หากใครที่เป็นคอภาพยนตร์ไดโนเสาร์ เชื่อว่าเนื้อหาใน “จูราสสิค พาร์ค” ที่เล่าถึงการคืนชีพไดโนเสาร์ด้วยการนำดีเอ็นเอในเลือดที่ถูก “ยุง” ดูดเอาไป น่าจะเป็นหนึ่งในโมเมนต์สำคัญของเรื่องที่หลายคนจำได้ขึ้นใจ
ในความเป็นจริงแล้ว โลกของเราในยุคดึกดำบรรพ์ก็มีแมลงโบราณมีชีวิตอยู่จริง ๆ และล่าสุดเพิ่งมีการพบ “ฟอสซิลแมลง” อายุกว่า 280 ล้านปี หรือย้อนไปในยุคเพอร์เมียน (Permian)
ทีมนักบรรพชีวินวิทยารัสเซียและโปแลนด์ได้ขุดค้นพบฟอสซิลแมลงโบราณหลายร้อยตัวอยู่ในตะกอนริมฝั่งแม่น้ำซิลวา (Sylva) ที่ไหลผ่านเทือกเขาอูราล (Ural) ในประเทศรัสเซีย
แมลงในฟอสซิลที่พบล่าสุดนี้ มีชื่อว่า “ทิลล์ยาร์ดเอ็มบีด (Tilyardembiid)” เป็นแมลงตัวยาว มีปีก หน้าตาคล้ายคลึงกับ “แมลงหางหนีบ (Earwig)” ในปัจจุบัน
แต่จุดที่น่าสนใจคือ ภายในซากฟอสซิลนี้ นักบรรพชีวิตยังพบ “ละอองเรณูดอกไม้” ติดอยู่ตามหัว ลำตัว และขา มาจากพืชที่มีเมล็ดพืชแต่ไม่มีดอก (Gymnosperm) ซึ่งหมายความว่า แมลงโบราณเหล่านี้เป็นหนึ่งในแมลงผสมเกสรพืช และบางทีอาจเป็นแมลงผสมเกสรพืชตัวแรกของโลกด้วยซ้ำ
ก่อนหน้านี้ นักวิทยาศาสตร์เคยพบแมลงโบราณที่เป็นแมลงผสมเกสรพืชอายุเก่าแก่ที่สุดคือ 120 ล้านปีเท่านั้น การค้นพบครั้งล่าสุดนี้จึงอาจนับเป็นประวัติศาสตร์หน้าใหม่ที่ไม่มีใครเคยทราบมาก่อน
จากหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ พืชไม้ดอกมีวิวัฒนาการเมื่อ 250 ล้านถึง 150 ล้านปีก่อน และพบได้มากขึ้นเมื่อ 100 ล้านปีก่อน เนื่องจากการเพิ่มขึ้นของแมลงผสมเกสรช่วยเปลี่ยนความหลากหลายของสิ่งมีชีวิตบนโลก
อเล็กซานเดอร์ ครามอฟ นักวิจัยอาวุโสของสถาบันบรรพชีวินวิทยา สถาบันวิทยาศาสตร์แห่งรัสเซีย หนึ่งในทีมผู้ค้นพบฟอสซิลแมลงโบราณ กล่าวว่า “มันเหมือนได้สัมผัสกับอดีตเมื่อได้เห็นฟอสซิลดังกล่าว”
เขาเสริมว่า “การค้นพบนี้ชี้ให้เห็นถึงวิวัฒนาการในระยะแรกของการผสมเกสรของแมลง มันแสดงหลักฐานการแพร่กระจายของละอองเรณูโดยแมลงในมหายุคพาลีโอโซอิก (Paleozoic) โดยตรง”
ยุคเพอร์เมียนครอบคลุมช่วง 47 ล้านปีสุดท้ายของมหายุคพาลีโอโซอิก ซึ่งกินเวลาตั้งแต่ 540 ถึง 250 ล้านปีก่อน
อย่างไรก็ตาม ยังไม่สามารถยืนยันได้อย่างแน่ชัดว่า ทิลล์ยาร์ดเอ็มบีดมีบทบาทหน้าที่ในฐานะแมลงผสมเกสรของพืชจริงหรือไม่
“เราไม่สามารถนั่งไทม์แมชชีนย้อนเวลากลับไปเพื่อสังเกตว่า แมลงเหล่านี้มีการผสมเกสรหรือไม่ แม้ว่าพวกมันจะผสมเกสรพืชยิมโนสเปิร์มโบราณตลอดทั้งวัน แต่ก็ไม่มีวิธีใดที่จะพิสูจน์ได้อย่างแน่นอนด้วยเทคนิคทางบรรพชีวินวิทยา” ครามอฟกล่าว
เขาเสริมว่า “ใครจะไปรู้ บางทีพวกมันอาจกินละอองเรณูเข้าไป และพืชอาจจะไม่ได้ประโยชน์อะไรจากมันเลยก็ได้ อย่างไรก็ตาม สิ่งที่เราสามารถพูดได้อย่างแน่นอนก็คือ ทิลล์ยาร์ดเอ็มบีดมีพฤติกรรมเกาะตามพืชกลุ่มต่าง ๆ ที่ค่อนข้างแคบ และนำพาละอองเรณูของพืชไปในปริมาณมาก ดังนั้นผมจึงไม่เห็นเหตุผลว่าทำไมพวกมันจะไม่ใช่แมลงผสมเกสร”
ด้าน ชาร์ลส์ เวลล์แมน ศาสตราจารย์ด้านบรรพชีวินวิทยาแห่งมหาวิทยาลัยเชฟฟิลด์ กล่าวว่า พืชสมัยใหม่ส่วนใหญ่ในดลกปัจจุบันอาศัยการผสมพันธุ์จากการผสมเกสรของแมลง
“การผสมเกสรของแมลงเริ่มต้นอย่างไรและเมื่อใดเป็นคำถามที่น่าสนใจ การค้นพบฟอสซิลแมลงดึกดำบรรพ์ครั้งใหม่นี้ชี้ให้เห็นว่า แมลงเริ่มขโมยละอองเรณูของพืชเพื่อกินเป็นอาหารเป็นเวลาหลายล้านปีก่อนที่กระบวนการผสมเกสรจะพัฒนาขึ้น อย่างไรก็ตาม ในที่สุดสิ่งนี้ก็กลายเป็นความสัมพันธ์ที่มีผลประโยชน์ร่วมกัน เนื่องจากพืชได้พัฒนากลไกเพื่อให้แน่ใจว่า หัวขโมยจะนำละอองเรณูติดไปด้วย ช่วยให้มันผสมพันธุ์กับพืชข้างเคียงได้ขณะที่พวกมันกินพืชเหล่านั้น” เขากล่าว
ทั้งนี้ ฟอสซิลของทิลล์ยาร์ดเอ็มบีดแม้จะนับว่าเป็นฟอสซิลแมลงผสมเกสรที่เก่าแก่ที่สุด แต่ในไม่ใช่ฟอสซิลแมลงที่เก่าแก่ที่สุด ตำแหน่งนั้นตกเป็นของ ฟอสซิลไส้เดือนโบราณ “คัมเพคาริส โอบาเนนซิส (Kampecaris Obanensis)” ที่พบในสกอตแลนด์ มีอายุมากถึง 425 ล้านปี
เรียบเรียงจาก The Guardian
ภาพจาก The Guardian