ประธานาธิบดีสหรัฐฯ โจ ไบเดน เตือนผู้ประท้วงสนับสนุนปาเลสไตน์และต่อต้านสงครามในฉนวนกาซาให้เคลื่อนไหวอยู่ในขอบเขตของกฎหมาย ระบุว่าการบุกทำลายข้าวของในสถานที่สาธารณะไม่ใช่การชุมนุมโดยสงบและจะไม่ได้รับการคุ้มครอง หลังตลอดหลายวันที่ผ่านมามหาวิทยาลัยหลายแห่งเกิดการรวมตัวของกลุ่มผู้ประท้วง
วันที่ 2 พ.ค. ระหว่างการแถลงข่าวต่อสถานการณ์การประท้วงคัดค้านสงสงครามในฉนวนกาซา ไบเดนย้ำว่า สหรัฐฯ ยังเป็นประเทศที่ยึดมั่นในเสรีภาพของการแสดงออก และยึดมั่นในหลักกฎหมาย ทั้งสองสิ่งนี้ต้องได้รับการปกป้องไปพร้อม ๆ กัน
โดย ประธานาธิบดี ไบเดน ย้ำว่าประชาชนมีสิทธิ์ที่จะรวมตัวประท้วง แต่ไม่มีสิทธิ์ก่อความวุ่นวาย ขณะที่การบุกรุกเข้าไปภายในมหาวิทยาลัยทำลายสิ่งของต่างๆ หรือการบังคับข่มขู่ สร้างความหวาดกลัวให้กับบุคคลอื่นๆ ไม่ถือว่าเป็นการชุมนุมโดยสันติวิธี และการประท้วงที่รุนแรงจะไม่ได้รับการคุ้มครอง
อย่างไรก็ตาม ประธานาธิบดี ไบเดน ยืนยันว่าจะไม่มีการใช้ทหารจากกองกำลังป้องกันชาติ หรือ “เนชันแนล การ์ด” เข้าควบคุมความสงบ
นอกจากนี้ ผู้นำสหรัฐฯ ยังยืนยันว่าการชุมนุมต่อต้านสงครามในฉนวนกาซาที่นำโดยนักศึกษาจากหลายมหาวิทยาลัยจะไม่นำไปสู่การเปลี่ยนแปลง หรือทบทวนนโยบายด้านตะวันออกกลาง โดยสหรัฐฯเป็นผู้ให้ความช่วยเหลือด้านการทหารรายใหญ่ที่สุดของอิสรารเอล และขัดขวางการลงมติของสหประชาชาติที่อาจเป็นผลลบต่ออิสราเอลหลายครั้ง
ขณะที่การประท้วงแสดงพลังสนับสนุนชาวปาเลสไตน์ในหลายเมืองใหญ่ยังคงดำเนินต่อไป โดยที่ มหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย ลอสแองเจลิส ( UCLA)ตำรวจหลายร้อยนายได้ปะทะกับกลุ่มผู้ประท้วงขณะบุกเข้าไปรื้อถอนที่พักชั่วคราวที่สร้างของผู้ชุมนุม ซึ่งถูกสั่งให้ยุติการรวมตัวกันในมหาวิทยาลัยในช่วงรุ่งสางของวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา
ระหว่างการปฏิบัติหน้าที่ตำรวจต้องยิงระเบิดแสง และพลุแฟลร์เพื่อควบคุมสถานการณ์ โดยมีรายงานว่าผู้ประท้วงกว่า 100 คนถูกจับกุม
เช่นเดียวกับที่มหาวิทยาลัยพอร์ทแลนด์ รัฐอออริกอน ซึ่งเกิดการเผชิญหน้ากันระหว่าผูัประท้วงสนับสนุนปาเลสไตน์ และ ตำรวจที่ประตูทางเข้า หลังจากปฏิบัติการบุกยึดคืนอาคารหอสมุดจากกลุ่มนักศึกษาโดยสำนักงานตำรวจเมืองอริกอนเปิดเผยว่าระหว่างเข้าควบคุมพื้นที่หอสมุดมีผู้ประท้วงถูกจับ 12 คน
เตือนพายุฤดูร้อนฉบับที่ 5 วันนี้ 31 จังหวัดนี้อาจเจอฝน-ลูกเห็บถล่ม