วันที่ 15 มี.ค. ประชาชนชาวอังกฤษ นัดหยุดงานตามคำเชิญของสหภาพแรงงาน เพื่อออกมาประท้วงขัดขวางการรายงานงบประมาณประจำปีของรัฐบาลอังกฤษ ที่จะประกาศโดย เจเรมี่ ฮันท์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง โดยหวังให้ฮันท์ ใช้มาตรการที่ทำให้ค่าเงินอ่อนตัวลงและเพิ่มค้าจ้าง เนื่องจากอังกฤษประสบปัญหาเงินเฟ้อเพิ่มสูงกว่า 10% ทำให้ค่าครองชีพต่อครัวเรือนเพิ่มสูงตาม
การประท้วงในครั้งนี้มีผู้ประท้วงรวมแล้วกว่า 500,000 คน จากหลากหลายอาชีพ
ไม่ว่าจะเป็นครู แพทย์จบใหม่ ข้าราชการ และพนักงานรถไฟใต้ดินในกรุงลอนดอน โดยมีแผนการชุมนุมและเดินประท้วงบนถนนดาวน์นิ่ง สตรีท และบริเวณใกล้รัฐสภา ทำให้รถไฟใต้ดินในกรุงลอนดอนต้องปิดใช้งานชั่วคราว เนื่องจากขาดผู้ปฏิบัติงาน
มาร์ค เซอร์วอตก้า เลขาธิการสหภาพบริการสาธารณะและการพาณิชย์ กล่าวว่า “เมื่อท่านรัฐมนตรี (เจเรมี่ ฮันท์) เดินทางจากถนนดาวน์นิ่ง สตรีท ไปยังรัฐสภาเพื่อส่งมอบรายงานงบประมาณประจำปี ท่านเห็นแนวรั้วบริเวณด้านนอกสำนักงานคณะรัฐมนตรีและหน่วยงานรัฐบาลหลายแห่งมีแต่ผู้ออกมาประท้วงมากมาย ซึ่งเป็นความไม่รับผิดชอบต่อเพื่อนร่วมงานและสถานประกอบการของพวกคุณ”
ขณะที่ สำนักงานสถิติแห่งชาติ ระบุว่า ผู้ปกครองของนักเรียนกว่าครึ่งประเทศมีเวลาทำงานน้อยลง เนื่องจากต้องดูแลบุตรหลานที่ไม่สามารถไปเรียนได้ เนื่องจากโรงเรียนขาดบุคลากรครูที่ออกไปประท้วง
ส่วนแพทย์จบใหม่จากสมาคมการแพทย์อังกฤษ (British Medical Association หรือ BMA) และสมาคมส่งเสริมความเข้มแข็งและเสริมสร้างสุขภาวะชุมชน (Healthy Community Strengthening Assessment union หรือ HCSA) กว่า 50,000 คน จะหยุดงานประท้วงเป็นเวลากว่า 72 ชั่วโมง เพื่อกดดันระบบบริการสุขภาพแห่งชาติที่ดำเนินการโดยรัฐ
นอกจากนี้ กลุ่มข้าราชการ ก็ออกมาร่วมประท้วงด้วยเช่นกัน ซึ่งเป็นกลุ่มอาชีพที่ออกมาประท้วงเป็นครั้งแรก นำโดยเจ้าหน้าที่ตรวจหนังสือเดินทางและเจ้าหน้าที่ศุลกากรแห่งสหราชอาณาจักรกว่า 133,000 คน ทำให้ส่งผลกระทบต่อผู้โดยสารและสนามบินอย่างรุนแรง
ด้าน เจมี่ เดวีส์ โฆษกนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า “เราต้องการทำงานร่วมกันกับสหภาพแรงงาน เพื่อตกลงการขึ้นอัตราค่าจ้างที่มีความยุติธรรมต่อทุกฝ่ายและเหมาะสมที่สุด เราต้องมานั่งจับเข่าคุยกัน แต่อย่างแรกเลยคือต้องระงับการนัดหยุดงานก่อน ถึงจะมาหารือกันได้”
ส่วนจูเลียน ฮาร์ทลี่ย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารระบบบริการสุขภาพแห่งสหราชอาณาจักร กล่าวว่า “ถ้าเป็นแบบนี้ต่อพวกเราจะทำงานกันไม่ได้ ผลการนัดหยุดงานกว่า 3 วันจะส่งผลกระทบรุนแรงไปอีกนาน”
ซึ่งทางคณะรัฐมนตรีกำลังคิดหาแผนชะลอเงินเฟ้อและแผนการขึ้นอัตราค่าแรงที่เหมาะสมต่อไป
ภาพ:AFP