จับตาความสัมพันธ์จีนหลัง ไล่ ชิงเต๋อ ประกาศชัยชนะประธานาธิบดีไต้หวัน


โดย PPTV Online

เผยแพร่




ไล่ ชิงเต๋อ ประกาศชัยชนะหลังชนะเลือกตั้งประธานาธิบดีไต้หวัน ได้คะแนนเกิน 5 ล้านเสียง ที่มีนโยบายคัดค้านการรวมไต้หวันกับจีนแผ่นดินใหญ่

เมื่อวานนี้ไต้หวันมีการเลือกตั้งสมาชิกสภานิติบัญญัติและประธานาธิบดี ซึ่งถือเป็นการเลือกตั้งที่คนจับตามองมากที่สุดครั้งหนึ่งเนื่องจากเกิดขึ้นในช่วงเวลาที่ความสัมพันธ์กับจีนแผ่นดินใหญ่ตึงเครียดที่สุดในรอบหลายปี ผลการเลือกตั้งในส่วนของประธานาธิบดีปรากฎว่า ไล่ ชิงเต๋อ จากพรรค ประชาธิปไตยก้าวหน้าหรือ DPP ซึ่งมีนโยบายคัดค้านการรวมไต้หวันกับจีนแผ่นดินใหญ่ เอาชนะคู่แข่งพรรคก๊กมินตั๋งหรือ KMT ซึ่งมีแนวทางเป็นมิตรกับจีนแผ่นดินใหญ่ได้

"ไล่ ชิงเต๋อ" คว้าชัย ชนะเลือกตั้งประธานาธิบดีไต้หวัน 2024

3 แคนดิเดตประธานาธิบดีไต้หวัน 3 ทิศทางความสัมพันธ์กับจีน

รอบโลกเดลี่ รายการรอบโลกเดลี่
ไล่ ชิงเต๋อ ประกาศชัยชนะประธานาธิบดีไต้หวัน

อย่างไรก็ตาม ในส่วนของผลการเลือกตั้งสภานิติบัญญัติ พรรค KMT สามารถเก็บที่นั่งได้มากกว่าพรรค DPP ซึ่งอาจจะส่งผลให้การผลักดันนโยบายของผู้นำของใหม่ของไต้หวันมีความยากลำบากมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากพรรค KMT สามารถจับมือกับพรรคที่มีที่นั่งอันดับ 3 อย่างพรรคประชาชนไต้หวันหรือ TPP ได้

บรรยากาศด้านหน้าสำนักงานใหญ่ของพรรคประชาธิปไตยก้าวหน้าหรือ DPP ในกรุงไทเป บรรดาผู้สนับสนุนจำนวนมากต่างโห่ร้องเมื่อได้ยินการประกาศคะแนนว่า พรรค DPP ได้คะแนนเกิน 5 ล้านเสียงซึ่งนั่นหมายถึงแคนดิเดทของพรรคอย่าง ไล่ ชิงเต๋อ หรือ วิลเลียม ไล่ จะได้ขึ้นมาเป็นประธานาธิบดีคนต่อไป

ไล่ ชิงเต๋อ คือหนึ่งในนักการเมืองที่ต่อสู้เพื่อสิทธิในการปกครองตนเองของไต้หวันอย่างแข็งขัน โดยทางการจีนเคยกล่าวหาเขาหลายครั้งว่า เป็นคนที่สนับสนุนการแยกไต้หวันเป็นเอกราชและเป็นบุคคลอันตราย

อย่างไรก็ตาม ชิงเต๋อเคยประกาศต่อสาธารณะชนหลายครั้งว่า ไต้หวันเป็นอิสระอยู่แล้ว และไม่จำเป็นต้องประกาศเอกราช

เมื่อคืนที่ผ่านมาหลังผลการนับคะแนนออกมา ว่าที่ผู้นำคนใหม่ของไต้หวันขึ้นเวทีประกาศว่า ชาวไต้หวันประสบความสำเร็จในการทัดทานความพยายามจากภายนอก ที่ต้องการแทรกแซงผลการเลือกตั้งในครั้งนี้ และเขาจะมุ่งมั่นปกป้องไต้หวันจากการคุกคามและข่มขู่จากจีน

ว่าที่ผู้นำคนใหม่ของไต้หวันที่จะขึ้นมาแทน ไช่ อิง เหวิน ประธานาธิบดีหญิงจากพรรคเดียวกันที่อยู่มาครบ 2 สมัยระบุด้วยว่า 
เขาจะสานต่อนโยบายของรัฐบาลที่พยายามคงสถานภาพของจีนและไต้หวันที่เป็นอยู่ในขณะนี้ไว้ให้ได้ โดยพร้อมที่จะใช้การสนทนากับจีนแทนการเผชิญหน้า

ถือเป็นครั้งแรกในรอบ 28 ปีที่พรรค DPP ซึ่งมีแนวทางคัดค้านการรวมไต้หวันกับจีนแผ่นดินใหญ่ได้เป็นรัฐบาล 3 สมัยติดต่อกัน 
นั่นหมายความว่า คู่แข่งของ DPP อย่างพรรคก๊กมินตั๋งหรือ KMT ซึ่งเป็นพรรคการเมืองเก่าแก่ที่เคยปกครองไต้หวันมานานถึง 75 ปีต้องอยู่ในสถานะฝ่ายค้านต่อ 

หลังผลการนับคะแนนออกมา โหว โหย่วอี๋ แคนดิเดทจากพรรค KMT ได้ออกมาแสดงความยินดีกับไล่ ชิงเต๋อ โหย่วอี๋เป็นหนึ่งในนักการเมืองที่ต่อต้านการเรียกร้องเอกราชของไต้หวัน  อย่างไรก็ตาม ในช่วงการหาเสียง เขาหลีกเลี่ยงตอบคำถามเกี่ยวกับนโยบายจีนเดียว

ถึงแม้พรรค DPP จะได้เป็นรัฐบาลต่อในสมัยที่ 3 แต่หากดูจากผลการเลือกตั้งสภาชิกสภานิติบัญญัติ การผลักดันกฎหมายหรือนโยบายต่างๆของว่าที่ประธานาธิบดีคนใหม่อาจไม่ง่ายมากนัก เนื่องจากผลคะแนนที่ออกมาปรากฎว่า พรรคที่ได้ที่นั่งมากที่สุดคือ พรรคก๊ก มินตั๋ง หรือ KMT 

โดยในจำนวนที่นั่งสภานิติบัญญัติที่มีอยู่ 113 ที่นั่ง ปรากฎว่า KMT ได้ไป 52 ที่นั่ง ขณะที่พรรค DPP ได้ 51 ที่นั่ง ตามมาเป็นอันดับที่ 2 ส่วนพรรคที่ได้เก้าอี้มากเป็นอันดับ 3 คือพรรคประชาชนไต้หวันหรือ TPP ที่ได้ไป 8 ที่นั่ง หากดูจากตัวเลข ไม่มีพรรคได้ได้ที่นั่งเกินครึ่ง 

นี่อาจเรียกได้ว่าเป็นความพ่ายแพ้ของ DPP เนื่องจากในช่วง 8 ปีที่ผ่านมา DPP คือพรรคที่ครองเสียงข้างมากในสภา โดยก่อนหน้านี้ DPP มีที่นั่ง 62 ที่นั่ง เท่ากับว่าเสียเก้าอี้ในสภาให้กับคู่แข่งไปถึง 11 ที่นั่งในการเลือกตั้งครั้งนี้

และนี่คือความต่าง เพราะในช่วง 8 ปีที่ผ่านมา DPP ได้ทั้งตำแหน่งประธานาธิบดีและมีเสียงข้างมากในสภา แต่ในคราวนี้ DPP ไม่ได้เสียงข้างมาก

นั่นหมายความว่า รัฐบาลของว่าที่ประธานาธิบดีไล่ในฐานะฝ่ายบริหารจะต้องเผชิญกับการตรวจสอบและถ่วงดุลมากขึ้นจากสภา หากพรรค KMT จับมือหรือทำข้อตกลงกับพรรค TPP ซึ่งเป็นพรรคอันดับ 3 ได้

ตอนนี้พรรค TPP กำลังถูกจับตาในฐานะตัวแปรสำคัญ ในช่วงหลายสิบปีที่ผ่านมา การเมืองไต้หวันถูกครอบงำจาก 2 พรรคหลักอย่าง DPP และ KMT และการที่พรรคที่ 3 สามารถได้คะแนนมากพอจนผงาดมาเป็นตัวแปรและผู้เล่นสำคัญได้ ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ

เมื่อคืนที่ผ่านมา เค่อ เหวินเจ๋อ แคนดิเดทชิงตำแหน่งประธานาธิบดีจากพรรค TPP ขึ้นเวทีกล่าวขอบคุณผู้สนับสนุนที่ไปลงคะแนนให้ โดยเขาระบุว่า ถือเป็นครั้งแรกที่พรรคที่ 3 แทรกตัวเข้ามาได้ และนี่คือการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญของภูมิทัศน์การเมืองไต้หวัน   

พรรคประชาชนไต้หวัน TPP ก่อตั้งเมื่อปี 2019 โดย เค่อ เหวินเจ๋อ อดีตศัลยแพทย์ชื่อดัง เพื่อให้เป็นพรรคทางเลือกแทนพรรค DPP และพรรค KMT ในการเลือกตั้งเมื่อปี 2020 พรรค TPP ได้ที่นั่งในสภา 5 ที่นั่ง ส่วนในการเลือกตั้งคราวนี้ได้มา 8 ที่นั่ง เพิ่มขึ้นจากเดิม 3 ที่นั่ง

เค่อ เหวินเจ๋อ เคยกล่าวหาพรรค DPP ว่ากำลังคุกคามไต้หวันด้วยการเป็นผู้สนับสนุนสงคราม ขณะเดียวกันก็วิจารณ์ พรรค KMT ว่า ยอมให้จีนมากเกินไป นี่เป็นเหตุผลที่สามารถชิงคะแนนเสียงจากกลุ่มคนที่ไม่ต้องการเห็นแนวทางแบบ DPP ที่ต่อต้านจีน หรือแนวทางของ KMT ที่ยอมโอนอ่อนผ่อนตามจีนมากเกินไป

ขณะที่วันแรกหลังรับรู้ถึงผลการเลือกตั้ง ชาวไต้หวันมีปฏิกริยาที่แตกต่างกันไป 
บางคนแสดงความผิดหวัง โดยเฉพาะผู้สนับสนุนพรรคก๊กมินตั๋งที่แคนดิเดทของพรรคไม่สามารถฝ่าด่านเข้าทำเนียบประธานาธิบดีได้  อย่างไรก็ตาม นี่คือวิถีประชาธิปไตยที่ทุกคนต้องยอมรับ

หลังผลการเลือกตั้งออกมา หลายฝ่ายจับตาดูท่าทีของจีน ล่าสุดมีความเห็นอย่างเป็นทางการจากสำนักงานกิจการไต้หวันของรัฐบาลจีน

สำนักงานกิจการไต้หวันแห่งคณะรัฐมนตรีจีนได้ออกแถลงการณ์ระบุว่า จากผลการเลือกตั้งที่ออกมา พรรคประชาธิปไตยก้าวหน้าหรือ DPP ไม่สามารถอ้างว่า เป็นตัวแทนความคิดเห็นและกระแสหลักของสาธารณะชนบนเกาะไต้หวันได้อีกต่อไป 
โดยผลการเลือกตั้งครั้งนี้จะไม่นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงจุดยืนของจีนในการแก้ไขไต้หวัน

ส่วนความปรารถนาในการรวมไต้หวันให้เข้ากับจีนแผ่นดินไหญ่ก็ยังแข็งแกร่งประดุจหินผาและจะไม่มีวันเปลี่ยนแปลง
แถลงการณ์ดังกล่าวระบุด้วยว่า จีนจะยึดฉันทามติ 1992 ที่กำหนดหลักการจีนเดียวและจะคัดค้านกิจกรรมใดๆ ก็ตามที่เป็นการแบ่งแยกไต้หวันออกจากจีน

PR - ตารางคะแนน-2_B PR - ตารางคะแนน-2_B
TOP ต่างประเทศ
วิดีโอยอดนิยม
เรื่องที่คุณอาจพลาด

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ