อิหร่านออกมาเตือนว่า จะตอบโต้ด้วยกำลังมากขึ้น หากอิสราเอลตอบโต้การโจมตีล่าสุดที่เพิ่งเกิดขึ้น ซึ่งอิหร่านกล่าวว่าเป็นการเอาคืนการโจมตีของอิสราเอลเมื่อต้นเดือนนี้ที่สถานกงสุลในกรุงดามัสกัส เมืองหลวงของซีเรีย
อามีร์ ซาอิด อิราวานี เอกอัครราชทูตอิหร่านและผู้แทนถาวรประจำสหประชาชาติ กล่าวในแถลงการณ์ว่า “สาธารณรัฐอิสลามแห่งอิหร่านจะไม่ลังเลใจที่จะใช้สิทธิโดยธรรมชาติในการป้องกันตนเองเมื่อจำเป็น”
เขาเสริมว่า “หากระบอบการปกครองอิสราเอลกระทำการรุกรานทางทหารอีกครั้ง การตอบสนองของอิหร่านจะแข็งแกร่งขึ้นและเด็ดเดี่ยวยิ่งขึ้นอย่างแน่นอนและเด็ดขาด”
อิราวานีอ้างว่า การโจมตีด้วยโดรนและขีปนาวุธช่วงเช้ามืดของวันที่ 14 เม.ย. เป็นการป้องกันตนเองจากการรุกรานทางทหารของอิสราเอล โดยกล่าวว่า การโจมตีดังกล่าวเป็นการตอบโต้โดยเฉพาะต่อการโจมตีสถานกงสุลอิหร่านเมื่อวันที่ 1 เม.ย.
อิหร่านอ้างว่า การโจมตีดังกล่าวละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ และส่งผลให้ที่ปรึกษาทางทหารของอิหร่าน 7 คนเสียชีวิต รวมถึงผู้บัญชาการคนสำคัญจากกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิหร่าน (IRGC)
คำแถลงดังกล่าวยังวิพากษ์วิจารณ์คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (UNSC) ที่ “ล้มเหลวในการรักษาสันติภาพระหว่างประเทศ” ทำให้อิสราเอล “ละเมิด” บรรทัดฐานระหว่างประเทศที่กำหนดขึ้น และเพิ่มระดับความรุนแรงและความตึงเครียดในระดับภูมิภาค
ขณะเดียวกัน สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า ขณะนี้กองทัพอิสราเอลกำลังหารือถึงทางเลือกต่าง ๆ สำหรับ “ปฏิบัติการโต้กลับ”
เรียบเรียงจาก CNN