จากกรณีเมื่อวันที่ 10 ส.ค. ที่ผ่านมา ทีมหาเสียงของ โดนัลด์ ทรัมป์ อดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ และแคนดิเดตเลือกตั้งสหรัฐฯ 2024 จากพรรครีพับลิกัน ได้เปิดเผยว่าตกเป็นเป้าการโจมตีทางไซเบอร์ โดยกล่าวหาว่าเป็นฝีมือของกลุ่มที่มีความเกี่ยวข้องกับอิหร่าน แต่ทางเจ้าหน้าที่ของอิหร่านปฏิเสธ
แหล่งข่าวที่ทราบเรื่องการสืบสวนยังบอกด้วยว่า พวกเขาสงสัยว่าแฮกเกอร์อิหร่านยังโจมตีทีมหาเสียงของ กมลา แฮร์ริส ผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีจากพรรคเดโมแครตด้วย
ล่าสุดเมื่อวันที่ 19 ส.ค. เจ้าหน้าที่ข่าวกรองของสหรัฐฯ ออกมาแถลงยืนยันว่า อิหร่านเป็นผู้อยู่เบื้องหลังการแฮกทีมหาเสียงดังกล่าวจริง ๆ
“ลุงป้อม” ประกาศพรรคพลังประชารัฐ ร่วมรัฐบาล"แพทองธาร"
สำนักงานสอบสวนกลาง (เอฟบีไอ) สำนักงานผู้อำนวยการหน่วยข่าวกรองแห่งชาติ (ODNI) และหน่วยงานความมั่นคงทางไซเบอร์และโครงสร้างพื้นฐาน (CISA) และหน่วยงานรัฐบาลกลางอื่น ๆ ระบุในแถลงการณ์ร่วมว่า อิหร่านเลือกที่จะแทรกแซงการเลือกตั้งสหรัฐฯ “เพื่อก่อให้เกิดความขัดแย้งและทำลายความเชื่อมั่นในสถาบันประชาธิปไตยของเรา”
เจ้าหน้าที่ข่าวกรองของสหรัฐฯ ระบุในแถลงการณ์ว่า “ฝ่ายข่าวกรองมั่นใจว่า อิหร่านได้พยายามเข้าถึงบุคคลที่สามารถเข้าถึงทีมหาเสียงชิงตำแหน่งประธานาธิบดีของทั้งสองพรรคการเมืองโดยตรงโดยใช้กลวิธีทางสังคมและความพยายามอื่น ๆ ... กิจกรรมดังกล่าว รวมถึงการโจรกรรมและการเปิดเผยข้อมูล มีจุดประสงค์เพื่อก่อกวนกระบวนการเลือกตั้งสหรัฐฯ”
รายงานระบุว่า ทีมหาเสียงของทรัมป์ได้รับอีเมลฟิชชิง (Phshing) หรือข้อความที่ออกแบบมาให้ดูน่าเชื่อถือเพื่อให้เป้าหมายคลิกลิงก์ที่เป็นอันตราย
ทีมหาเสียงของแฮร์ริสกล่าวเมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่า พวกเขาก็ตกเป็นเป้าหมายของการโจมตีฟิชชิงเช่นกัน แม้ว่าจะไม่ประสบความสำเร็จก็ตาม
แถลงการณ์ระบุว่า กลวิธีดังกล่าว “ไม่ใช่เรื่องใหม่” โดยบอกว่า รัสเซียและอิหร่านเคยใช้กลวิธีดังกล่าวมาแล้วในการเลือกตั้งสหรัฐฯ ครั้งก่อน ๆ
ยังไม่ชัดเจนว่ามีข้อมูลใดบ้างที่ถูกขโมยไปในการแฮกครั้งนี้ แต่ทรัมป์กล่าวว่าแฮกเกอร์ได้ไปเฉพาะข้อมูลที่เปิดเผยต่อสาธารณะเท่านั้น
เรียบเรียงจาก BBC