Top-PL-Oct26 Top-PL-Oct26

พบหลักฐาน “ความเย็นครั้งใหญ่” นำพาหายนะมาสู่มนุษย์โบราณในยุโรป

โดย PPTV Online

เผยแพร่

นักวิทย์พบหลักฐาน มนุษย์โบราณในยุโรปเคยต้องสูญพันธุ์ไปเพราะเผชิญกับ “ความเย็นครั้งใหญ่” เมื่อ 1.1 ล้านปีก่อน

สิ่งมีชีวิตที่เรียกว่า “มนุษย์” นั้น ความจริงแล้วมีอยู่หลากหลายสายพันธุ์ โดยสายพันธุ์ของเราที่ครองโลกอยู่ในขณะนี้คือ โฮโม เซเปียนส์ (Homo sapiens) ซึ่งเชื่อว่ามีต้นกำเนิดอยู่ในทวีปแอฟริกา

แต่นานมาแล้วก่อนที่สปีชีส์ โฮโม เซเปียนส์ ของเรา จะเดินทางออกจากแอฟริกา มีมนุษย์โบราณสายพันธุ์อื่น ได้ออกเดินทางและแพร่กระจายไปยังภูมิภาคอื่น ๆ ของโลกด้วย หนึ่งในนั้นคือกลุ่มมนุษย์โบราณในยุโรป อย่างไรก็ตาม พวกเขาพบกับหายนะครั้งใหญ่จนสูญพันธุ์ไป

ฟอสซิลใหม่เผย มนุษย์ยุคแรกออกจากแอฟริกามายังเอเชียเร็วกว่าที่คาด

เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว นักวิทยาศาสตร์ได้อธิบายถึงหลักฐานของเหตุการณ์ “ความเย็นครั้งใหญ่” ในแอตแลนติกเหนือเมื่อประมาณ 1.1 ล้านปีก่อน ซึ่งกินเวลาราว 4,000 ปี และกวาดล้างประชากรมนุษย์โบราณที่เคยยึดครองยุโรปจนหมดสิ้น

จากการศึกษาฟอสซิลที่บในสเปน เชื่อว่าสปีชีส์ดังกล่าวคือ โฮโม อีเรกตัส (Homo erectus) ซึ่งโดยทั่วไปถือว่าเป็นมนุษย์โบราณกลุ่มแรก ๆ ที่เดินทางออกไปนอกแอฟริกา สปีชีส์นี้เป็นมนุษย์โบราณกลุ่มแรกที่มีสัดส่วนร่างกายเหมือนเราและประดิษฐ์เครื่องมือหินขึ้นมา

ทีมวิจัยกล่าวว่า เหตุการณ์ความหนาวเย็นครั้งใหญ่ ซึ่งรุนแรงพอ ๆ กับยุคน้ำแข็ง ทำให้ยุโรปไม่เอื้ออำนวยต่อกลุ่มนักล่าสัตว์ในยุคแรก ๆ เนื่องจากความเย็นจัดทำให้ขาดแหล่งอาหาร

นักวิจัยกล่าวว่า มนุษย์โบราณกลุ่มนี้อาจขาดความอดทนต่อความหนาวเย็น หากไม่มีไขมันที่เพียงพอ ในขณะที่ต้องเผชิญกับความท้าทายในการสร้างเสื้อผ้าและที่พักอาศัยที่มีประสิทธิภาพ รวมถึงการค้นหาวิธีการจุดไฟให้ความอบอุ่น

คริส สตริงเกอร์ นักมานุษยวิทยาจากพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ธรรมชาติในลอนดอน ผู้ร่วมวิจัยกล่าวว่า “อาจมีการหยุดชะงักโดยสิ้นเชิงในการยึดครองยุโรปของมนุษย์ยุคแรก ซึ่งอาจเป็นระยะเวลานาน และในที่สุดประชากรใหม่ทั้งหมดก็กลับเข้ามา”

ทั้งนี้ ยังไม่ชัดเจนว่า จำนวนมนุษย์โบราณที่เสียชีวิตในเหตุการณ์การสูญพันธุ์จากความหนาวเย็นในภูมิภาคนี้มีมากน้อยแค่ไหน

“เรามีข้อมูลเพียงเล็กน้อยเกี่ยวกับจำนวนประชากร แต่แน่นอนว่าน่าจะค่อนข้างน้อยตามมาตรฐานสมัยใหม่ อย่างดีที่สุดคือ น่าจะอยู่ที่ราวหลายหมื่นคนทั่วยุโรป” สตริงเกอร์กล่าว

เหตุการณ์ความหน่าวเย็นครั้งใหญ่นี้เกิดขึ้นในช่วงยุคไพลสโตซีน หรือประมาณ 2.6 ล้านถึง 11,700 ปีที่แล้ว โดยเป็นช่วงที่โลกเย็นลง

ด้าน แอ็กเซล ทิมเมอร์มันน์ นักฟิสิกส์สภาพอากาศจากมหาวิทยาลัยแห่งชาติปูซานในเกาหลีใต้ หนึ่งในทีมวิจัย กล่าวว่า “ตรงกันข้ามกับความเชื่อก่อนหน้านี้ การศึกษาของเราแสดงให้เห็นว่า การอาศัยและยึดครองยุโรปของมนุษย์นั้นไม่ต่อเนื่อง แต่ถูกคั่นด้วยการสูญพันธุ์ที่เกิดจากสภาพอากาศอย่างน้อยหนึ่งครั้ง”

จากการตรวจสอบฟอสซิลของมนุษย์และเครื่องมือหินในยุโรปชี้ว่า มีช่องว่างในการยึดครองยุโรปของมนุษย์ประมาณ 200,000 ปีในช่วงราว 1.1 ล้านปีก่อน

โครนิส เซดาคิส ศาสตราจารย์ด้านภูมิศาสตร์กายภาพแห่งมหาวิทยาลัยคอลเลจลอนดอน หนึ่งในทีมวิจัย กล่าวว่า “หากเป็นเรื่องจริง แปลว่ายุโรปอาจเพิ่งถูกยึดครองอีกครั้งเมื่อประมาณ 900,000 ปีที่แล้วนี้เองโดยมนุษย์ที่มีความยืดหยุ่นมากกว่า โดยมีการเปลี่ยนแปลงทางวิวัฒนาการหรือพฤติกรรมที่ทำให้อยู่รอดได้ในสภาวะหนาวเย็นที่มีความรุนแรง”

นักวิจัยได้เลียนแบบภูมิอากาศโลกโบราณขึ้น โดยใช้สารประกอบอินทรีย์ที่หลงเหลือจากสาหร่ายและละอองเกสรขนาดเล็กในแกนกลางตะกอนใต้ทะเลลึกที่นอกชายฝั่งของโปรตุเกส ซึ่งเผยให้เห็นการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิและพืชพรรณ พวกเขาทำการจำลองด้วยคอมพิวเตอร์เพื่อวัดผลกระทบต่อที่อยู่อาศัยของมนุษย์ โดยพบว่า อุณหภูมิอากาศเฉลี่ยจะลดลงประมาณ 4.5 องศาเซลเซียส

ทิมเมอร์มันน์กล่าวว่า “การศึกษานี้ให้ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับความเปราะบางของสายพันธุ์มนุษย์โบราณยุคแรกต่อการเปลี่ยนแปลงของสิ่งแวดล้อม และนำไปสู่การปรับตัวต่อสภาพอากาศที่เย็นจัด”

 

เรียบเรียงจาก Reuters

ภาพจาก AFP / Getty Image

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ