3 แคนดิเดตประธานาธิบดีไต้หวัน 3 ทิศทางความสัมพันธ์กับจีน


โดย PPTV Online

เผยแพร่




ทำความรู้จัก 3 แคนดิเดตผู้ลงชิงตำแหน่งประธานาธิบดีไต้หวันคนใหม่ ซึ่งจะกำหนดทิศทางความสัมพันธ์กับจีนของไต้หวันจากนี้

ในวันที่ 13 ม.ค. 67 จะมีการเลือกตั้งประธานาธิบดีคนใหม่แทน ไช่ อิงเหวิน ที่หมดวาระ โดยโฉมหน้าผู้นำคนใหม่จะเป็นตัวกำหนดทิศทางความสัมพันธ์ระหว่างไต้หวันกับ “จีนแผ่นดินใหญ่”

ที่ผ่านมา จีนแผ่นดินใหญ่อ้างว่า ไต้หวันถือเป็นส่วนหนึ่งของจีนมาโดยตลอด แต่มีความพยายามในการแบ่งแยกดินแดน โดยมีสหรัฐฯ เป็นหนึ่งในผู้สนับสนุนหลัก ขณะที่ในไต้หวันเอง ก็ยังคงมีฝ่ายที่สนับสนุนจีนอยู่ และขับเคี่ยวกับฝ่ายประชาธิปไตย

โดยการเลือกตั้งประธานาธิบดีไต้หวัน 2024 นี้ มีแคนดิเดตลงสมัครชิงตำแหน่งถึง 3 คน

งานแปลกในจีน! ภูเขาอู๋จื่อซานรับสมัคร “ซุนหงอคง” รายได้ 30,000 บาทต่อเดือน

อิสราเอลเผย กวาดล้างศูนย์บัญชาการฮามาสในกาซาตอนเหนือได้แล้ว

ยูเครนเผยหลักฐาน รัสเซียใช้ขีปนาวุธเกาหลีเหนือ

วิลเลียม – ไล่ ชิงเต๋อ หนึ่งในแคนดิเดตชิงตำแหน่งประธานาธิบดีไต้หวัน 2024 AFP/Sam Yeh
วิลเลียม – ไล่ ชิงเต๋อ จากพรรคประชาธิปไตยก้าวหน้า

“วิลเลียม – ไล่ ชิงเต๋อ” รองประธานาธิบดี จากพรรครัฐบาล

ผู้สมัครคนแรกคือตัวแทนจากพรรคประชาธิปไตยก้าวหน้า (DPP) ซึ่งเป็นพรรครัฐบาลในปัจจุบัน โดย “ไล่ ชิงเต๋อ” หรือ “วิลเลียม ไล่“ ขณะนี้ดำรงตำแหน่งเป็นรองประธานาธิบดี

วิลเลียมปัจจุบันอายุ 64 ปี ขึ้นชื่อเรื่องเป็นบุรุษที่พูดจานุ่มนวล แต่ต่อสู้เพื่อสิทธิในการปกครองตนเองของไต้หวันอย่างแข็งขัน ถึงขั้นเคยถูกสื่อจีนเรียกร้องให้เขาถูกดำเนินคดีภายใต้กฎหมายต่อต้านการแบ่งแยกดินแดน

วิลเลียมเคยให้นิยามตัวเองว่าเป็น “ผู้ที่ทำงานเพื่อเอกราชของไต้หวัน”

เขาเคยเล่าว่า พ่อของเขาเสียชีวิตด้วยอุบัติเหตุเมื่อเขาอายุได้ 2 ขวบ การได้เห็นแม่ของเขาต้องเลี้ยงลูก 6 คนด้วยตัวเองช่วยส่งเสริมจรรยาบรรณในการทำงานที่เข้มแข็งในตัวเขา

วิลเลียมได้รับการฝึกอบรมด้านการแพทย์ในมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด และทำงานเป็นแพทย์ด้านไตก่อนจะเข้ารับราชการในไต้หวันในช่วงกลางทศวรรษ 1990

ครั้งแรกที่ก้าวเท้าเข้าสู่วงการการเมือง เขาทำหน้าที่เป็นผู้แทนของเมืองไถหนานทางตอนใต้ โดยได้รับเลือกเป็นนายกเทศมนตรีของเมืองในปี 2010 และดำรงตำแหน่งต่ออีกสมัยในปี 2014 ด้วยคะแนนเสียงท่วมท้น 73%

ทั้งนี้ จากผลสำรวจล่าสุดโดยมูลนิธิความคิดเห็นสาธารณะไต้หวัน (TPOF) พบว่า คะแนนนิยมของเขาขณะนี้ นำหน้าคู่แข่งคนสำคัญอย่าง โหว โหย่วอี๋ เพียง 1% เท่านั้น โดยคะแนนของวิลเลียมคือ 38% ส่วนโหวอยู่ที่ 37%

ในการหาเสียงชิงตำแหน่งประธานาธิบดี วิลเลียมกล่าวซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่า ไต้หวันหวังที่จะเป็นเพื่อนกับจีน “เราไม่ต้องการเป็นศัตรู เราเป็นเพื่อนได้ และเราจะชอบที่จะเห็นจีนได้เพลิดเพลินกับประชาธิปไตยและเสรีภาพเช่นเดียวกับเรา”

โหว โหย่วอี๋ หนึ่งในแคนดิเดตชิงตำแหน่งประธานาธิบดีไต้หวัน 2024 AFP/Sam Yeh
โหว โหย่วอี๋ จากพรรคก๊กมินตั๋ง

“โหว โหย่วอี๋” อดีตผู้บัญชาการตำรวจ จากพรรคก๊กมินตั๋ง

พรรคก๊กมินตั๋ง (KMT) หรือพรรคชาตินิยมจีน คือพรรคการเมืองฝ่ายอนุรักษ์นิยมของจีนที่มีรากฐานมั่นคงในไต้หวัน มีนโยบายเข้าใกล้จีนแผ่นดินใหญ่มากขึ้นในยุคที่พ่ายแพ้การเลือกตั้งในปี 2000 และเมื่อ หม่า อิงจิ่ว จากก๊กมินตั๋งชนะเลือกตั้ง 2008 ก็มีความร่วมมือทางเศรษฐกิจกับรัฐบาลจีนแผ่นดินใหญ่

ในส่วนของ โหว โหย่วอี๋ ที่เป็นตัวแทนก๊กมินตั๋งชิงตำแหน่งประธานาธิบดีไต้หวันในครั้งนี้ สมัยเด็กเคยช่วยที่บ้านทำธุรกิจเกี่ยวกับการค้าหมูในตลาด ต่อมารับราชการตำรวจว และไต่เต้าจนได้เป็นผู้บัญชาการตำรวจ

ผลงานที่โดดเด่นของโหวในตอนที่เป็นตำรวจคือการจับกุมฆาตกรชื่อดังหลายคดี และยังเป็นผู้สืบสวนคนสำคัญในคดีการพยายามลอบสังหารอดีตประธานาธิบดี เฉิน สุ่ยเปี่ยน เมื่อปี 2004

อดีตผู้บัญชาการตำรวจรายนี้หันมาสนใจการเมืองในปี 2010 และกลายเป็นนายกเทศมนตรีของนิวไทเป ซึ่งเป็นเมืองที่มีประชากรมากที่สุดของไต้หวันในปี 2018 และเขาได้รับเลือกอีกครั้งอย่างถล่มทลายในปี 2022

ประวัติของโหวในฐานะตำรวจที่มีความสามารถและนายกเทศมนตรีที่ได้รับความนิยมทำให้เขาเป็นตัวเลือกอันดับต้น ๆ ของก๊กมินตั๋งที่จะทวงคืนตำแหน่งผู้นำไต้หวันคืนจากพรรคประชาธิปไตยก้าวหน้าที่ ไช่ อิงเหวิน เป็นประธานาธิบดีมา  8ปีแล้ว

ในตอนแรก โหวไม่ได้รับการสนับสนุนมากเท่ากับคู่แข่งในพรรคอีกคน แต่ต่อมาก็ได้รับการผลักดัน หลังพรรคดีลกับผู้สมัครอีกคนไม่ลงตัว

แม้โหสจะต่อต้านการเรียกร้องเอกราชของไต้หวัน แต่ส่วนใหญ่เขาก็หลีกเลี่ยงการแสดงจุดยืนต่อจีนในการหาเสียง การขาดความชัดเจนนี้ทำให้เกิดการวิพากษ์วิจารณ์

เขายังเลี่ยงคำถามเกี่ยวกับนโยบาย “จีนเดียว” ซึ่งรับรองรัฐบาลปักกิ่งเป็นเพียงรัฐบาลเดียวของจีน โดยเขาบอกว่า “ความสัมพันธ์ระหว่างสองฝั่งช่องแคบไต้หวันนั้นชัดเจน เราไม่จำเป็นต้องสับสน… มันมีพื้นฐานอยู่ในรัฐธรรมนูญของสาธารณรัฐจีนโดยสมบูรณ์”

เค่อ เหวินเจ๋อ หนึ่งในแคนดิเดตชิงตำแหน่งประธานาธิบดีไต้หวัน 2024 AFP/I-Hwa CHENG
เค่อ เหวินเจ๋อ จากพรรคประชาชนไต้หวัน

“เค่อ เหวินเจ๋อ” ทางเลือกที่สาม จากพรรคประชาชนไต้หวัน

แพทย์ผู้ผันตัวมาเป็นนักการเมือง ผู้ประกาศว่าตัวเองจะเป็น “ทางเลือกที่สาม” สำหรับผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ที่อาจไม่ต้องการจะยั่วยุต่อต้านจีนหรือยอมโอนอ่อนผ่อนตามจีน

เค่อ เหวินเจ๋อ อายุ 64 ปี หัวหน้าพรรคประชาชนไต้หวัน (TPP) ได้รับความนิยมในหมู่ผู้มีสิทธิเลือกตั้งรุ่นใหม่ ก่อนหน้านี้เคยมีคะแนนความนิยมแซง วิลเลียม ไล่ ด้วยซ้ำ แต่ขณะนี้ความนิยมอยู่ที่ราว 25% ตามหลังวิลเลียมและโหวอยู่พอสมควร

เขาเคยเป็นศัลยแพทย์ชื่อดัง แต่ทิ้งเสื้อกาวน์เพื่อลงเล่นการเมืองเมื่อ 10 ปีที่แล้ว โดยมีชื่อเสียงทางการเมืองหลังจากสนับสนุนขบวนการทานตะวันในปี 2014 เมื่อนักศึกษาออกมาประท้วงต่อต้านอิทธิพลที่เพิ่มมากขึ้นของจีน

ต่อมาในปีนั้น เขาได้รับเลือกเป็นนายกเทศมนตรีของไทเป แม้จะเป็นมือใหม่ทางการเมือง แต่เขาก็ยังได้รับการรับรองจากนักเคลื่อนไหวของขบวนการทานตะวันและพรรคประชาธิปไตยก้าวหน้า

การเมืองของเค่อเปลี่ยนไปในช่วงดำรงตำแหน่งนายกเทศมนตรี 8 ปี โดยเขาขยายความสัมพันธ์ระหว่างไทเปกับจีนแผ่นดินใหญ่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับทางการเมืองเซี่ยงไฮ้

ในปี 2019 เขาได้ก่อตั้งพรรคประชาชนไต้หวัน โดยสร้างแบรนด์ให้เป็นทางเลือกแทน DPP และ KMT ซึ่งในการเลือกตั้งล่าสุดปี 2020 ได้มา 5 ที่นั่งจากทั้งหมด 113 ที่นั่งในสภา ทำให้ TPP เป็นพรรคที่ใหญ่เป็นอันดับ 3 ในรัฐสภาของไต้หวัน

ในการหาเสียงเลือกตั้ง 2024 เค่อ เหวินเจ๋อ กล่าวหาพรรค DPP ว่ากำลังคุกคามไต้หวันด้วยการเป็น “ผู้สนับสนุนสงคราม” ขณะเดียวกันก็วิจารณ์ KMT ว่า “ให้เกียรติจีนเกินไป”

และนี่คือ 3 แคนดิเดตผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีไต้หวันในการเลือกตั้งที่กำลังจะมีขึ้น ซึ่งคาดว่าจะนำพาไต้หวันไปสู่ทิศทางที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง

 

เรียบเรียงจาก BBC

PR - ตารางคะแนน-2_B PR - ตารางคะแนน-2_B
TOP ต่างประเทศ
วิดีโอยอดนิยม
เรื่องที่คุณอาจพลาด

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ