ส่อรอยร้าว “โจ ไบเดน” ปฏิเสธพบ “เนทันยาฮู” ผู้นำอิสราเอล


โดย PPTV Online

เผยแพร่




ส่อรอยร้าวสหรัฐ-อิสราเอล “โจ ไบเดน” ปฏิเสธพบ “เนทันยาฮู” ผู้นำอิสราเอล หลังไม่ยอมเปิดทางขบวนรถขนส่งความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมเข้ากาซา

ตอนนี้สถานการณ์สงครามในฉนวนกาซาที่ดำเนินมา 5 เดือน ยังไม่มีทีท่าว่าจะลดระดับความรุนแรงหรือยุติลงได้ในเร็ววัน หลังจากกลุ่มฮามาสและอิสราเอล ไม่สามารถลงนามในข้อตกลงหยุดยิงฉบับล่าสุดได้ เนื่องจากมีความเห็นไม่ตรงกัน

นอกกลุ่มฮามาสและอิสราเอลแล้ว สงครามทำให้เกิดรอยร้าวใหม่ระหว่างสหรัฐฯ และอิสราเอลด้วย โดยในช่วงหลายวันที่ผ่านมา ประธานาธิบดีไบเดนได้ออกมาวิพากษ์วิจารณ์นายกฯ เนทันยาฮูของอิสราเอลต่อหน้าสาธารณชนมากขึ้น ล่าสุดผู้นำสหรัฐฯ ปฏิเสธต่อสื่อว่าจะไม่มีการพบปะกับนายกฯ อิสราเอลในเวลานี้

อิสราเอลรอยืนยันแกนนำสายทหารเบอร์ 2 ของฮามาสถูกสังหาร

ฮามาสโทษอิสราเอล เป็นต้นเหตุทำให้การเจรจาล้มเหลว

โจ ไบเดน รายการรอบโลก DAILY
ส่อรอยร้าว โจ ไบเดน ปฏิเสธพบ ผู้นำอิสราเอล

การให้สัมภาษณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นระหว่างที่ผู้นำสหรัฐฯ เดินทางไปปฏิบัติภารกิจที่รัฐแมรีแลนด์เมื่อวานนี้ ประธานาธิบดีโจ ไบเดนของสหรัฐฯ ได้ตอบคำถามนักข่าวที่ถามว่า เขามีแผนที่จะประชุมเพื่อปรามเบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอลหรือไม่  ผู้นำสหรัฐฯ ตอบเพียงสั้นๆ ว่า ตัวเขาไม่แผนพบกับผู้นำอิสราเอลในเวลานี้ และต้องรอดูต่อในอนาคตว่าจะเป็นอย่างไรต่อไป

หลายฝ่ายมองว่า การปฏิเสธเช่นนี้เป็นสัญญาณของความขับข้องใจที่ผู้นำสหรัฐฯ มีต่อผู้นำอิสราเอล ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ประธานาธิบดีไบเดน ได้แสดงท่าทีเช่นนี้ในหลายวาระโอกาส หลังอิสราเอลไม่ยินยอมให้ขบวนรถขนส่งความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมสามารถเข้าถึงพื้นที่ฉนวนกาซาได้

หนึ่งในเวทีที่ชัดเจนที่สุดคือ การกล่าวแถลงผลงานประจำปี หรือ STATE OF THE UNION ซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมาตามเวลาท้องถิ่นสหรัฐฯ  ผู้นำสหรัฐฯ ประกาศกลางที่ประชุมว่า ได้สั่งให้กองทัพสร้างท่าเรือบริเวณชายฝั่งกาซา เพื่อให้สามารถส่งความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมทางผ่านทางทะเลเมดิเตอร์เรเนียนได้

ก่อนที่จะย้ำว่าอิสราเอลมีสิทธิอันชอบธรรมที่จะกำจัดกลุ่มฮามาส แต่ก็ต้องรับผิดชอบชีวิตของประชาชนและบรรเทาวิกฤตด้านมนุษยธรรมที่เกิดขึ้นในฉนวนกาซาด้วย

นอกจากนี้ ในการให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าว MSNBC เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ผู้นำสหรัฐฯ กล่าวว่า  นายกฯ อิสราเอลกำลังทำร้ายประเทศมากกว่าช่วย และตัวประธานาธิบดีไบเดนเองก็ต้องการเห็นข้อตกลงหยุดยิงเกิดขึ้นในฉนวนกาซา

ขณะเดียวกัน นายกฯ เนทันยาฮูก็ได้ตอบโต้เรื่องนี้ขณะที่ให้สัมภาษณ์กับสื่อ โดยระบุว่า เขาเองก็ไม่ทราบแน่ชัดถึงความหมายของสิ่งที่ผู้นำสหรัฐฯ พูด แต่ถ้าหมายถึงว่าเขากำลังดำเนินนโยบายส่วนตัว ที่ขัดต่อความปรารถนาของชาวอิสราเอลส่วนใหญ่ และสิ่งนี้กำลังทำลายผลประโยชน์ของอิสราเอล  ทั้งสองข้อนี้ไม่ใช่เรื่องจริง

 

“ไบเดน” ยืนยันไม่ตัดอาวุธ แม้อิสราเอลจะบุกราฟาห์

หลายฝ่ายมองว่า นี่คือการยืนยันจากนายกฯ อิสราเอลว่า สิ่งที่ทำอยู่ในฉนวนกาซาเป็นสิ่งที่ไม่ขัดกับความต้องการของชาวอิสราเอล และไม่ส่งผลกระทบต่อผลประโยชน์ของชาติ

สาเหตุหนึ่งที่อาจทำให้อิสราเอลยังคงยืนยันนโยบายต่อฉนวนกาซาเช่นนี้ เป็นเพราะอิสราเอลตระหนักดีว่า สหรัฐฯ จะไม่มีทางลงโทษและจะไม่หันหลังให้อิสราเอล เนื่องจากอิสราเอลถือเป็นผลประโยชน์และพันธมิตรสำคัญของสหรัฐฯ ในภูมิภาคตะวันออกกลาง

เรื่องนี้ได้รับการยืนยันผ่านบทสัมภาษณ์ของผู้นำสหรัฐฯ กับสำนักข่าว MSNBC โดยประธานาธิบดีไบเดนระบุว่า การรุกรานเมืองราฟาห์ของอิสราเอลจะเป็นเส้นแดง  แต่การข้ามเส้นแดงก็จะไม่ส่งผลให้เกิดมาตรการลงโทษอิสราเอลแต่อย่างใด

ผู้นำสหรัฐฯ ย้ำว่า การป้องกันของอิสราเอลยังคงมีความสำคัญ และสหรัฐฯ จะไม่มีเส้นแดงในการตัดความช่วยเหลือด้านอาวุธที่สหรัฐฯ มอบให้อิสราเอล

ขณะเดียวกัน นายกฯ อิสราเอลยังย้ำว่า อิสราเอลตั้งใจที่จะเดินหน้าบุกราฟาห์ต่อไป แต่ไม่ได้มีการระบุช่วงเวลาที่ชัดเจนเอาไว้ว่าจะเป็นเมื่อใด แต่คาดว่าการบุกจะใช้เวลาไม่เกิน 2 เดือน

ผู้นำอิสราเอลย้ำว่า อิสราเอลก็มีเส้นตายเช่นเดียวกัน โดยเส้นตายดังกล่าวคือ เหตุการณ์โจมตีแผ่นดินอิสราเอลแบบ วันที่ 7 ตุลาคมปีที่แล้ว จะต้องไม่เกิดขึ้นซ้ำอีกในอนาคต แม้ผู้นำอิสราเอลยืนยันว่าจะไม่ล้มเลิกแผนการบุกราฟาห์ แต่เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ สองคน ได้ระบุกับ CNN ว่า ฝ่ายบริหารของสหรัฐฯ คาดว่ากองกำลังอิสราเอลจะยังไม่ขยายปฏิบัติการทางทหารของพวกเขาไปยังเมืองราฟาห์ในเร็วๆ นี้

แม้อิสราเอลจะยังไม่ได้บุกเมืองราฟาห์โดยตรง แต่อิสราเอลก็โจมตีพื้นที่แห่งนี้จากทางอากาศอยู่เป็นระยะๆ นี่ทำให้มีประชาชนได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตหลายราย  ส่วนบรรดาผู้รอดชีวิตต้องอาศัยอยู่ท่ามกลางความยากลำบากและหวาดระแวงจากการถูกโจมตี ในช่วงเทศกาลถือศีลอด

 

รอมฎอนวันแรก หลายชาติส่งของทางอากาศช่วยกาซา

โดยเต้นท์ผู้ลี้ภัยในเมืองราฟาห์ พื้นที่แห่งสุดท้ายทางตอนใต้สุดของฉนวนกาซา ซึ่งยังไม่ถูกโจมตี ประชาชนที่นี่ระบุว่า การใช้ชีวิตในวันแรกของเดือนรอมฎอนเป็นสิ่งที่ยากลำบากมาก เนื่องจากพอพระอาทิตย์ตกดินแล้ว ก็ไม่รู้จะหาสิ่งใดมาปรุงอาหารเพื่อยังชีพและถือศีลอดต่อในวันรุ่งขึ้น

ขณะเดียวกัน ชาติต่างๆ ทั้งสหรัฐฯ จอร์แดน อียิปต์ ฝรั่งเศส และเบลเยียม ได้พยายามส่งความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมให้แก่ประชาชนในฉนวนกาซาผ่านทางอากาศ เพื่อให้ประชาชนกาซามีอาหารในวันแรกของเดือนรอมฎอน

ขณะเดียวกัน กองกำลังป้องกันตนเองของอิสราเอล หรือ IDF ก็ได้โจมตีพื้นที่ต่างๆ ในฉนวนกาซาอย่างต่อเนื่อง และเผยภาพคลิปวิดีโอการต่อสู้ชุดหนึ่งออกมา ภาพวิดีโอเผยให้บรรยากาศการต่อสู้ที่ดุเดือดระหว่างเจ้าหน้าที่ของ IDF และนักรบของกลุ่มฮามาส โดยการต่อสู้ที่เกิดขึ้นยังเป็นการต่อสู้ระยะประชิดแบบบ้านต่อบ้าน

นอกจากวิกฤตด้านมนุษยธรรม อีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้หลายฝ่ายต้องการยุติสงครามในกาซา เป็นเพราะสงครามในกาซาเป็นเงื่อนไขสำคัญของกลุ่มกบฏฮูตีในการยุติการโจมตีเรือที่แล่นผ่านทะเลแดง  ล่าสุด กลุ่มกบฏฮูตีได้ออกมาประกาศว่าได้โจมตีเรือของสหรัฐฯ อีกลำหนึ่งสำเร็จ

เนทันยาฮู รายการรอบโลก DAILY
โจ ไบเดน ปฏิเสธพบ เนทันยาฮู ผู้นำอิสราเอล

 

กลุ่มกบฏฮูตีโจมตีเรือสินค้าในทะเลแดงต่อเนื่อง

เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ยาห์ยา ซาเรีย โฆษกของกลุ่มกบฏฮูตี ได้ออกมาประกาศว่า กองทัพเรือได้โจมตีเรือของสหรัฐฯ ที่มีชื่อว่า “พินอคคิโอ” เพื่อเป็นการแสดงสัญลักษณ์ว่าพวกเขายืนเคียงข้างชาวปาเลสไตน์ในฉนวนกาซา

ภาพดาวเทียมแสดงเส้นทางการเดินเรือชี้ว่า เรือพินอคคิโอถูกโจมตีขณะที่มุ่งหน้าผ่านน่านน้ำทะเลแดงใกล้ชายฝั่งเยเมน เพื่อออกไปยังช่องแคบบับ อัล-มันเดบ  แต่หลังจากที่ถูกโจมตี เรือพินอคคิโอได้เลี้ยวหัวกลับทันที

ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่กองทัพเรือของฝรั่งเศสที่ประจำการอยู่ในพื้นที่ทะเลแดง ก็ได้ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าว AFP ของฝรั่งเศสว่า  กลุ่มกบฏฮูตีน่าจะโจมตีและคุกคามเสรีภาพในการเดินเรือผ่านทะเลแดงต่อไปเรื่อยๆ

นอกจากการโจมตีในพื้นที่ทะเลแดงแล้ว วันนี้มีอีกความเคลื่อนไหวสำคัญเกิดขึ้น นั่นก็คือ เรือขนส่งความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมทางทะเลเมดิเตอร์เรเนียนลำแรก ได้ออกเดินทาง มุ่งหน้าสู่ฉนวนกาซาแล้ว

 

เรือขนส่งความช่วยเหลือลำแรกมุ่งหน้าสู่ฉนวนกาซา

เมื่อช่วงบ่ายที่ผ่านมาตามเวลาบ้านเรา ทางการไซปรัสรายงานว่า Open Arms เรือขององค์กรไม่แสวงหาผลกำไรสัญชาติสเปน ได้เดินทางออกกจากท่าเรียบร้อยแล้ว  หลังต้องจอดเทียบท่ารออยู่ที่บริเวณท่าเรือแห่งหนึ่งในเมืองลาร์นากา ทางใต้ของประเทศไซปรัสนานถึงสามวัน เนื่องจากเหตุขัดข้องทางเทคนิค

สิ่งของที่ถูกบรรทุกไปในเรือประกอบด้วย ข้าว แป้งสาลี และอาหารประเภทโปรตีน น้ำหนักรวมแล้วกว่า 200 ตัน ซึ่งจัดหาโดย World Central Kitchen องค์กรการกุศลสัญชาติสเปน และมีสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ร่วมลงเงินสนับสนุน

World Central Kitchen เปิดเผยเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมาว่า เรือ Open Arms อาจใช้เวลามากถึง 60 ชั่วโมงกว่าจะเดินทางถึงฉนวนกาซา จากปกติที่จะใช้เวลาเพียง 15 ชั่วโมง เนื่องจากสภาพอากาศและน้ำหนักของเรือที่บรรทุกสิ่งของจำนวนมาก จึงคาดว่า เรือ Open Arms จะเดินทางไปถึงฉนวนกาซาในวันพฤหัสบดีตามเวลาท้องถิ่น

ขณะเดียวกัน World Central Kitchen  ยังระบุด้วยว่า กำลังเตรียมการหาเรือ เพิ่มเพื่อให้การขนส่งสิ่งของบรรเทาทุกข์เป็นไปอย่างต่อเนื่อง  โดยมีอาหารอีกราว 500 ตันที่พร้อมจะส่งไปยังฉนวนกาซาทันที หลังจากที่เรือลำแรกส่งมอบความช่วยเหลือได้

อย่างไรก็ดี ต้องติดตามต่อว่า การส่งมอบสิ่งของจะเป็นไปอย่างราบรื่นหรือไม่ เนื่องจากชายฝั่งบริเวณนั้นไม่มีท่าเรือที่พร้อมสำหรับการเทียบท่า  อีกทั้งน่านน้ำชายฝั่งยังมีลักษณะตื้นเกินกว่าที่เรือบรรทุกสินค้าขนาดใหญ่จะจอดเทียบได

เช็กชื่อ! กรรมการบริหารพรรคก้าวไกล ยุค “พิธา-ชัยธวัช”

ไฟไหม้ตลาดสี่มุมเมือง “เด็ก 4 ขวบพร้อมน้า” สำลักควันเสียชีวิต บาดเจ็บอีก 1

เปิดโปรแกรม 10 นัดสุดท้าย อาร์เซน่อล ลิเวอร์พูล และ แมนซิตี้ ลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีก

TOP ต่างประเทศ
วิดีโอยอดนิยม
เรื่องที่คุณอาจพลาด

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ