"รัฐบาลสหรัฐฯ-สภา" ถอยคนละก้าว บรรลุข้อตกลงขยายเพดานหนี้


โดย PPTV Online

เผยแพร่




หนึ่งในความกังวลของเศรษฐกิจโลกในช่วงหลายวันที่ผ่านมาคือ การผิดนัดชำระหนี้ของรัฐบาลสหรัฐฯ หลังจากประธานาธิบดีโจ ไบเดน ไม่สามารถโน้มน้าวในสภาคองเกรสเพิ่มเพดานหนี้ให้ทันได้ภายในวันที่ 1 มิ.ย. เพื่อที่รัฐบาลสหรัฐฯ สามารถไปกู้เงินเพิ่มเติมเพื่อมาเป็นค่าใช้จ่ายและชำระหนี้ได้

และหากมีการผิดนัดชำระหนี้ เศรษฐกิจของสหรัฐฯ จะกระทบอย่างหนัก และจะลุกลามไปอีกหลายประเทศทั่วโลก โดยเฉพาะประเทศที่ถือพันธบัตรสหรัฐฯ เอาไว้

หลังจากรัฐบาลและสภาเจรจากันอยู่หลายรอบ เมื่อคืนที่ผ่านมามีการประกาศว่าทั้ง 2 ฝ่ายสามารถบรรลุข้อตกลงเบื้องต้นเพื่อปรับขึ้นเพดานหนี้ได้แล้ว

เมื่อคืนที่ผ่านมาตามเวลาสหรัฐฯ ประธานาธิบดีโจ ไบเดน ได้ทวิตข้อความที่ระบุว่า เขาสามารถตกลงในหลักการเบื้องต้นกับประธานสภาผู้แทนราษฎรได้แล้วเพื่อให้สภาเพิ่มเพดานหนี้สาธารณะให้

เกิดอะไรขึ้น ? ถ้าสหรัฐผิดนัดชำระหนี้ครั้งแรกในประวัติศาสตร์

6 วันเส้นตายนัดชำระหนี้ สหรัฐฯ ยังไม่ได้ข้อสรุป

ผู้นำสหรัฐฯ ระบุด้วยว่า ข้อตกลงที่เกิดขึ้นคือผลที่ได้จากการประนีประนอม เป็นสิ่งที่ชี้ว่า ไม่มีใครได้ทุกอย่างที่ต้องการ

และการประนีประนอมนี้ทำให้สหรัฐฯสามารถหลีกเลี่ยงผลกระทบรุนแรงที่จะเกิดขึ้นกับประชาชนหลายล้านคนได้สำเร็จ

หลังจากนั้น เควิน แมคคาร์ธี ประธานสภาผู้แทนราษฎรออกมาให้สัมภาษณ์ว่า หลังจากการเจรจากันหลายสัปดาห์ ในที่สุด เขาก็สามารถบรรลุข้อตกลงเบื้องต้นกับทางประธานาธิบดีไบเดนได้แล้ว โดยหลังจากนี้คณะทำงานจะเร่งลงรายละเอียดเพื่อให้สามารถเสนอกฎหมายเพิ่มเพดานหนี้สาธารณะให้ทันภายในวันพุธที่จะถึงนี้

การบรรลุข้อตกลงกันได้ถือเป็นข่าวดีหลังจากที่เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาเกิดความขัดแย้งอย่างหนัก และหลายคนเริ่มไม่มั่นใจว่า สภาคองเกรสจะสามารถผ่านกฎหมายเพิ่มเพดานหนี้สาธารณะภายในสัปดาห์หน้าได้หรือไม่เพราะถ้าไม่ได้ เศรษฐกิจของสหรัฐฯ และของโลกจะได้รับผลกระทบอย่างหนัก

ทำไมต้องเพิ่มเพดานหนี้ และเรื่องนี้สำคัญอย่างไรต่อเศรษฐกิจโลก ที่ต้องเพิ่มเพดานหนี้ก็เพื่อให้รัฐบาลสหรัฐฯสามารถกู้ยืมเงินเพิ่มขึ้น เนื่องจากคาดว่าในวันที่ 1 มิถุนายนนี้ เงินสดสำรองของกระทรวงการคลังสหรัฐฯจะหมดลง และมีผลทำให้รัฐบาลสหรัฐฯไม่มีเงินใช้จ่ายสำหรับโครงการต่างๆรวมถึงการจ่ายหนี้ได้ โดยเรียกสถานการณ์นี้รวมๆว่า การผิดนัดชำระหนี้

สหรัฐอเมริกาเป็นประเทศที่มีหนี้สาธารณะต่อจีดีพีสูงมากที่สุดแห่งหนึ่งของโลกคือประมาณหนึ่งพันล้านล้านบาท

หนี้สาธารณะเกิดจากการกู้ยืมเงินทั้งระยะสั้นและยาว รวมถึงการออกพันธบัตรขายให้นักลงทุนทั่วโลก โดยความสามารถในกู้เงินได้เยอะของรัฐบาลสหรัฐฯก็เนื่องจากคนมีความเชื่อมั่นในความสามารถจ่ายหนี้คืน

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้หนี้ที่สะสมมีมากกว่าเพดานที่กำหนดไว้ จนเป็นที่มาของการที่รัฐบาลต้องขอให้ทางสภาขยายเพดานหนี้เพิ่มขึ้นอีก 31.4 ล้านล้านดอลลาร์ หากสภาผู้แทนราษฎรไม่อนุมัติ จะส่งผลให้รัฐบาลต้องผิดนัดชำระหนี้

ผลกระทบที่เกิดขึ้นจะรุนแรงมาก เช่น โครงการประกันสุขภาพสำหรับผู้สูงอายุ สถาบันการศึกษาเกือบทุกระดับจะไม่มีงบประมาณ ผู้ได้รับประโยชน์จากประกันสังคมจะไม่สามารถเข้าถึงผลประโยชน์ได้ ทหารจะไม่ได้รับเงินเดือน เป็นต้น

อีกผลกระทบใหญ่คือ รัฐบาลสหรัฐจะไม่สามารถชำระดอกเบี้ยให้กับนักลงทุนได้ รวมถึงนักลงทุนที่ถือพันธบัตรของรัฐบาล

พันธบัตรสหรัฐฯถือเป็นสินทรัพย์ที่มีการถือครองมากที่สุดในโลก ประเทศที่ถือครองมากที่สุดคือจีนและญี่ปุ่น มูลค่ารวมกันประมาณ 2 ล้านล้านดอลล่าร์สหรัฐฯ หรือประมาณ 1 ใน 4 ของพันธบัตรสหรัฐฯที่ประเทศทั่วโลกถือครอง

หากรัฐบาลสหรัฐฯ ไม่สามารถจ่ายดอกเบี้ยได้ตามกำหนด เศรษฐกิจของทั้ง 2 ประเทศซึ่งถือเป็นเจ้าหนี้รายใหญ่ของสหรัฐฯ จะได้รับผลกระทบอย่างหนัก และจะกลายเป็นวิกฤตเศรษฐกิจที่ลุกลามไปทั่วโลก

การเพิ่มเพดานหนี้สาธารณะเป็นประเด็นที่ประธานาธิบดีไบเดนขับเคี่ยวกับฝ่ายนิติบัญญัติอย่างสภาผู้แทนราษฎรอย่างหนักในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา จนหลายฝ่ายเกรงว่าจะตกลงกันไม่ได้และนำไปสู่การผิดนัดชำระหนี้

สิ่งที่ทั้งสองฝ่ายตกลงกันไม่ได้คือ วิธีการบริหารงบประมาณแผ่นดินทางฝั่งสภาผู้แทนราษฎรมองว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นเนื่องจากรัฐบาลของประธานาธิบดีโจ ไบเดน ใช้จ่ายเกินตัว จนทำให้เงินสดหมดคลัง วิธีแก้ปัญหาก็คือ รัฐบาลต้องลดการใช้จ่ายเงินลง

ขณะที่ฝั่งประธานาธิบดีไบเดนบอกว่า เขายอมลดการใช้จ่ายเงินลงได้ แต่นั่นก็ไม่ใช่วิธีแก้ปัญหาถ้าไม่มีการจัดเก็บรายได้เพิ่ม โดยเฉพาะการเก็บภาษีจากคนรวยให้มากกว่านี้

อย่างไรก็ตาม จากการให้สัมภาษณ์ของประธานสภาผู้แทนราษฎร ข้อตกลงเบื้องต้นที่ออกมามีเพียงการให้ภาครัฐลดค่าใช้จ่าย แต่ไม่มีการพูดถึงเรื่องการจัดเก็บภาษีเพิ่ม

 

LiveScore-EURO2024 LiveScore-EURO2024

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ