หากพูดถึงหนึ่งในรูปปั้นที่มีเอกลักษณ์และเป็นที่จดจำ เชื่อว่า “โมอาย (Moai)” บนเกาะอีสเตอร์ในอุทยานแห่งชาติราปานูอีของชิลี น่าจะเป็นหนึ่งในนั้น โดยมันเป็นรูปปั้นหินรูปร่างคล้ายมนุษย์ และมีส่วนศีรษะใหญ่โดดเด่นเป็นพิเศษ
มีข้อมูลว่าบนเกาะอีสเตอร์มีรูปปั้นโมอายกว่า 900 ตัว มีข้อสันนิษฐานว่า พวกมันถูกสร้างขึ้นโดยชาวโพลีนีเซียซึ่งเคยอาศัยอยู่บนเกาะนี้เมื่อราว 1,000 ปีก่อน เพื่อเป็นตัวแทนของบรรพบุรุษหรือบุคคลสำคัญที่ล่วงลับไปแล้ว
และล่าสุดเมื่อวันที่ 21 ก.พ. ที่ผ่านมา ได้มีการค้นพบรูปปั้นโมอายตัวใหม่บริเวณก้นทะเลสาบที่แห้งเหือดในปากปล่องภูเขาไฟแห่งหนึ่งในภูเขาไฟราโน รารากู (Rano Raraku) ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นบริเวณที่มีโมอายมากที่สุด โดยทีมอาสาสมัครวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัยชิลี 3 แห่ง ซึ่งกำลังทำงานในโครงการฟื้นฟูพื้นที่ลุ่มแถบปล่องภูเขาไฟ
ชุมชนชนพื้นเมืองมาอู เฮนูอา (Ma'u Henua) ซึ่งเป็นผู้ดูแลรักษาอุทยานแห่งชาติราปานูอี ระบุว่า “โมอายที่พบใหม่นี้เหมาะสำหรับการศึกษาทางวิทยาศาสตร์และธรรมชาติ มันเป็นการค้นพบที่ไม่เหมือนใคร เนื่องจากเป็นครั้งแรกที่มีการค้นพบโมอายในพื้นที่ที่เคยเป็นลากูนา (ทะเลสาบ) ในภูเขาไฟราโน รารากู”
ผู้อำนวยการชุมชนเสริมว่า “โมอายนี้อยู่ใจกลางลากูนาที่เริ่มเหือดแห้งในปี 2018 ... สิ่งที่น่าสนใจคือ อย่างน้อยในช่วง 200 หรือ 300 ปีที่ผ่านมา ลากูนี้มีน้ำที่ระดับความลึกกว่า 3 เมตร หมายความว่าไม่มีมนุษย์คนใดสามารถทิ้งโมอายไว้ที่นั่นได้ในช่วงเวลานั้น”
ชุมชนชนพื้นเมืองมาอู เฮนูอา บอกว่า โมอายตัวใหม่ที่พบนี้มีความสูง 1.6 เมตร ถูกพบในลักษณะนอนตะแคง “มีรูปร่างท้วมและมีลักษณะเป็นที่จดจำได้ แต่ไม่มีคำจำกัดความที่ชัดเจน”
อย่างไรก็ตาม ชุมชนยังไม่มีแผนจะนำโมอายย้ายออกจากสถานที่ที่ค้นพบ และชุมชนกำลังมองหาแหล่งเงินทุนเพื่อทำการศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับการค้นพบนี้
เรียบเรียงจาก The Guardian
ภาพจาก AFP