ไม่กี่วันหลังมีรายงานว่า รัสเซียเริ่มขนย้ายอาวุธนิวเคลียร์ทางยุทธวิธีบางส่วนไปยังพันธมิตรสำคัญอย่าง ล่าสุดเมื่อวานนี้ (28 พ.ค.) อเล็กซานเดอร์ ลูกาเชนโก ประธานาธิบดีเบลารุส ออกมาอ้างว่า “ประเทศใดก็ตามที่เต็มใจเข้าร่วม ‘รัฐสหภาพรัสเซีย-เบลารุส’ จะได้รับอาวุธนิวเคลียร์”
ลูกาเชนโกกล่าวว่า “ไม่มีใครสนใจหากคาซัคสถานและประเทศอื่น ๆ จะมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดแบบเดียวกับที่เรามีกับสหพันธรัฐรัสเซีย ... เข้าร่วมกับรัฐสหภาพรัสเซีย-เบลารุสสิ จะมีอาวุธนิวเคลียร์สำหรับทุกคน”
ความตกลงว่าด้วยการจัดตั้งรัฐสหภาพรัสเซีย-เบลารุส ซึ่งลงนามในปี 1999 ได้ตั้งข้อกำหนดพื้นฐานทางกฎหมายสำหรับพันธมิตรในหลายด้าน ซึ่งครอบคลุมทั้งด้านเศรษฐกิจ ข้อมูล เทคโนโลยี การเกษตร และความมั่นคงพื้นที่ชายแดนของสองประเทศ
ทั้งนี้ ไม่ชัดเจนว่า คำเชิญของลูกาเชนโกให้ประเทศอื่นเข้าร่วมรัฐสหภาพขยายวงกว้างออกไปเพียงใด และเขาเองไม่ได้ให้รายละเอียดอื่นใดเกี่ยวกับเรื่องนี้ แต่ความคิดเห็นของเขาเกี่ยวกับการแจกจ่ายอาวุธนิวเคลียร์ให้กับพันธมิตรที่มีแนวคิดเดียวกันนั้น มีแนวโน้มที่จะเพิ่มความกังวลเกี่ยวกับภัยคุกคามจากอาวุธนิวเคลียร์ทั่วโลก
ปูตินเคยกล่าวว่า รัสเซียจะยังคงมีสิทธิ์ควบคุมอาวุธนิวเคลียร์ทางยุทธวิธีใด ๆ ที่ประจำการในเบลารุส และบอกว่า การย้ายอาวุธนิวเคลียร์ไปเบลารุสไม่ต่างอะไรกับการปฏิบัติของสหรัฐฯ ในการส่งอาวุธนิวเคลียร์ไปประจำการในยุโรป
เบลารุสไม่มีอาวุธนิวเคลียร์ในดินแดนของตนตั้งแต่ปี 1991 เป็นต้นมา หลังได้รับเอกราชจากการล่มสลายของสหภาพโซเวียต โดย ณ ตอนนั้นตกลงที่จะมอบอาวุธทำลายล้างสูงในยุคโซเวียตทั้งหมดที่มีให้กับรัสเซีย
สำหรับอาวุธนิวเคลียร์ทางยุทธวิธี (Tactical) นั้น มีขนาดเล็กกว่าอาวุธนิวเคลียร์ทางยุทธศาสตร์ (Strategic) ซึ่งสามารถทำลายเมืองทั้งเมืองได้ และถูกออกแบบมาเพื่อใช้ในสนามรบที่จำกัด อย่างไรก็ตาม การระเบิดของพวกมันยังคงเพียงพอที่จะทำให้เกิดความเสียหายครั้งใหญ่และการปนเปื้อนของสารกัมมันตรังสี
เรียบเรียงจาก CNN
ภาพจาก AFP