เมื่อช่วงค่ำวันที่ 7 ต.ค. ที่ผ่านมาตามเวลาท้องถิ่นยูเครน กองทัพยูเครนแถลงว่า กองกำลังรัสเซียได้เคลื่อนกำลังเข้าสู่เขตชานเมืองของเมืองโทเรตสก์ (Toretsk) ซึ่งเป็นแนวหน้าสำคัญของยูเครนตะวันออกแล้ว ไม่ถึง 1 สัปดาห์หลังจากเสียเมืองวูห์เลดาร์ (Vuhledar)
อนาสตาเซีย โบบอฟนิโควา โฆษกกองกำลังปฏิบัติการยุทธวิธีลูฮานสก์ กล่าวว่า “สถานการณ์ไม่มั่นคง การสู้รบเกิดขึ้นที่ทุกทางเข้าของเมือง รัสเซียได้เข้าสู่เขตชานเมืองทางตะวันออกของเมืองแล้ว”
กระทรวงกลาโหมรัสเซียยังไม่ได้แสดงความคิดเห็นใด ๆ แต่กระทรวงกลาโหมรัสเซียได้กล่าวเมื่อช่วงเช้าวันที่ 8 ต.ค. ว่า กองกำลังของรัสเซียได้สร้างความเสียหายต่อกำลังพลและยุทโธปกรณ์ในพื้นที่ ซึ่งรวมถึงบริเวณใกล้กับเมืองโทเรตสก์ด้วย
นักฟิสิกส์ควอนตัมพบเรื่องประหลาด ปรากฏการณ์ “เวลาติดลบ”
บล็อกเกอร์ด้านทหารของรัสเซีย รวมถึงกลุ่มนักวิเคราะห์ด้านการทหารจากช่องเทเลแกรม Rybar กล่าวว่า กองกำลังรัสเซียกำลังเคลื่อนพลเข้าสู่ใจกลางเมือง
พวกเขาระบุว่า การรุกคืบของกองกำลังรัสเซีย เช่นเดียวกับการยึดวูห์เลดาร์เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว เป็นการตอกย้ำถึงความเหนือกว่าอย่างมากของรัสเซียในด้านกำลังพลและยุทโธปกรณ์ ขณะที่ยูเครนร้องขออาวุธเพิ่มเติมจากพันธมิตรตะวันตก
รัสเซียซึ่งขณะนี้ควบคุมดินแดนยูเครนอยู่เกือบ 1 ใน 5 ได้รุกคืบไปทางเมืองโทเรตสก์ตั้งแต่เดือน ส.ค. โดยยึดหมู่บ้านแล้วหมู่บ้านเล่าด้วยทหารราบและระเบิดนำวิถีที่มีพลังทำลายล้างสูงมากขึ้น
เนื่องจากปัจจุบันยูเครนสูญเสียดินแดนมากขึ้นเรื่อย ๆ ประธานาธิบดียูเครน โวโลดิเมียร์ เซเลนสกี จึงสั่งให้ผู้บังคับบัญชาระดับสูง “ทำทุกอย่างที่สามารถทำได้” เพื่อลดการรุกคืบของรัสเซียในแนวหน้าให้เหลือน้อยที่สุด
สำหรับยูเครน เมืองโทเรตสก์เป็นเมืองแนวหน้าสำคัญ เนื่องจากอยู่ใกล้กับดินแดนของยูเครนที่ถูกกลุ่มแบ่งแยกดินแดนที่รัสเซียสนับสนุนยึดครองในปี 2014 และตั้งแต่นั้นมา เมืองนี้จึงกลายเป็นป้อมปราการสำคัญของเคียฟ
สำหรับรัสเซีย หากยึดเมืองโทเรตสก์ได้จะทำให้เป้าหมายของประธานาธิบดี วลาดิเมียร์ ปูติน ในการยึดครองภูมิภาคยูเครนตะวันออกใกล้เข้ามา
นักวิเคราะห์ทางทหารของยูเครนกล่าวว่า การยึดครองโทเรตสก์จะทำให้รัสเซียสามารถขัดขวางเส้นทางการขนส่งสำคัญที่เชื่อมต่อแนวหลังปฏิบัติการของกองกำลังยูเครนในพื้นที่กับเขตสู้รบ
เรียบเรียงจาก Reuters