หลักฐานจากฟอสซิล บรรพบุรุษมนุษย์ “อาจเคยกินกันเองเป็นอาหาร”


โดย PPTV Online

เผยแพร่




นักวิจัยพบหลักฐานใหม่จากฟอสซิลอายุ 1.45 ล้านปีว่า บรรพบุรุษของมนุษย์เคยเข่นฆ่าและกัดกินกันเองเพื่อเอาชีวิตรอด

“การกินเพื่อนร่วมเผ่าพันธุ์” ถือเป็นวิถีชีวิตหรือสัญชาตญาณการเอาชีวิตรอดของสิ่งมีชีวิตบางชนิด แต่เชื่อหรือไม่ว่า “บรรพบุรุษมนุษย์” หรือบรรพบุรุษของเรา ก็อาจเคยกินกันเองเพื่อเอาชีวิตรอด

ล่าสุด มีการเปิดเผยผลการศึกษาฟอสซิลกระดูกขาของบรรพบุรุษมนุษย์ อายุกว่า 1.45 ล้านปีก่อน และพบร่องรอย 9 รอยที่บ่งชี้ว่า “มนุษย์โบราณมีการเข่นฆ่าและอาจกินกันเอง”

คอนเทนต์แนะนำ
สภาพอากาศวันนี้ มรสุมมีกำลังแรงขึ้น ฝนถล่มหลายพื้นที่! กทม.มีฝน 60%
ก้าวไกลได้ฤกษ์ "พิธา" นำทัพ 150 ส.ส. เข้ารายงานตัวต่อสภา
โปรแกรมการแข่งขันวอลเลย์บอลหญิงทีมชาติไทย ศึกเนชั่นส์ ลีก 2023 วันที่ 27 มิ.ย.66

 

 

กระดูกขาดังกล่าวอยู่ในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติไนโรบี ประเทศเคนยา โดย ไบรอานา โพบิเนอร์ นักบรรพชีวินวิทยา จากพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ธรรมชาติแห่งชาติสหรัฐฯ ในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. เป็นผู้นำทีมการค้นพบครั้งนี้

เดิมทีโพบิเนอร์ศึกษากระดูกนี้เพื่อหารอยกัดจากสัตว์ที่สูญพันธุ์ไปแล้ว แต่กลับไปพบบาดแผลที่ดูเหมือนว่าถูกสร้างขึ้นด้วยเครื่องมือหิน

โพบิเนอร์กล่าวว่า “รอยเหล่านี้ดูคล้ายกับที่ฉันเห็นบนฟอสซิลสัตว์ที่กำลังถูกแปรรูปเพื่อการบริโภค ... นอกจากนี้ ดูเหมือนว่าเนื้อจากกระดูกขานี้จะถูก ‘กิน’ มากที่สุด และมันถูกกินเพื่อโภชนาการ ไม่ใช่เพื่อพิธีกรรมด้วย”

ไมเคิล แพนเต นักมานุษยวิทยาบรรพชีวินวิทยาจากมหาวิทยาลัยรัฐโคโลราโด หนึ่งในทีมวิจัย บอกว่า ได้สร้างแบบจำลอง 3 มิติขึ้นจากร่องรอยบนกระดูก และเปรียบเทียบรูปร่างของบาดแผลกับฐานข้อมูลที่มีอยู่ 898 ตัวอย่าง ซึ่งได้จากการจำลองรอยฟันของสัตว์ต่าง ๆ รอยเฉือนด้วยอาวุธต่าง ๆ และรอยเหยียบย่ำ และได้ข้อสรุปออกมาเหมือนโพบิเนอร์

เขาบอกว่า รอยที่พบเป็นเหมือนรอยตัด-เฉือน ทั้งหมดหันไปในทิศทางเดียวกัน ทำให้เป็นไปได้ว่า มือที่ถือเครื่องมือหินอาจสร้างรอยซ้ำแล้วซ้ำอีกโดยไม่มีการเปลี่ยนมือที่ถือเครื่องมือ

พบดีเอ็นเอแบคทีเรียโบราณที่เคยก่อ “กาฬโรค” เมื่อ 4,000 ปีก่อน

จำลองใบหน้า ชายชาวอียิปต์ที่มีชีวิตอยู่เมื่อ 35,000 ปีก่อน

คืนชีพ “ไวรัสโบราณ” ถูกแช่แข็ง 48,500 ปี หาคำตอบยังแพร่เชื้อได้หรือไม่?

ยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่า กระดูกหน้าขานี้เป็นของบรรพบุรุษมนุษย์สายพันธุ์ใด เนื่องจากกระดูกขามักไม่ให้ข้อมูลทางอนุกรมวิธานมากเท่ากับกระดูกกะโหลกหรือกระดูกกราม เดิมคาดว่าเป็น ออสตราโลพิเธคัส โบยเซ (Australopithecus boisei) แต่ต่อมาในปี 1990 เชื่อว่าเป็น โฮโม อีเร็กตัส (Homo erectus)

ทั้งนี้ หากดูเฉพาะร่องรอยบาดแผลไม่สามารถพิสูจน์ได้แน่ชัดว่า ผู้ที่สร้างบาดแผลดังกล่าวได้นำเนื้อส่วนขาของบรรพบุรุษมนุษย์มาทำเป็นอาหาร แต่ร่องรอยที่พบอยู่ในตำแหน่งที่กล้ามเนื้อน่องจะติดกับกระดูก ซึ่งเป็นตำแหน่งที่ดีในการตัดเฉือนหากมีเป้าหมายเพื่อเอาเนื้อออก

โพบิเนอร์กล่าวว่า “ข้อมูลที่เรามีบอกเราว่า บรรพบุรุษมนุษย์น่าจะกินมนุษย์โบราณอื่น ๆ เป็นอาหาร อย่างน้อยก็เมื่อช่วงเวลา 1.45 ล้านปีก่อน”

เธอเสริมว่า “มีตัวอย่างอื่น ๆ อีกมากมายของสิ่งมีชีวิตในสายวิวัฒนาการของมนุษย์ที่กินกันเองเพื่อโภชนาการ แต่ฟอสซิลนี้ชี้ให้เห็นว่า บรรพบุรุษของเราเคยกินกันเองเพื่อเอาชีวิตรอดเมื่อนานกว่าที่เราคาดไว้”

ด้าน ซิลเวีย เบลโล นักวิจัยด้านต้นกำเนิดของมนุษย์ จากพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ธรรมชาติในลอนดอน ซึ่งไม่มีส่วนในการวิจัยนี้ กล่าวว่า การกินเนื้อคนในอดีตอาจเป็นเรื่องธรรมดามากกว่าที่คิด โดยสังเกตว่า มีการหลักฐานของพฤติกรรมลักษณะนี้ในแหล่งโบราณคดีที่เกี่ยวข้องกับมนุษย์โบราณนีแอนเดอร์ทัลและมนุษย์สมัยใหม่ตอนต้นด้วย

ตัวอย่างเช่น มนุษย์ยุคหินที่อาศัยอยู่เมื่อ 100,000 ปีที่แล้วในฝรั่งเศส นิยมกินเนื้อคน อาจเป็นเพราะสภาพอากาศที่ร้อนทำให้หาอาหารได้ยาก

 

เรียบเรียงจาก CNN

ภาพจาก Briana Pobiner / Jennifer Clark

คอนเทนต์แนะนำ
ออกหมายจับอดีตทหาร พี่ชาย “พ.ต.ท.บรรยิน” มือตบสาวเชียร์เบียร์
ปฏิทินวันหยุดเดือนกรกฎาคม 2566 เช็กเลยวันที่ 31 ก.ค. หยุดไหม
วิจัยพบอาหารต้านมะเร็งลำไส้ ยับยั้งการแบ่งตัวของเซลล์มะเร็ง

TOP ต่างประเทศ
วิดีโอยอดนิยม
เรื่องที่คุณอาจพลาด

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ