติภาพ” ขึ้นมาอีกครั้ง ท่ามกลางสงครามที่ดำเนินมาเกือบครบ 1 ปี

โดยคำว่า "การเจราจาสันติภาพ" เกิดขึ้นในระหว่างที่ เอลี โคเฮน รัฐมนตรีต่างประเทศอิสราเอลเดินทางเยือนกรุงเคียฟของยูเครน

ก่อนที่จะเข้าหารือกับดิมิโทร คูเลบา รัฐมนตรีต่างประเทศยูเครนและออกมาแถลงข่าวร่วมกัน โคเฮนระบุว่า อิสราเอลพร้อมที่จะสนับสนุนแผนสันติภาพของยูเครนในการประชุมขององค์การสหประชาชาติที่จะมีขึ้นในสัปดาห์หน้า

นี่เป็นท่าทีที่น่าสนใจอย่างยิ่ง เนื่องจากรัฐมนตรีต่างประเทศของอิสราเอลรายนี้ ถือเป็นเจ้าหน้าที่ระดับสูงคนแรกของรัฐบาลอิสราเอล ที่ตัดสินใจเดินทางไปเยือนยูเครน เพราะย้อนกลับไปตั้งแต่เกิดสงครามในยูเครน อิสราเอลพยายามวางตัวเป็นกลางมาตลอด ไม่สามารถเข้าข้างฝั่งใดฝั่งหนึ่งได้อย่างชัดเจน

สำหรับยูเครน อิสราเอลต้องรักษาความสัมพันธ์ไว้ เพราะสหรัฐฯ ซึ่งเป็นพันธมิตรสำคัญของอิสราเอลคือผู้สนับสนุนหลักของยูเครน

ตั้งแต่เกิดสงคราม อิสราเอลจึงได้ส่งความช่วยเหลือให้ยูเครน แต่ความช่วยเหลือเป็นไปอย่างระมัดระวังและจำกัด

โดยอิสราเอลเลือกส่งไปให้เฉพาะความช่วยเหลือทางด้านมนุษยธรรม และปฏิเสธการส่งอาวุธยุทโธปกรณ์ไปให้เพราะไม่ต้องการให้รัสเซียไม่พอใจ

โดยสาเหตุที่ทำให้อิสราเอลไม่สามารถสนับสนุนยูเครนได้อย่างเต็มที่มาจากความขัดแย้งในซีเรีย เพราะรัสเซียคือผู้สนับสนุนหลักของประธานาธิบดีอัล อัสซาด ผู้นำซีเรีย ในการทำสงครามกับกลุ่มต่อต้านรัฐบาลที่เกิดขึ้นในช่วงอาหรับสปริง

โดยรัสเซียได้ยื่นมือเข้ามาช่วยประธานาธิบดีอัลอัสซาดในปี 2015 ด้วยการสนับสนุนทางอากาศ ถล่มฝ่ายต่อต้านรัฐบาลจนราบคาบ

นอกจากรัสเซีย อีกผู้เล่นสำคัญในสงครามซีเรีย คือกลุ่มเฮซบอลเลาะห์ องค์กรทางการเมืองและการทหารที่มีฐานที่มั่นในเลบานอน ซึ่งกลุ่มเฮซบอลเลาะห์อยู่ฝ่ายเดียวกับผู้นำซีเรีย และรัสเซีย

เฮซบอลเลาะห์ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 1982 เพื่อตอบโต้การรุกรานของอิสราเอลทางตอนใต้ของเลบานอน

เฮซบอลเลาะห์ต่อสู้กับอิสราเอลอย่างหนักจนสามารถขับไล่ทหารอิสราเอลออกจากเลบานอนได้สำเร็จในปี 2000  ปัจจุบันทั้งคู่ยังคงเป็นศัตรูคู่แค้นกัน

นี่คือสิ่งที่อิสราเอลต้องระวัง เพราะหากบริหารความสัมพันธ์กับรัสเซียไม่ดี อาจทำให้เกิดสงครามบริเวณชายแดนเลบานอน-อิสราเอลอีกได้

เหล่านี้เป็นเหตุผลที่ทำให้อิสราเอลพยายามอยู่ตรงกลาง และเป็นสิ่งที่อธิบายว่า เหตุใดอิสราเอลจึงเสนอตัวช่วยผลักดันแผนสันติภาพของยูเครนในที่ประชุมยูเอ็นที่จะเกิดขึ้นในสัปดาห์หน้า

อีกหนึ่งประเด็นที่หลายฝ่ายให้ความสนใจจากการแถลงข่าวของรัฐมนตรีต่างประเทศอิสราเอลคือ เรื่องความช่วยเหลือทางการทหารที่จะให้กับยูเครน

เมื่อ 2 สัปดาห์ก่อน นายกรัฐมนตรีเนทันยาฮู ผู้นำอิสราเอลให้สัมภาษณ์ว่า อาจส่งระบบไอรอนโดม ซึ่งเป็นระบบป้องกันภัยทางอากาศของอิสราเอลที่มีประสิทธิภาพสูงตัวหนึ่งของโลกให้กับยูเครนซึ่งถ้าเป็นเช่นนั้นจริงก็จะถือเป็นการเปลี่ยนแปลงจุดยืนครั้งสำคัญของอิสราเอลต่อสงครามในยูเครน

อย่างไรก็ตาม รัฐมนตรีต่างประเทศอิสราเอลพูดถึงการช่วยยูเครนเรื่องระบบป้องกันภัยทางอากาศอีกครั้งในการแถลงข่าวเมื่อคืนนี้ ระบุว่า รัฐบาลอิสราเอลยึดหลักการเรื่องการเคารพบูรณภาพทางดินแดนของแต่ละรัฐ ดังนั้นจุดยืนของอิสราเอลคือจะยืนหยัดเคียงข้างสนับสนุนยูเครนต่อไป

โดยนอกจากความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมแล้ว อิสราเอลยังจะช่วยเหลือยูเครนในการพัฒนาระบบเตือนภัยอัจฉริยะ เพื่อใช้ป้องกันตัวเองจากการโจมตีทางอากาศ

หลายฝ่ายตั้งข้อสังเกตว่า รัฐบาลอิสราเอลภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู มีท่าทีสนับสนุนยูเครนมากขึ้น เนื่องจากรัสเซียเริ่มใกล้ชิดกับอิหร่าน ศัตรูอันดับหนึ่งของอิสราเอล

ที่เป็นเช่นนี้เพราะรัสเซียทำเพราะต้องพึ่งพายุทโธปกรณ์ของอิหร่านในการทำสงครามกับยูเครน เนื่องจากกำลังการผลิตอาวุธของตนไม่พอ

โดยยุทโธปกรณ์ที่รัสเซียซื้อจากอิหร่าน เช่น โดรนชาเฮด-136 หรือโดรนพลีชีพ ซึ่งเป็นอาวุธที่รัสเซียใช้โจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานยูเครนถี่มากในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา

การที่รัสเซียพึ่งพาอิหร่านมากขึ้น ทำให้อิสราเอลกังวลว่าในอนาคตรัสเซียอาจปล่อยให้อิหร่านโจมตีอิสราเอลผ่านที่ราบสูงโกลัน

ความกังวลใจนี้มีมากขึ้นเมื่อมีรายงานว่า อิหร่านใกล้พัฒนาอาวุธนิวเคลียร์สำเร็จ และเป็นที่มาของการที่อิสราเอลเริ่มขยับมาทางยูเครนมากขึ้น

แต่การขยับก็ยังเป็นไปด้วยความระมัดระวัง โดยนอกจากวางบทเป็นตัวกลางเจราจาสันติภาพแล้ว อิสราเอลยังไม่มีนโยบายการส่งอาวุธยุทโธปกรณ์หนักให้กับยูเครน เช่นเดียวกับที่สหรัฐฯ และชาตินาโตทำในตอนนี้

นอกจากอิสราเอลที่ระบุว่าจะผลักดันแผนสันติภาพของยูเครน เมื่อวานนี้ มีอีกหนึ่งความเห็นเกี่ยวกับวิธีการยุติสงครามมาจากพันธมิตรที่ใกล้ชิดที่สุดคนหนึ่งของประธานาธิบดีปูติน อย่างอเล็กซานเดอร์ ลูคาเชนโก ประธานาธิบดีเบลารุส

เมื่อคืนที่ผ่านมา ประธานาธิบดีลูคาเชนโกให้สัมภาษณ์ว่า ยุโรปต้องการสันติภาพและเขาพร้อมสนับสนุน

โดยระบุว่าสิ่งที่ต้องทำคือ ให้ผู้นำสหรัฐฯ ซึ่งมีบทบาทในการช่วยเหลือด้านการทหารกับยูเครนมากที่สุด มานั่งพูดคุยกับประธานาธิบดีปูตินของรัสเซียแบบตัวต่อตัว ที่กรุงมินสก์ เมืองหลวงของเบลารุส

ผู้นำเบลารุสกล่าวแบบมั่นใจว่า ตนเองจะสามารถโน้มน้าวให้ประธานาธิบดีปูตินมาที่กรุงมินสก์ได้

ในขณะที่มีสัญญาณของสันติภาพออกมาจากเจ้าหน้าที่ระดับสูง แต่สถานการณ์ที่เกิดขึ้นในสนามรบของยูเครนนั้นยังคงห่างไกลจากสันติภาพ โดยเฉพาะที่เมืองบัคมุตในแคว้นโดเนตสก์ทางภาคตะวันออกของยูเครน สังเกตได้จากการออกมาร้องขออาวุธของทหารที่อยู่แนวหน้า

วานนี้ 16 ก.พ. ทหารยูเครนในพื้นที่ใกล้เมืองบัคมุตได้เผยแพร่ภาพวิดีโอขณะที่ยืนอยู่หน้ายานเกราะบุชมาสเตอร์ ที่รัฐบาลออสเตรเลียเป็นผู้ส่งมาให้ พร้อมกับระบุว่า ยานเกราะดังกล่าวใช้งานได้ดี

อย่างไรก็ดี พวกเขายังต้องการอาวุธเพิ่มเติมเพื่อที่จะขับไล่รัสเซียออกจากพื้นที่ ประเด็นการส่งอาวุธไปช่วยเหลือทหารยูเครนเป็นประเด็นสำคัญ ที่อาจส่งผลต่อชัยชนะของยูเครนหลังจากนี้

โดยเซอร์ริชาร์ด บารรอนส์ อดีตนายพลของสหราชอาณาจักร ประเมินว่า ยูเครนจะสามารถชนะสงครามครั้งนี้ได้ หากชาติตะวันตกยังคงสนับสนุนอาวุธและกระสุนให้ยูเครนอย่างต่อเนื่อง และดูเหมือนว่าชาติตะวันตกจะทราบถึงความสำคัญเรื่องการส่งอาวุธและความช่วยเหลือให้แก่ยูเครนเป็นอย่างดี

สังเกตได้จากการที่วันนี้ สำนักข่าวรอยเตอร์สของสหรัฐฯ ได้เผยแพร่กระบวนการผลิตกระสุนปืนใหญ่ที่โรงงานสแครนตันในรัฐเพนซิลเวเนียของสหรัฐฯ ออกมา ซึ่งเป็นหลักฐานที่ชัดเจนว่าสหรัฐฯ จะมีกระสุนให้ยูเครนใช้อย่างเพียงพอไปอีกระยะหนึ่ง

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ