ศาลอาญาระหว่างประเทศ “ออกหมายจับปูติน” ก่ออาชญากรรมสงครามในยูเครน


โดย PPTV Online

เผยแพร่




ศาลอาญาระหว่างประเทศออกหมายประกาศจับ วลาดิเมียร์ ปูติน ฐานต้องสงสัยว่าเกี่ยวข้องกับการเคลื่อนย้ายเด็กยูเครนไปยังรัสเซียโดยผิดกฎหมาย

หลังจากที่สงครามรัสเซีย-ยูเครนดำเนินมาเป็นเวลากว่า 1 ปี ได้มีความพยายามฟ้องร้องต่อศาลอาญาระหว่างประเทศ (ICC) ให้มีการเอาผิดทหารรัสเซียและประธานาธิบดีรัสเซีย วลาดิเมียร์ ปูติน ฐานก่ออาชญากรรมสงครามในยูเครนในลักษณะต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นคดีทหารรัสเซียล่วงละเมิดทางเพศพลเรือนยูเครน หรือคดี “ลักพาตัวเด็กยูเครน”

ตั้งแต่ปีที่แล้ว ยูเครนกล่าวหารัสเซียว่า ได้ดำเนินการกวาดต้อนเด็กยูเครนไปรับเลี้ยงในรัสเซียอย่างผิดกฎหมายหลายพันคน

สหรัฐเผย เด็กยูเครนถูกรัสเซียจับเข้าค่ายปลูกฝังอุดมการณ์ต่อต้านยูเครน

ยูเครนกล่าวหารัสเซีย ลักพาตัวเด็กยูเครนจำนวนมาก

เอกสารลับรัสเซียหลุด! พบแผนยุทธศาสตร์ 10 ปีแทรกแซง “มอลโดวา”

ขณะที่เมื่อต้นปีมีข้อมูลจากศูนย์วิจัยด้านมนุษยธรรมแห่งเยลในสหรัฐฯ ว่า มีเด็กชาวยูเครนอย่างน้อย 6,000 ราย อายุน้อยที่สุดคือ 4 เดือน ถูกทหารรัสเซียนำตัวไปยังค่ายปรับทัศนคติ 43 แห่งทั่วรัสเซีย

ล่าสุดข้อกล่าวหาเหล่านี้ดูเหมือนจะมีเค้าโครงความจริง หลังเมื่อวานนี้ (17 มี.ค.) ICC ได้ “ออกหมายประกาศจับปูติน” ฐานต้องสงสัยว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการเคลื่อนย้ายเด็กจากพื้นที่ของยูเครนไปยังรัสเซียโดยมิชอบด้วยกฎหมาย

ICC ระบุว่า “มีเหตุอันควรเชื่อได้ว่า นายปูตินมีส่วนรับผิดชอบทางอาญาในฐานะบุคคลต่อการลักพาตัวเด็ก สำหรับการกระทำดังกล่าวโดยตรง ร่วมกับผู้อื่น และ/หรือผ่านทางผู้อื่น และสำหรับการที่เขาไม่สามารถควบคุมผู้ใต้บังคับบัญชา พลเรือน และทหารผู้กระทำการดังกล่าว ได้อย่างเหมาะสม”

ICC ยังได้ออกหมายจับ มาเรีย อเล็กเซเยฟนา ลโววา-เบโลวา กรรมาธิการด้านสิทธิเด็กในสำนักงานของประธานาธิบดีรัสเซียด้วยข้อกล่าวหาที่คล้ายคลึงกัน

อย่างไรก็ดี รัสเซียซึ่งปฏิเสธมาโดยตลอดว่า ไม่ได้กระทำการโหดร้ายใด ๆ นับตั้งแต่รุกรานยูเครน ได้ออกมาปฏิเสธความเคลื่อนไหวของ ICC

มาเรีย ซาคาโรวา โฆษกกระทรวงการต่างประเทศรัสเซียกล่าวว่า “คำตัดสินของศาลอาญาระหว่างประเทศไม่มีความหมายสำหรับประเทศของเรา รวมถึงจากมุมมองทางกฎหมายด้วย”

เธอเสริมว่า “รัสเซียไม่ได้เป็นภาคีของธรรมนูญกรุงโรมของศาลอาญาระหว่างประเทศ (ข้อตกลงจัดตั้งศาล) และไม่มีภาระผูกพันใด ๆ ทั้งสิ้น”

นั่นทำให้ดูเหมือนว่า ICC จะไม่มีอำนาจในการจับกุมผู้ต้องสงสัย เพราะสามารถใช้อำนาจศาลได้เฉพาะในประเทศที่ลงนามในธรรมนูญกรุงโรมเท่านั้น แต่รัสเซียไม่ได้ลงนามในข้อตกลงดังกล่าว

อย่างไรก็ดี ประธาน ICC ปิโอตรา ฮอฟมันสกี บอกว่า เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับว่ารัสเซียได้ลงนามให้สัตยาบันธรรมนูญกรุงโรมหรือไม่ “ตามกฎหมาย ICC ซึ่งมีรัฐภาคี 123 รัฐ ซึ่งคิดเป็น 2 ใน 3 ของประชาคมระหว่างประเทศทั้งหมด ศาลมีอำนาจตัดสินคดีอาชญากรรมที่กระทำในดินแดนของรัฐภาคีหรือรัฐที่ยอมรับเขตอำนาจศาล”

เขาบอกว่า “ยูเครนเคยแสดงตนยอมรับอำนาจศาล ICC  2 ครั้ง คือในปี 2014 และในปี 2015”

ฮอฟมันสกียังกล่าวว่า “มี 43 รัฐภาคีที่ได้อ้างถึงสถานการณ์ในยูเครนต่อศาล ซึ่งหมายความว่าพวกเขาได้กระตุ้นเขตอำนาจศาลของเราอย่างเป็นทางการ ... ศาลมีอำนาจตัดสินคดีอาชญากรรมที่กระทำต่อใครก็ตามในดินแดนของยูเครนตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2013 เป็นต้นไป โดยไม่คำนึงถึงสัญชาติของผู้กระทำความผิด”

นี่ทำให้มีโอกาสที่ปูตินอาจถูกจับกุมและส่งตัวไปยังกรุงเฮกในเนเธอร์แลนด์ ซึ่งเป็นที่ตั้งของ ICC หากเขาเดินทางไปยังประเทศสมาชิก ICC

หลังการแถลงของ ICC ประธานาธิบดียูเครน โวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ก็ได้ออกมายืนกรานกล่าวโทษปูตินที่ลักพาตัวเด็กยูเครนหลายพันคน

“นี่คือการตัดสินใจครั้งประวัติศาสตร์ซึ่งจะนำไปสู่ความรับผิดชอบทางประวัติศาสตร์” เขากล่าว และเสริมว่า จำนวนเด็กที่ถูกลักพาตัวอาจมากกว่า 16,000 คนด้วยซ้ำ

เซเลนสกีบอกอีกว่า การลักพาตัวเด็กเหล่านี้ถือเป็น “นโยบายอันชั่วร้ายของรัฐซึ่งเริ่มต้นจากเจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐนี้”

นี่นับเป็นหมายจับหมายแรกที่ออกโดย ICC สำหรับการก่ออาชญากรรมในสงครามยูเครน และนี่เป็นหนึ่งในไม่กี่ครั้งที่ศาลออกหมายจับผู้ที่ดำรงตำแหน่งประมุขแห่งรัฐ

มีรายงานว่า เดิมทีคณะผู้พิพากษาของ ICC ได้พิจารณาที่จะเก็บหมายจับไว้เป็นความลับ แต่ตัดสินใจว่าการเปิดเผยต่อสาธารณะอาจมีส่วนช่วยป้องกันไม่ให้เกิดการก่ออาชญากรรมต่อไปได้

คาริม ข่าน อัยการ ICC กล่าวว่า “เหตุการณ์ที่ได้รับการยืนยันโดยสำนักงานของเรารวมถึงการลักพาตัวเด็กอย่างน้อยหลายร้อยคนที่ถูกพรากจากสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าและสถานรับเลี้ยงเด็ก”

ข่านกล่าวว่า เด็กหลายคนได้รับการเลี้ยงดูในรัสเซีย และปูตินได้ออกพระราชกฤษฎีกาเร่งรัดการมอบสัญชาติรัสเซียให้กับเด็กเหล่านี้ ทำให้พวกเขารับเลี้ยงบุตรบุญธรรมได้ง่ายขึ้น

“การกระทำเหล่านี้แสดงให้เห็นถึงความตั้งใจที่จะนำเด็กเหล่านี้ออกจากประเทศของพวกเขาอย่างถาวร เราต้องตรวจสอบให้แน่ใจว่าผู้ที่รับผิดชอบต่ออาชญากรรมที่ถูกกล่าวหานั้นได้รับโทษ และเด็ก ๆ จะถูกส่งกลับคืนสู่ครอบครัวและชุมชนของพวกเขา … เราไม่สามารถปล่อยให้เด็ก ๆ ได้รับการปฏิบัติราวกับว่าพวกเขาเป็นสินสงคราม” ข่านกล่าว

 

เรียบเรียงจาก Al Jazeera / The Guardian

ภาพจาก AFP

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ