ประธานาธิบดีไต้หวัน ไล่ ชิงเต๋อ ออกมาแสดงปฏิกิริยาต่อการพบกันระหว่างประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ และประธานาธิบดีจีน สี จิ้นผิง ที่กรุงปักกิ่งเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวสร้างความวิตกในไต้หวันเกี่ยวกับการสนับสนุนของสหรัฐฯ โดยก่อนหน้านี้ ประธานาธิบดีทรัมป์กล่าวว่า การขายอาวุธใหม่ให้ไต้หวันหรือไม่ยังอยู่ในขั้นตอนของการพิจารณา และสหรัฐฯ ไม่ต้องการถูกมองว่าสนับสนุนความพยายามประกาศเอกราชของไต้หวัน
อย่างไรก็ตาม เมื่อเดือน ธ.ค. 2025 รัฐบาลสหรัฐฯ ภายใต้การนำของประธานาธิบดีทรัมป์ได้ประกาศอนุมัติการขายอาวุธให้แก่ไต้หวันอย่างเป็นทางการ โดยมีมูลค่ารวมสูงถึง 11,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือกว่า 350,000 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นแพ็กเกจความช่วยเหลือทางทหารที่มีขนาดใหญ่ที่สุดเท่าที่สหรัฐฯ เคยมีมา เพื่อตอบโต้การขยายอิทธิพลและการกดดันทางทหารจากจีน
ขณะที่ประธานาธิบดีไล่ยืนยันว่า ไต้หวันจะไม่ยั่วยุ หรือยกระดับความขัดแย้ง แต่ก็จะไม่ยอมสละอธิปไตยและศักดิ์ศรี หรือวิถีชีวิตแบบประชาธิปไตยและเสรีของไต้หวัน ภายใต้แรงกดดัน พร้อมวิจารณ์ว่า จีนเป็นต้นเหตุของความไม่มั่นคงในภูมิภาค ขณะที่การสร้างสันติภาพและความมั่นคงในช่องแคบไต้หวัน เป็นฉันทามติและผลประโยชน์ร่วมกันของไต้หวัน สหรัฐฯ และประเทศประชาธิปไตยทั่วโลก
ประธานาธิบดีไล่ยังพูดถึงความสำคัญของกฎหมายความสัมพันธ์กับไต้หวันที่กำหนดว่า การขายอาวุธของสหรัฐฯ ให้รัฐบาลไทเป ไม่ใช่เพียงแค่พันธสัญญาด้านความมั่นคงเท่านั้น แต่ยังเป็นมาตรการป้องปรามสำคัญที่สุด ต่อการกระทำที่ทำลายสันติภาพ และความมั่นคงในภูมิภาค
นอกจากนี้ ประธานาธิบดีไล่ยังย้ำจุดยืนของตนเองว่า "ไต้หวัน เป็นประเทศที่มีอธิปไตย เป็นอิสระ และเป็นประชาธิปไตย"