การประชันวิสัยทัศน์ของผู้เข้าชิงตำแหน่งรองประธานาธิบดีเมื่อวันที่ 1 ต.ค. ที่ผ่านมา สร้างบรรยากาศทางการเมืองที่ดีขึ้นในสหรัฐฯ เพราะสองแคนดิเดตอย่าง "เจ.ดี. แวนซ์" จากพรรครีพับลิกัน และ "ทิม วอลซ์" จากพรรคเดโมแครต มุ่งพูดคุยสาระปัญหาเศรษฐกิจ สังคม กฏหมายการทำแท้ง การแก้ปัญหาชายแดน และกฏหมายพกพาอาวุธปืน และการกราดยิงในโรงเรียน ที่เพิ่งมีเหตุเกิดขึ้นที่รัฐจอร์เจีย
โดยทั้งคู่มุ่งเน้นที่จะเสนอตัวเข้าไปเป็นคู่หูประธานาธิบดีในการบริหารงานประเทศ ต่างจากการโจมตีกันและกันในศึกดีเบตประธานาธิบดี
โดยมีหลายข้อที่ทั้งคู่มีความเห็นตรงกัน ทิม วอลซ์ กล่าวว่า เห็นด้วยกับเจดี แวนซ์ ที่บอกว่าชาวอเมริกันที่ไม่ไว้วางใจพรรครีพับลิกันในเรื่องกฏหมายการทำแท้ง ที่ผ่อนปรนให้เป็นการตัดสินใจของแต่ละรัฐในภายหลัง โดยเขากล่าวยืนยันว่า ผู้หญิงควรมีสิทธิ์ในการตัดสินใจด้วยตัวเอง ด้านวุฒิสมาชิกเจ.ดี.แวนซ์กล่าวว่า เขาและทิม วอลซ์ เห็นพ้องกันด้วยว่า จำเป็นต้องแก้ไขปัญหาความรุนแรงจากอาวุธปืน ที่น่าสังเกตคือ ทั้งสองคนต้องการเร่งแก้ไขปัญหาที่ชายแดน
แจกลิสต์ “เมนูอาหารเจ 108 อย่าง” ทำกินได้ทุกวัน ตลอดเทศกาลกินเจ
การดีเบตครั้งนี้ มีการตัดไมโครโฟนของวุฒิสมาชิกเจดี แวนซ์จากพรรครีพับลิกันเพียงครั้งเดียว หลังพยายามจะแก้ต่างเรื่องการอพยพย้ายถิ่นฐานในรัฐโอไฮโอ
แม้ดูเหมือนการโต้วาทีจะกล่าวถึง สามารถทำงานร่วมกันทั้งสองฝ่ายได้ แต่ทั้งคู่ได้หันกลับไปโจมตีคู่หูของแต่ละฝ่าย ทั้งอดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และรองประธานาธิบดีกมลา แฮร์ริส
โดยวอลซ์ เริ่มโจมตีโดนัลทรัมป์ด้านการต่างประเทศ ว่าทรัมป์ ไม่ควรพูดถึงประเด็นการต่างประเทศที่มีความละเอียดอ่อน รวมการแก้ปัญหาชายแดนที่ทรัมป์มุ่งแก้ปัญหาด้วยการก่อสร้างกำแพงกั้นชายแดนนั้นไม่ได้ประโยชน์ พร้อมโยงถึงคำพุดของทรัมป์ ที่ว่าการรักษาสิ่งแวดล้อมเป็นเรื่องหลอกลวง
ด้านวุฒิสมาชิกเจดี แวนซ์พยายามแฝงประโยค ในช่วงต้นของดีเบต โดยเรียกปัญหาต่างๆ ว่าอยู่ภายใต้ "การบริหารของกมลา แฮร์ริส" ทั้งที่ประธานาธิบดีโจ ไบเดน ยังอยู่ในตำแหน่ง เพื่อส่งสัญญาณถึงผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งว่า หากเลือกกมลา แฮร์ริส และทิม วอลซ์จากเดโมแครตจะประสบปัญหาชายแดน ราคาแก๊สที่สูงขึ้น อัตราเงินเฟ้อที่เป็นอยู่ในขณะนี้ ด้านทิม วอลซ์ กล่าวเทียบเรื่องการจ่ายภาษีของโดนัลด์ ทรัมป์
ความตึงเครียดระหว่างดีเบต เกิดขึ้นในช่วงท้าย เมื่อทิม วอลซ์ถามเจ.ดี. แวนซ์ ว่าทรัมป์แพ้การเลือกตั้งในปี 2020 หรือไม่? ซึ่ง เจ.ดี. แวนซ์ไม่ยอมรับ แต่กลับเบี่ยงประเด็น
ด้านคำถามเกี่ยวกับความเห็นทางการเมืองในอดีต ก่อนได้รับเลือกเป็นคู่ชิงรองประธานาธิบดี ถูกหยิบยกมาถกบนเวที ด้านเจ.ดี. แวนซ์จากรีพับลิกันก็เตรียมคำตอบมาเป็นอย่างดี โดยเขาให้เหตุผลถึงกรณี การวิจารณ์ผลงานการบริหารประเทศของทรัมป์ ก่อนหน้านี้ว่าไม่ตรงกับแนวทางของพรรครีพับลิกัน ซึ่งแวนซ์อ้างว่า เขารับข้อมูลจากสื่อที่บิดเบือนเกี่ยวกับทรัมป์มากเกินไป จนทำให้เขาหลงคิดว่าทรัมป์ ว่าเป็นฮิตเลอร์แห่งอเมริกา
ในส่วนทิม วอลซ์ จากเดโมแครต พยายามเลี่ยงหลังถูกถามถึงการกล่าวอ้างเท็จว่าเขาไปเยือนฮ่องกงระหว่างการประท้วงที่จัตุรัสเทียนอันเหมินในฤดูใบไม้ผลิปี 1989 เมื่อถูกกดดันคำถามมากขึ้นจึงยอมรับ
ประเด็นสำคัญที่ถือว่า เจ.ดี. แวนซ์จากรีพับลิกันพลาดที่สุด คือการบิดเบือน ว่าทรัมป์พยายามกู้ Affordable Care Act หรือ "Obamacare" ไว้ หลังประสบปัญหาจากภาระด้านระเบียบและค่าใช้จ่ายด้านการรักษาพยาบาล เพื่อให้ชาวอเมริกันได้เข้าถึงการรักษาพยาบาลที่ไม่แพง
ซึ่งจริงๆ แล้ว ขณะดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีของ ทรัมป์ ได้เสนอร่างยกเลิก Obamacare แต่ถูกคว่ำไป โดยสมาชิกวุฒิสภาจากพรรคเดโมแครตและพรรครีพับลิกันบางส่วน หลังพบว่า การยกเลิก Obamacare จะทำให้ผู้คนตกที่นั่งลำบากมากกว่า