พบดวงจันทร์ดาวยูเรนัส-เนปจูนเพิ่ม 3 ดวง หนึ่งในนั้นทุบสถิติมีขนาดเล็กที่สุด


โดย PPTV Online

เผยแพร่




นักดาราศาสตร์รายงานการค้นพบดวงจันทร์บริวารของดาวยูเรนัสเพิ่ม 1 ดวง ส่วนดาวเนปจูนพบดวงจันทร์เพิ่ม 2 ดวง

“ดวงจันทร์” คือดาวบริวารที่ดาวเคราะห์เกือบทุกดวงในระบบสุริยะมี โดยเฉพาะดาวเคราะห์ชั้นนอกจะมีดวงจันทร์บริวารมากเป็นหลักสิบหรือหลักร้อยดวงเลยทีเดียว

ล่าสุดเมื่อวันที่ 23 ก.พ. มีข่าวใหญ่ในวงการดาราศาสตร์ เมื่อศูนย์ดาวเคราะห์น้อยของสหพันธ์ดาราศาสตร์สากล ประกาศอย่างเป็นทางการว่า “ค้นพบดวงจันทร์ดวงใหม่” ของดาวยูเรนัสและดาวเนปจูนเพิ่มอีกถึง 3 ดวง แบ่งเป็นดวงจันทร์ของดาวยูเรนัส 1 ดวง และเป็นของดาวเนปจูน 2 ดวง

5 ทศวรรษที่รอคอย ยานสหรัฐฯ “โอดิสซีอุส” ลงจอดบนดวงจันทร์สำเร็จ

พบ “ควอซาร์” สว่างสุดในจักรวาล สว่างกว่าดวงอาทิตย์ 500 ล้านล้านเท่า

ครั้งแรก! ตรวจพบ “โมเลกุลน้ำ” บนพื้นผิวของดาวเคราะห์น้อย

พบดวงจันทร์ดาวยูเรนัสและดาวเนปจูนเพิ่มรวม 3 ดวง AFP/B. Jonsson / NSF's NOIRLab
ดาวยูเรนัส (ซ้าย) และดาวเนปจูน (ขวา) ที่ถ่ายโดยยานวอยเอเจอร์ 2

นั่นจะทำให้จำนวนดวงจันทร์บริวารของยักษ์น้ำแข็งทั้งสองดวงเพิ่มขึ้น โดยยูเรนัสจะมีเพิ่มเป็น 28 ดวง และนี่นับเป็นการพบดวงจันทร์ของดาวยูเรนัสเพิ่มครั้งแรกในรอบกว่า 20 ปี ส่วนเนปจูนจะมีดวงจันทร์บริวารรวม 16 ดวง

สก็อตต์ เชปพาร์ด จากสถาบันวิทยาศาสตร์คาร์เนกี (Carnegie Science) หัวหน้าทีมผู้ค้นพบ กล่าวว่า “ดวงจันทร์ที่เพิ่งค้นพบใหม่ 3 ดวงเป็นดวงจันทร์ที่จางที่สุดที่เคยพบรอบ ๆ ดาวเคราะห์ยักษ์น้ำแข็ง 2 ดวงนี้โดยใช้กล้องโทรทรรศน์ภาคพื้นดิน ... เราต้องใช้การประมวลผลภาพพิเศษเพื่อเผยให้เห็นวัตถุที่จางเช่นนี้”

สำหรับดวงจันทร์ของยูเรนัสที่เพิ่งค้นพบนั้น ขณะนี้มีชื่อชั่วคราวว่า S/2023 U1 โดยหลังจากนี้จะถูกตั้งชื่อตามกฎเดิม คือใช้ชื่อตัวละครที่ปรากฏในวรรณกรรมของ วิลเลียม เชกสเปียร์ หรืออเล็กซานเดอร์ โป๊ป ในการตั้งชื่อ เช่นที่ผ่านมา มีดวงจันทร์ที่ชื่อ จูเลียต (ตัวเอกหญิงจาก Romeo and Juliet) หรือโอเบรอน (ราชาแห่งเหล่าภูตใน A Midsummer Night's Dream) เป็นต้น

S/2023 U1 มีขนาดเพียง 8 กิโลเมตร ทำให้มันอาจกลายเป็นดวงจันทร์ที่เล็กที่สุดในระบบสุริยะ (ดวงจันทร์ที่เล็กที่สุดในปัจจุบันคือ ดีมอส ของดาวอังคาร มีขนาด 13 กิโลเมตร) โดยในการโคจรรอบดาวยูเรนัส 1 รอบใช้เวลาทั้งสิ้น 680 วัน

S/2023 U1 ถูกค้นพบครั้งแรกเมื่อวันที่ 4 พ.ย. 2023 โดยเชปพาร์ด จากการใช้กล้องโทรทรรศน์มาเจลลันของหอดูดาว ลาส คัมปาญาส (Las Campanas) ในชิลี

เชปพาร์ดติดตามผลการค้นพบในอีก 1 เดือนต่อมา โดยทำงานร่วมกับห้องปฏิบัติการขับเคลื่อนด้วยไอพ่นขององค์การนาซา (NASA) เพื่อกำหนดวงโคจรของดวงจันทร์ที่เพิ่งค้นพบ

พบดวงจันทร์ของดาวยูเรนัสและดาวเนปจูนเพิ่ม Carnegie Institution for Science/Scott Sheppard
มุมซ้ายบนของภาพที่สว่างคือดาวยูเรนัส ส่วนจุดเล็ก ๆ ที่ลูกศรชี้อยู่ คือดวงจันทร์ S/2023 U1 ที่เพิ่งถูกค้นพบ

ส่วนดวงจันทร์ของดาวเนปจูนที่เพิ่งค้นพบ 2 ดวงนั้น ถูกค้นพบเมื่อเดือน ก.ย. 2021 โดยขณะนี้มีชื่อทางการว่า S/2002 N5 และ S/2021 N1

S/2002 N5 นั้นมีขนาดประมาณ 23 กิโลเมตร และใช้เวลาเกือบ 9 ปีในการโคจรรอบดาวเนปจูน มีความสว่างกว่าดวงจันทร์ S/2021 N1 ซึ่งหากใครสังเกตจะเห้นว่ารหัสของมันเป็น 2002 ซึ่งหมายความว่ามีการสังเกตพบตั้งแต่ปี 2002 แต่เพิ่งได้รับการยืนยันอย่างเป็นทางการ

“เมื่อวงโคจรของ S/2002 N5 รอบดาวเนปจูนถูกกำหนดโดยใช้การสำรวจในปี 2021, 2022 และ 2023 มันก็ถูกตรวจสอบย้อนกลับไปที่วัตถุที่ถูกพบเห็นใกล้ดาวเนปจูนในปี 2003 แต่ครั้งนั้นมันสูญหายไปก่อนที่จะได้รับการยืนยันว่ามันโคจรรอบเนปจูนจริงหรือไม่” เชปพาร์ดอธิบาย

ขณะที่ S/2021 N1 นั้นมีความสว่างน้อยกว่า ทำให้มีความจางกว่ายากต่อการสังเกตเห็น และต้องใช้เวลาในการสังเกตนานเป็นพิเศษ มีขนาดประมาณ 14 กิโลเมตร และมีวงโคจรเกือบ 27 ปี

ดวงจันทร์ทั้งสองจะได้รับชื่อถาวรตามชื่อของ เนอรีด (Nereid) เทพธิดาแห่งท้องทะเล 50 องค์ที่เป็นบริวารของโพไซดอน เทพเจ้าแห่งท้องทะเลในตำนานปกรณัมกรีก เนื่องจากเนปจูนเป็นชื่อภาคโรมันของโพไซดอนนั่นเอง

การค้นพบดวงจันทร์ใหม่ทั้ง 3 ดวงนั้น นักดาราศาสตร์จำเป็นต้องถ่ายภาพ 5 นาทีหลายสิบครั้งในช่วงเวลาต่อเนื่อง 3-4 ชั่วโมงในแต่ละคืน และปรับการถ่ายไปตามการเคลื่อนที่ของดาวเคราะห์แต่ละดวง ก่อนจะถูกนำมารวมเข้าด้วยกันเพื่อสร้างภาพที่ลึกมากขึ้น

“เนื่องจากดวงจันทร์เคลื่อนที่ในเวลาเพียงไม่กี่นาทีเมื่อเทียบกับดาวฤกษ์และกาแล็กซี การสังเกตการณ์นานเพียงครั้งเดียวจึงไม่เหมาะสำหรับการถ่ายภาพวัตถุที่กำลังเคลื่อนที่ในเชิงลึก” เชปพาร์ดกล่าว

เขาเสริมว่า “ด้วยการวางซ้อนภาพซ้อนเหล่านี้เข้าด้วยกัน ดวงดาวและกาแล็กซีจะปรากฏขึ้นโดยมีเส้นของเส้นทางวงโคจรอยู่ด้านหลัง และวัตถุที่เคลื่อนที่คล้ายกับดาวเคราะห์ดวงนั้นจะถูกมองว่าเป็นจุดกำเนิด ดึงดวงจันทร์ออกมาจากด้านหลังจุดรบกวนพื้นหลังในภาพ”

ทีมนักวิทยาศาสตร์ยังค้นพบว่า ดวงจันทร์ทั้งสามดวงมีวงโคจรรูปไข่ที่มีความโน้มเอียงอย่างมากเมื่อเทียบกับระนาบของดาวยักษ์น้ำแข็งทั้งสองดวง ซึ่งนั่นหมายความว่า ดวงจันทร์เหล่านี้ไม่ได้เกิดรอบ ๆ ดาวเคราะห์แม่ แต่เป็นวัตถุจากที่อื่นที่ถูกยึดไว้ด้วยแรงโน้มถ่วงในภายหลัง

 

เรียบเรียงจาก Carnegie Institution for Science / Space.com

เพื่อนบ้านยึดบ้านอากู๋ ครอบครองปรปักษ์ เครียดคิดสั้น-ผูกคอลาโลก!

ผลบอลเอฟเอ คัพ รอบ 5 แมนซิตี้ ถล่ม ลูตัน 6-2 ลิ่วรอบ 8 ทีม

พายุฤดูร้อน! ประกาศเตือนฉบับที่ 8 ฝนฟ้าคะนอง-ลมกระโชกแรง

TOP ต่างประเทศ
วิดีโอยอดนิยม
เรื่องที่คุณอาจพลาด

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ