ตั้งแต่วันที่ 1 ก.ย. เป็นต้นมา คณะรัฐบาลทหารเมียนมาได้ปรับเพิ่มค่าไฟฟ้าเป็น 2 เท่า โดยกระทรวงพลังงานไฟฟ้าระบุว่า ภาคครัวเรือนจะถูกเรียกเก็บค่าไฟขั้นต่ำ 50 จ๊าด (ราว 0.81 บาท) ต่อหน่วยสำหรับการใช้ไฟ 50 หน่วยแรก และ 300 จ๊าด (ราว 4.89 บาท) สำหรับการใช้ไฟ 201 หน่วยขึ้นไป
เดิมทีภาคครัวเรือนชาวเมียนมาจ่ายค่าไฟสูงสุด 125 จ๊าด (ราว 2.03 บาท) ต่อหน่วยเท่านั้น เพิ่มขึ้นมามากกว่า 2 เท่าเลยทีเดียว ทั้งนี้ บ้านเรือนส่วนใหญ่ในนครย่างกุ้งใช้ไฟระหว่าง 200 ถึง 500 หน่วยต่อเดือน
กระทรวงพลังงานไฟฟ้าระบุว่า ในเดือน ส.ค. หากใช้ไฟ 400 หน่วย ค่าใช้จ่ายจะอยู่ที่ 50,000 จ๊าด (814 บาท) แต่ในเดือน ก.ย. หากใช้ไฟเท่ากัน ค่าใช้จ่ายจะอยู่ที่ประมาณ 100,000 จ๊าด (ประมาณ 1,630 บาท)
พ่อค้าผักวัย 43 ปีในตำบลออกกะลาปาใต้ของเมืองย่างกุ้ง กล่าวว่า “ราคาไฟสูงขึ้นทุกวัน แต่รายได้ของเรายังเท่าเดิม อัตราค่าไฟฟ้าในปัจจุบันสูงสำหรับเราอยู่แล้ว ผมไม่รู้ว่าเราจะอยู่รอดได้อย่างไร”
ขณะที่ภาคธุรกิจซึ่งใช้ไฟฟ้าไม่เกิน 5,000 หน่วยจะถูกเรียกเก็บค่าไฟ 250 จ๊าด (4.07 บาท) ต่อหน่วย เพิ่มขึ้นจากอัตราปัจจุบันซึ่งอยู่ที่ 125 จ๊าด
ส่วนบริษัทที่ใช้ไฟฟ้าตั้งแต่ 5,001 ถึง 20,000 หน่วยจะถูกเรียกเก็บค่าไฟ 400 จ๊าด (6.51 บาท) ต่อหน่วย เพิ่มขึ้นจาก 150 จ๊าด (2.44 บาท) บริษัทที่ใช้ไฟฟ้ามากกว่า 20,001 หน่วยจะต้องจ่าย 500 จ๊าด (8.15 บาท) ต่อหน่วย
ผู้ค้ากล่าวว่า ค่าไฟที่สูงขึ้นจะส่งผลให้ราคาสินค้าและบริการสูงขึ้นตามไปด้วย
กระทรวงพลังงานไฟฟ้ากล่าวว่า ค่าไฟที่เพิ่มขึ้นจะนำไปใช้จ่ายสำหรับโรงไฟฟ้าใหม่ และเพื่ออัปเกรดโครงข่ายไฟฟ้า และโครงสร้างพื้นฐานอื่น ๆ ที่มีอยู่
เมียนมาเป็นหนึ่งในประเทศที่มักเผชิญปัญหาไฟฟ้าดับ แม้แต่ในเมืองหลักอย่างย่างกุ้ง บางพื้นที่ยังเคยดับนานถึง 8 ชั่วโมง ขณะที่ประชาชนในเนปิดอว์ มัณฑะเลย์ และพื้นที่ชนบท รายงานว่าเคยเจอไฟฟ้าดับเป็นเวลานานเช่นกัน
ทั้งนี้ มาตรา 41 ของกฎหมายไฟฟ้าระบุว่า กระทรวงฯ สามารถเพิ่มอัตราค่าไฟฟ้าได้ตามข้อตกลงกับรัฐบาลกลางเมียนมา
เรียบเรียงจาก Irrawaddy
พยากรณ์ฝนล่วงหน้า 1-10 ก.ย. ร่องมรสุมพาดผ่าน ฝนตกหนักถึงหนักมาก