วันนี้ (28 ก.พ.) แอนโทนี บลิงเคน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศสหรัฐฯ เดินทางเยือนประเทศแถบเอเชียกลางเป็นครั้งแรกในฐานะผู้บริหารระดับสูงภายใต้รัฐบาลของประธานาธิบดี โจ ไบเดน โดยมีแผนพบปะผู้นำจาก 5 ประเทศที่แยกตัวจากสหภาพโซเวียต โดยเริ่มต้นจากการเยือนคาซัคสถาน ณ เมืองอัสตานา เมืองหลวงของประเทศ ต่อด้วยอุซเบกิสถาน หลังวันครบรอบ 1 ปีรัสเซียรุกรานยูเครน เมื่อ 24 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา
สรุปดราม่า “Atomic Heart” เมื่อเกมรัสเซีย อาจมีเอี่ยวในสงครามยูเครน
การเดินทางครั้งนี้ บลิงเคน มีแผนพบปะผู้นำและตัวแทนจาก 5 ประเทศแถบเอเชียกลาง ได้แก่ คาซัคสถาน อุซเบกิสถาน คีร์กิซสถาน ทาจิกิสถาน และเติร์กเมนิสถาน เพื่อเจรจาเกี่ยวกับผลประโยชน์ด้านเศรษฐกิจร่วมกัน และพบปะพูดคุยถึงความสัมพันธ์ระหว่างกลุ่มประเทศเหล่านี้กับรัสเซีย เนื่องจากสหรัฐฯ มองว่ารัสเซียกำลังเล็งเจาะกลุ่มตลาดใหม่ ๆ หากโดนคว่ำบาตรโดยชาติตะวันตก
โดนัลด์ ลู ผู้ช่วยเลขาธิการสำนักงานต่าประเทศแถบเอเชียใต้และเอเชียกลาง หรือ SCA กล่าวแก่ผู้สื่อข่าวก่อนการเดินทางครั้งนี้ว่า “เป้าหมายหลักของการเดินทางมาในครั้งนี้คือการแสดงให้เห็นว่าสหรัฐฯ เป็นพันธมิตรที่เชื่อถือได้ เราเห็นความยากลำบากทางเศรษฐกิจและปากท้องที่ประชาชนแถบนี้กำลังเผชิญ”
ลู กล่าวต่อ “ไม่ว่าจะเป็นอาหารที่ราคาสูงขึ้น ราคาเชื้อเพลิงที่สูงขึ้น อัตราการว่างงานสูงขึ้น เกิดความยากลำบากในการส่งออกสินค้า การฟื้นฟูช้าหลังวิกฤติโควิด และผู้อพยพชาวรัสเซียที่หลีกหนีจากสงครามมาอาศัยในแถบนี้จำนวนมาก”
โดยวันนี้บลิงเคนจะเดินทางไปพบ คาสซิม-โจมาร์ต โทคาเยฟ ประธานาธิบดีคาซัคสถานเป็นรายแรก เพื่อหารือเรื่องเศรษฐกิจและการอ้างสิทธิ์ในดินแดนตน หากวลาดิเมียร์ ปูติน ประธานาธิบดีรัสเซีย มีแผนบุกยึดคาซัคสถานเพื่อผนวกรวมเข้ากับรัสเซีย ซึ่งพรมแดนรัสเซีย-คาซัคสถานถือเป็นพรมแดนทางบกที่ติดต่อกันยาวที่สุดในโลก รวมถึงมีประชากรเชื้อชาติรัสเซียมากเป็นอันดับ 2 ของกลุ่มประเทศที่แยกจากสหภาพโซเวียต โดยเป็นรองเพียงยูเครนเท่านั้น
จากนั้นบลิงเคนจะเดินทางไปเยือน ชาฟคัต เมอร์ซิโยเยฟ ประธานาธิบดีอุซเบกิสถาน และเยือนอีก 3 ประเทศต่อไป
เรียบเรียงจาก Reuters
ภาพจาก AFP