ปะทะเดือดในบัคมุต ลือ “ยูเครน”เตรียมถอนทหาร


โดย PPTV Online

เผยแพร่




สงครามยูเครนที่ดำเนินมาเข้าปี 2 เริ่มมีความสลับซับซ้อนและรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ เพราะนอกจากจะเกิดการต่อสู้อย่างหนักระหว่างรัสเซียและยูเครนในพื้นที่ โดยเฉพาะที่เมืองบัคมุตในแคว้นโดเนตสก์ ทางภาคตะวันออกของยูเครนตอนนี้รัสเซียอ้างว่า ยูเครนกำลังใช้โดรนเพื่อเปิดปฏิบัติการโต้กลับในหลายพื้นที่ของรัสเซีย

อิกอร์ โคนาเชนคอฟ โฆษกกระทรวงกลาโหมรัสเซียรายงานว่า กองทัพรัสเซียได้ทำลายโดรนของยูเครนจำนวน 10 ลำ ขณะที่พยายามเข้าไปในพื้นที่บริเวณคาบสมุทรไครเมีย ซึ่งรัสเซียยึดมาจากยูเครนตั้งแต่เมื่อปี 2014

โดยโดรน 6 ลำถูกระบบป้องกันภัยทางอากาศยิงสกัดไว้ได้ ส่วนอีก 4 ลำที่เหลือ ถูกเครื่องส่งสัญญาณอิเล็กทรอนิกส์ก่อกวนจนเสียหาย ทำให้ไม่เกิดความเสียหายในพื้นที่ ขณะเดียวกัน กระทรวงกลาโหมรัสเซียยังระบุเพิ่มเติมว่า ได้ทำลายโดรนของยูเครนอีก 15 ลำที่พยายามเข้าไปในแคว้นเคอร์ซอน ซาโปริซเซีย โดเนตสก์ และลูฮันสก์

ยูเครนเสริมกำลังพลรักษา “บัคมุต” สกัดการบุกรุกของรัสเซีย

คนรัสเซียโอด หนึ่งปีของสงคราม ชีวิตก็ลำบากเช่นกัน

นอกจากนี้ การโจมตีดังกล่าวยังเกิดขึ้นในเวลาที่ใกล้เคียงกับการพบโดรนเหนือน่านฟ้าของรัสเซียด้วย เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา กระทรวงกลาโหมรัสเซียออกมากล่าวโทษยูเครนว่า พยายามใช้โดรนเพื่อล็อกเป้าและโจมตีโครงสร้างพื้นฐานบนแผ่นดินรัสเซีย รวมถึงพื้นที่ใกล้กรุงมอสโกด้วย

ผู้ว่าการของแคว้นมอสโกอ้างว่า โดรนของยูเครนได้ไปตกในหมู่บ้านกูบาสตาวา ทางตะวันตกเฉียงใต้ของกรุงมอสโก ซึ่งบริเวณดังกล่าวมีโรงงานก๊าซของบริษัทก๊าซพรอมตั้งอยู่ และอยู่ห่างจากกรุงมอสโกออกมาไม่ถึง 100 กิโลเมตรเท่านั้น

หลังจากนั้น สื่อรัสเซียได้โพสต์รูปถ่ายของโดรนที่มีลักษณะคล้ายกับโดรนพลีชีพรุ่น UJ-22 ที่ผลิตในยูเครน ซึ่งมีคุณสมบัติที่บินได้เร็วถึง 160 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และบินแบบตระเวนได้ด้วยความเร็วเกือบ 120 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ตลอดจนบินในสภาพอากาศที่เลวร้ายได้ไกลถึง 800 กิโลเมตร

นอกจากนี้ เมื่อวานทางการรัสเซียรายงานว่า ได้ยิงสกัดโดรนอีกหลายลำที่พยายามเข้ามาโจมตีหลายพื้นที่ เช่น ภูมิภาคคราสโนดาร์ และสาธารณรัฐอะดีเกยา ทางตะวันตกเฉียงใต้ของรัสเซีย ไม่ไกลจากแหลมไครเมีย

รัสเซียกล่าวว่าการโจมตีที่เกิดขึ้นทั้งหมด เป็นฝีมือของยูเครนและมีเป้าหมายหลักเพื่อทำลายโครงสร้างพื้นฐานของพลเรือน ซึ่งการกล่าวอ้างเช่นนี้เป็นการบอกว่ายูเครนกำลังละเมิดกฎหมายสงคราม อย่างไรก็ดี เจ้าหน้าที่ระดับสูงของยูเครนได้ออกมาชี้แจงเรื่องนี้แล้ว

มิไคโล โปลโดยัค  ที่ปรึกษาประธานาธิบดียูเครน ได้ทวิตข้อความยืนยันว่า ยูเครนไม่ได้ส่งโดรนไปโจมตีในแผ่นดินรัสเซียเพราะเป้าหมายของยูเครนคือการทำสงครามป้องกัน (defensive war) และปลดปล่อยดินแดนของยูเครนที่ถูกรัสเซียยึดครองไว้เท่านั้น

นอกจากนี้ มิไคโลระบุว่า ความตื่นตระหนกและการเสียเอกภาพภายในของรัสเซียกำลังเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ โดยสิ่งที่แสดงให้เห็นถึงเรื่องนี้คือ การโจมตีโครงสร้างพื้นฐานภายในประเทศด้วยวัตถุบินปริศนาที่เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ

ด้านอิฮอร์ โรมาเนนโก อดีตนายทหารระดับสูงประจำกองทัพยูเครนระบุว่า ตามหลักการแล้วยูเครนสามารถโจมตีรัสเซียได้ แต่ถ้ายูเครนจะโจมตี ก็เป็นการจะโจมตีเป้าหมายทางการทหารเป็นอันดับแรก ไม่ใช่เป้าหมายที่เป็นพื้นที่ของพลเรือน

หลังจากนั้น ดมิทรี เปสคอฟ โฆษกรัฐบาลรัสเซีย ได้ออกมาตอบโต้คำกล่าวของที่ปรึกษาประธานาธิบดียูเครนโดยระบุว่า รัสเซียไม่เชื่อว่าสิ่งที่เกิดขึ้นไม่ใช่ฝีมือของยูเครน

สาเหตุที่หนึ่งที่ทำให้โฆษกรัฐบาลรัสเซียออกมาโต้ตอบเช่นนี้ อาจเป็นเพราะที่ผ่านมาโดยเฉพาะเมื่อช่วงปลายปีที่แล้ว ฐานทัพอากาศของรัสเซียโดนยูเครนโจมตีด้วยโดรนหลายครั้ง ไม่ว่าจะเป็นที่คาบสมุทรไครเมีย หรือในแผ่นดินรัสเซียเองจะเห็นได้ว่าอากาศยานไร้คนขับหรือโดรนเริ่มเข้ามามีบทบาทในสงครามมากขึ้น

หลายฝ่ายมองว่า นี่คือการส่งสัญญาณว่าสงครามที่จะเกิดต่อจากนี้ อาจมีความซับซ้อนมากขึ้นกว่าการรบด้วยรถถังบนภาคพื้นดิน

ฌอน เบลล์ อดีตนายพลของกองทัพอากาศสหราชอาณาจักรให้ความเห็นเรื่องนี้ว่า การส่งโดรนครั้งนี้ มีความสำคัญในเชิงยุทธศาสตร์ที่แสดงให้เห็นว่า โดรนของยูเครนสามารถเข้าไปถึงแผ่นดินรัสเซียได้

นอกจากนี้ ยังสะท้อนให้เห็นว่า รัสเซียกำลังขาดแคลนยุทโธปกรณ์ประเภทโดรน เนื่องจากโดยปกติแล้ว ถ้าเกิดเหตุในลักษณะนี้ขึ้น รัสเซียจะรีบโต้กลับด้วยการส่งโดรนโจมตียูเครนแทบจะทันทีเหมือนที่ผ่านมา

อดีตนายพลรายนี้ระบุว่า ยุทธวิธีดังกล่าวนี้คล้ายกับสิ่งที่เกิดขึ้นในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่สหรัฐฯ นำเครื่องบินไปทิ้งระเบิดใส่ญี่ปุ่นในช่วงต้นทศวรรษ 1940 ซึ่งรู้จักกันในชื่อ “การตีโฉบฉวยกรุงโตเกียว (Doolittle Raid)” โดยยูเครนพยายามบอกกับรัสเซียว่ากำลังอยู่ในสงครามและอาจโต้กลับรัสเซียได้

ขณะเดียวกัน ผู้เชี่ยวชาญวิเคราะห์ว่า ถ้ายูเครนส่งโดรนไปถึงแผ่นดินรัสเซียจริงจะส่งผลต่อรัสเซียทั้งในเชิงจิตวิทยาและด้านการทหาร

ในด้านจิตวิทยา การส่งโดรนจะสร้างความตื่นตระหนกให้กับคนในรัสเซียว่าสามารถถูกโจมตีได้ทุกเมื่อ ตลอดจนจุดไฟกระแสต่อต้านรัฐบาลรัสเซีย เนื่องจากไม่สามารถรับรองความปลอดภัยในชีวิตได้

ในด้านการทหาร การส่งโดรนเข้าไปยังแผ่นดินรัสเซียคือ การพยายามเผยจุดอ่อนของระบบป้องกันภัยทางอากาศของรัสเซีย ที่ไม่สามารถตรวจจับและปล่อยให้โดรนปริศนาบินไปจนเกือบเข้าใกล้เมืองหลวง  นอกจากนี้ นักวิเคราะห์บางรายมองว่า การส่งโดรนครั้งนี้อาจเป็นการทำเพื่อสำรวจประสิทธิภาพของระบบป้องกันภัยทางอากาศรัสเซีย เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการรบด้วยฝูงโดรนในอนาคต

อย่างไรก็ดี นักวิเคราะห์บางส่วนให้ความเห็นว่าการส่งโดรนของยูเครนไปบนแผ่นดินรัสเซียอาจเป็นการทำเพื่อดึงดูดความสนใจของประชาชน เพื่อเตรียมถอนทัพออกจากเมืองบัคมุต ซึ่งเป็นสมรภูมิรบหลักที่การต่อสู้ของทั้งสองฝ่ายเป็นไปอย่างดุเดือด

ขณะเดียวกัน ก็มีรายงานว่ารัสเซียเริ่มกลับมาโจมตียูเครนอีกครั้ง โดยเฉพาะที่แคว้นซาโปริซเซีย

ทางการยูเครนรายงานว่า รัสเซียได้โจมตีแคว้นซาโปริซเซียด้วยขีปนาวุธ และ ขีปนาวุธลูกดังกล่าว ได้พุ่งตรงเข้าไปทำลายอาคารที่พักของประชาชน ส่งผลให้ตอนนี้มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 8 ราย และบาดเจ็บอีกอย่างน้อย 6 ราย

ประชาชนที่อาศัยอยู่ในตึกดังกล่าวเล่าว่าในช่วงเวลาที่ขีปนาวุธโจมตีอาคาร มีเพื่อนบ้านกำลังนอนอยู่ในอาคาร ส่งผลให้ติดอยู่ในอาคารนานถึง 3 ชั่วโมง

ขณะเดียวกัน การสู้รบในเมืองบัคมุตก็ยังคงเป็นไปอย่างดุเดือด ตอนนี้รัสเซียเปิดเผยว่า กลุ่มแวกเนอร์สามารถยึดพื้นที่รอบๆ

เมืองบัคมุตได้มากขึ้นเรื่อย ๆ  โดยเรื่องนี้เกิดขึ้นพร้อมๆ กับที่สำนักข่าวรัสเซียทูเดย์ (RT) รายงานว่ากองทัพรัสเซียยินดีจะส่งกระสุนปืนให้กับกลุ่มแวกเนอร์ เพื่อใช้ในการรบที่เมืองบัคมุต หลังจากที่กระทรวงกลาโหมรัสเซียและกลุ่มแวกเนอร์มีปัญหากันอยู่นานหลายสัปดาห์

ด้านเยฟเกนี ปริโกชิน หัวหน้ากลุ่มนักรบแวกเนอร์เปิดเผยว่าการสู้รบในพื้นที่เป็นไปอย่างดุเดือด แต่กองทัพยูเครนกำลังรวมพลเพื่อต้านการรุกคืบของกลุ่มแวกเนอร์ในพื้นที่

สอดคล้องกับคำพูดของผู้นำยูเครนที่ออกมารายงานสถานการณ์ประจำวันเมื่อคืนนี้ว่า ตอนนี้สถานการณ์ในพื้นที่ยังเป็นอย่างยากลำบาก แต่ทหารยูเครนจะยังคงตรึงกำลังในพื้นที่ต่อไปและจะพยายามควบคุมสถานการณ์ในพื้นที่ให้ได้

อย่างไรก็ดี ตอนนี้เริ่มมีสัญญาณออกมาว่า ยูเครนอาจถอนทหารที่เหลือออกจากเมือง บัคมุตในเร็วๆ นี้ หลังจากเมื่อวาน ที่ปรึกษาของผู้นำยูเครนออกมาระบุว่า ถ้ามีความจำเป็น ยูเครนจะถอนทหารอย่างมียุทธศาสตร์เพื่อรักษาชีวิตของทหาร

ขณะที่สงครามในพื้นที่ยังคงดำเนินไปอย่างดุเดือด ในเวทีระหว่างประเทศก็มีสัญญาณความพยายามในการหาทางออกของสงครามด้วยสันติภาพออกมาเป็นระยะ ๆ จากหลายฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นจีน หรือ อินเดีย ซึ่งเป็นเจ้าภาพการประชุม G20 ในปีนี้

เริ่มต้นที่แผนสันติภาพของจีน ประธานาธิบดีสี จิ้นผิงของจีน ได้หารือร่วมกับอเล็กซานเดอร์ ลูคาเชนโก ประธานาธิบดีเบลารุสเกี่ยวกับการยกระดับความสัมพันธ์ของทั้งสองประเทศให้เป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ในด้านต่าง ๆ

ขณะเดียวกัน ผู้นำเบลารุสได้กล่าวสนับสนุนแผนสันติภาพ 12 ข้อของจีน ที่มีสาระสำคัญคือ เรียกร้องให้ทุกฝ่ายเคารพเรื่องบูรณภาพทางดินแดน ละทิ้งแนวคิดยุคสงครามเย็น ร่วมกันแก้ปัญหาด้านมนุษยธรรม ปกป้องพลเรือน รวมถึงกลับมาเจรจาสันติภาพอีกครั้ง

นอกจากนี้ ประธานาธิบดีลูคาเชนโกยังระบุว่า การพบกันระหว่างจีนและเบลารุสในครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางช่วงเวลาที่ยากลำบาก ซึ่งต้องหาทางแก้ปัญหาด้วยวิธีการรูปแบบใหม่ ๆ และป้องกันการเผชิญหน้าของมหาอำนาจ

ขณะเดียวกัน นเรทรา โมดี นายกรัฐมนตรีอินเดีย ก็ได้ใช้ที่ประชุม G20 ที่อินเดียเป็นเจ้าภาพในปีนี้ เรียกร้องให้ชาติสมาชิกต่าง ๆ ร่วมมือกันเพื่อหาทางออกของสงครามยูเครนและเป็นกระบอกเสียงให้กับประเทศที่ไม่ได้อยู่ในกลุ่ม G20 แต่รับผลกระทบจากสงครามด้วย

นอกจากประเด็นเรื่องสันติภาพ วันนี้มีอีกประเด็นหนึ่งที่สำคัญเกิดขึ้นคือ การรับประกันความมั่นคงให้กับยูเครน ซึ่งเป็นสิ่งที่ยูเครนต้องการมากที่สุดในการทำข้อตกลงสันติภาพ  ในความเป็นจริง เรื่องนี้ถูกกล่าวถึงมาตั้งแต่ช่วงแรกของการรุกราน ก่อนที่จะค่อย ๆ หายไปพร้อม ๆ กับสัญญาณเจรจา เนื่องการสู้รบของทั้งสองฝ่ายรุนแรงมากขึ้นเรื่อย ๆ 

โดยฝ่ายที่ออกมาพูดถึงเรื่องนี้คือ เยอรมนี วันนี้โอลาฟ ชอลซ์ นายกรัฐมนตรีเยอรมนี ได้แถลงต่อรัฐสภาว่า รัฐบาลจะช่วยให้ยูเครนบรรลุสันติภาพให้ได้ และเยอรมนีกำลังหารือร่วมกับชาติพันธมิตรตะวันตกเกี่ยวกับการรับประกันความมั่นคงในอนาคตสำหรับยูเครนอยู่

อย่างไรก็ดี นายกรัฐมนตรีเยอรมนีย้ำชัดเจนว่า ผู้นำรัสเซียยังไม่มีแนวโน้มว่าจะยุติสงครามด้วยการถอนทหารออกจากแผ่นดินยูเครน ดังนั้น ชาติตะวันตกจะยังคงช่วยเหลือยูเครนต่อไป เพราะถ้ายูเครนไม่สามารถป้องกันตนเองได้ การรุกรานที่เกิดขึ้นจะไม่จบลงที่การบรรลุสันติภาพ แต่จะจบลงด้วยการล่มสลายของยูเครนแทน

นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรีเยอรมนียังได้ถึงจีนด้วยเช่นกัน โดยระบุห้ามไม่ให้จีนส่งอาวุธช่วยเหลือรัสเซีย ขณะเดียวกัน ก็ได้เชิญให้จีนมาร่วมกันกับชาติตะวันตกโดยตรง เพื่อหารือและจัดทำแผนสันติภาพให้แก่ยูเครน

TOP ต่างประเทศ
วิดีโอยอดนิยม
เรื่องที่คุณอาจพลาด

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ