สำนักข่าวบลูมเบิร์ก รายงานว่า โรเล็กซ์จะเปิดโรงงานผลิตชั่วคราว 3 แห่ง ในรัฐฟรีบูร์ (Fribourg) ทางตะวันตกของประเทศ โดยจะก่อสร้างภายในปีนี้ และคาดว่าจะเริ่มการผลิตได้อย่างเร็วที่สุดภายในปี 2025
ปัจจุบัน โรเล็กซ์มีโรงงานผลิต 4 แห่งในสวิตเซอร์แลนด์ ได้แก่ สำนักงานใหญ่ในเจนีวา โรงงานในปลอง-เล-อวต (Plan-les Ouates) ที่ผลิตกล่องและสายนาฬิกา โรงงานในแชนบูร์ (Chêne-Bourg) ที่ทำหน้าปัดและฝังอัญมณี และโรงงานในเบียน (Bienne) ที่ผลิตกลไก โดยโรเล็กซ์มีแผนที่จะสร้างโรงงานถาวรแห่งที่ 5 ในเมืองบูล (Bulle)
ปรากฏการณ์นาฬิกาโรเล็กซ์มือหนึ่งขาดตลาดเกิดขึ้นมาสักพักแล้ว และทางบริษัทเองก็เคยพูดถึงเรื่องนี้เมื่อเดือนกันยายน ปี 2021 ว่า กำลังการผลิตในปัจจุบันของบริษัทไม่สามารถตอบสนองต่อความต้องการในตอนนี้ได้ ไม่เช่นนั้นก็ต้องลดคุณภาพของนาฬิกา ซึ่งบริษัทจะไม่ทำแน่นอน
แต่ดูเหมือนว่าตอนนี้ โรเล็กซ์กำลังจะเพิ่มกำลังการผลิตในที่สุด เนื่องจากโรเล็กซ์เป็นบริษัทเอกชนที่บริหารโดยมูลนิธิ จึงไม่มีการรายงานตัวเลขการผลิตหรือการเงิน แต่คาดกันว่า โรเล็กซ์ผลิตนาฬิกาปีละ 1 ล้านเรือน
ตัวเลขนี้ถือว่าเยอะมากสำหรับสินค้าที่ทำด้วยมือทั้งหมด และแม้ว่าจะผลิตจำนวนมากเช่นนี้แล้ว ก็ยังแทบรองรับความต้องการทั่วโลกไม่ได้
รายงานจากบริษัทที่ปรึกษาธุรกิจ BCG ที่ออกมาเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ระบุว่า ตลาดนาฬิกาหรูมือหนึ่งมีมูลค่า 53,000 ล้านดอลลาร์ในปี 2021 และจะเพิ่มขึ้นเป็น 66,000 ล้านดอลลาร์ภายในปี 2026
นอกจากนี้ ยังพบว่า ตลาดนาฬิกาหรูมีไม่กี่บริษัทที่ครองตลาดอยู่ ได้แก่ โรเล็กซ์, ปาเต็กฟิลิปป์ (Patek Philippe)
และโอเดอมาร์ปิเกต์ (Audemars Piguet)
ทั้งนี้ ช่วงปลายปีที่ผ่านมา โรเล็กซ์ได้ตัดสินใจว่าบริษัทจำเป็นต้องเข้ามาในตลาดนาฬิกามือสองที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว โดยไม่ได้มีเป้าหมายแค่หารายได้ แต่ให้บรรดาดีลเลอร์ที่ได้รับอนุญาตจำหน่ายนาฬิกามือสองอย่างเป็นทางการ มีสินค้าขาย
ความเคลื่อนไหวนี้ยังช่วยให้ตลาดนาฬิกาโรเล็กซ์มือสองมีสภาพคล่องมากขึ้น รวมถึงอาจทำให้นาฬิกามือสองมีมูลค่าสูงขึ้นเล็กน้อยเมื่อเทียบเมื่อเทียบกับนาฬิกาใหม่