หลังจากเพิ่งครบรอบ 1 ปีไปเมื่อวันที่ 24 ก.พ. ที่ผ่านมา สถานการณ์สงครามรัสเซีย-ยูเครนยังคงตึงเครียด โดยเฉพาะที่เมืองบัคมุตของสาธารณรัฐโดเนตสก์ในยูเครนตะวันออก แต่สถานการณ์ทางตะวันตกของยูเครนก็น่าจับตาไม่แพ้กัน เมื่อมีความกังวลว่า รัสเซียอาจมีแผนรุกราน “มอลโดวา” ด้วย
ขณะนี้ ความตึงเครียดกำลังเพิ่มสูงขึ้นในมอลโดวา ประเทศเล็ก ๆ ติดพรมแดนทางตะวันตกเฉียงใต้ของยูเครน ซึ่งได้กล่าวหารัสเซียว่า พยายามหว่านพืชหวังผลสำหรับการก่อรัฐประหารที่อาจลากมอลโดวาเข้าสู่สงคราม
"ปูติน"จวกตะวันตกส่งอาวุธให้ยูเครน ต้องการทำลายรัสเซีย
ไมอา ซานดู ประธานาธิบดีของมอลโดวา กล่าวหาว่า รัสเซียใช้ “ผู้ก่อวินาศกรรม” ที่ปลอมตัวเป็นพลเรือน เพื่อก่อความไม่สงบในช่วงเวลาที่มอลโดวากำลังไร้เสถียรภาพทางการเมือง และจะเข้าแทรกแซงแบบเดียวกับที่เคยทำกับภูมิภาคไครเมียของยูเครนเมื่อปี 2014
ในขณะเดียวกัน ประธานาธิบดีรัสเซีย วลาดิเมียร์ ปูติน ก็กล่าวหายูเครนว่า กำลังวางแผนโจมตีดินแดนที่สนับสนุนรัสเซียในมอลโดวา สร้างความหวาดกลัวมากขึ้นว่าเขากำลังหาข้ออ้างสำหรับการผนวกภูมิภาคของมอลโดวาหรืออาจรุนแรงถึงขั้นรุกราน
มอลโดวาขณะนี้กำลังประสบปัญหาขาดเสถียรภาพอย่างรุนแรง จากราคาพลังงานที่แพงและอัตราเงินเฟ้อที่พุ่งสูง จนต้องมีการเปลี่ยนนายกฯ คนใหม่ ที่ช้ำกว่านั้นคือ เริ่มเกิดกระแสการประท้วงสนับสนุนรัสเซียในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะในเมืองหลวงของประเทศอย่างคีชีเนา โดยได้รับการสนับสนุนจากพรรคการเมืองที่สนับสนุนรัสเซีย
ประธานาธิบดีซานดูบอกว่า รัสเซียกำลังหาทางใช้ประโยชน์จากสถานการณ์นี้ เธอบอกว่า ตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว รัฐบาลมอลโดวาได้หาทางรับมือ “ผู้ก่อวินาศกรรมซึ่งผ่านการฝึกทหารและปลอมตัวเป็นพลเรือนเพื่อดำเนินภารกิจวินาศกรรมรุนแรง เช่น โจมตีสถานที่ราชการ และจับตัวประกัน”
ซานดูยังอ้างว่า มีบุคคลที่ปลอมตัวเป็น “ฝ่ายค้าน” กำลังพยายามบังคับให้เกิดการเปลี่ยนอำนาจในมอลโดวาผ่านวินาศกรรมรุนแรงเหล่านี้
ด้าน อิอูเลียน โกรซา อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศของมอลโดวา และปัจจุบันเป็นผู้อำนวยการสถาบันนโยบายและการปฏิรูปยุโรปในคีชีเนา กล่าวว่า “เป็นที่ชัดเจนว่าภัยคุกคามเหล่านี้มาจากรัสเซีย และความกระหายที่จะขยายสงครามต่อเรานั้นมีสูงมาก”
แม้ว่ารัสเซียจะพยายามแสดงความบริสุทธิ์ใจว่าไม่เกี่ยวข้องกับความวุ่นวายในมอลโดวา แต่สถานการณ์ตอนนี้ก็มีความคล้ายคลึงอย่างมากกับการเคลื่อนไหวของรัสเซียช่วงก่อนที่จะมีการผนวกไครเมียในปี 2014 และการรุกรานยูเครนอย่างเต็มรูปแบบเมื่อปีที่แล้ว
ทั้งนี้ มอลโดวาเองเป็นอีกหนึ่งประเทศที่มีกลุ่มแบ่งแยกดินแดนซึ่งสนับสนุนรัสเซียตั้งถิ่นฐานอยู่ โดยอยู่ในภูมิภาคทรานส์นิสเตรีย (Transnistria) และมีกองกำลังของรัสเซียประจำการอยู่ที่นี่ด้วย ในลักษณะเดียวกับที่มีกลุ่มแบ่งแยกดินแดนที่สนับสนุนรัสเซียในลูฮานสก์และโดเนตสก์
เมื่อวันที่ 21 ก.พ. ที่ผ่านมา ปูตินได้เพิกถอนกฤษฎีกานโยบายต่างประเทศปี 2012 ซึ่งยอมรับความเป็นอิสระของมอลโดวา จากนั้นในวันที่ 23 ก.พ. กระทรวงกลาโหมของรัสเซียก้ออกมากล่าวหายูเครนว่า “เตรียมการยั่วยุด้วยอาวุธ” เพื่อต่อต้านกลุ่มแบ่งแยกดินแดนที่สนับสนุนรัสเซียในภูมิภาคทรานส์นิสเตรีย
หากย้อนกลับไป เรื่องนี้คล้าย ๆ กับเมื่อปีที่แล้วที่ปูตินกล่าวอ้างคล้าย ๆ กันว่า ชาวรัสเซียกำลังตกเป็นเป้าหมายในลูฮานสก์และโดเนตสก์ จึงต้องมี “ปฏิบัติการพิเศษทางทหารในยูเครน” เพื่อปกป้องประชาชนรัสเซียในพื้นที่ดังกล่าว
กล่าวคือ รัสเซียอาจใช้ข้ออ้างว่าชาวรัสเซียและผู้สนับสนุนรัสเซียในมอลโดวากำลังถูกคุกคาม จึงเคลื่อนไหวเพื่อปกป้องคนเหล่านั้น เป็นการหาทางอ้างความชอบธรรมในการรุกรานนั่นเอง
โกรซาบอกว่า “มันเคยเกิดขึ้นมาแล้ว เราได้เห็นความเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่องของรัสเซียที่พยายามสำรวจและใช้ประโยชน์จากพื้นที่ในมอลโดวาโดยใช้โฆษณาชวนเชื่อ”
เมื่อเดือนที่แล้ว หัวหน้าฝ่ายความมั่นคงของมอลโดวาเตือนว่า “มีความเสี่ยงสูงมาก” ที่รัสเซียจะเปิดฉากการรุกครั้งใหม่ในปี 2023 นี้ โดยมีเป้าหมายเป็นพื้นที่ทางตะวันออกของมอลโดวา
ทั้งนี้ มอลโดวาไม่ได้เป็นสมาชิกของกลุ่มพันธมิตรนาโต (NATO) ทำให้มีความเสี่ยงมากขึ้นว่าจะเป็นเป้าหมายการรุกรานของรัสเซีย
หากรัสเซียได้มอลโดวา หรือภูมิภาคทรานส์นิสเตรีย จะทำให้รัสเซียสามารถตีขนาบยูเครนได้ โดยเฉพาะจากทางตะวันตกเฉียงใต้และทิศใต้ พูดง่าย ๆ คือ จะเป็นการสร้างสะพานทางบกที่ทอดผ่านยูเครนตอนใต้ และเข้าใกล้เขตแดนของนาโตมากขึ้นด้วย
สถานการณ์ความตึงเครียดในมอลโดวาตอนนี้ ทำให้หลายสายการบินประกาศยกเลิกเส้นทางบินเข้าและออกมอลโดวาทั้งเป็นเวลา 1 เดือน หลังก่อนหน้านี้เคยมีขีปนาวุธรัสเซีย ล้ำเข้าน่านฟ้ามอลโดวา
เรียบเรียงจาก CNN
ภาพจาก AFP