องค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือหรือ “นาโต” เตรียมพิจารณาปรับเปลี่ยนยุทธศาสตร์ด้านรัสเซีย เนื่องจากพบว่าข้อกำหนดที่ใช้มานานเกือบ 30 ปี ไม่สอดคล้องกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป หลังจากการเกิดสงครามในยูเครน ซึ่งส่งกระทบต่อความมั่นคงของชาติสมาชิก
สำนักข่าว "โปลิติโก" (Politico) ของสหรัฐฯ รายงานว่าการทบทวนยุทธศาสตร์รับมือรัสเซียจะถูกหยิบยกขึ้นมาหารือระหว่างประชุมรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมชาติสมาชิกนาโต ที่กำลังจะเกิดในสัปดาห์นี้ ที่กรุงบรัสเซลล์ เมืองหลวงของประเทศเบลเยียม
โดยปัจจุบัน นาโตยังคงมีบทบัญญัติที่กำหนดให้ชาติสมาชิกต้องมีความร่วมมือใกล้ชิดกับรัสเซีย ซึ่งบังคับใช้มาตั้งแต่เดือน พ.ค.ปี 1997 เพื่อรักษาสันติภาพในทวีปยุโรป
อย่างไรก็ตาม การส่งกำลังทหารรุกรานยูเครนตั้งแต่เดือน ก.พ.ปี 2022 ทำให้ความร่วมมือระหว่างนาโตและรัสเซียถูกยกเลิกไปอย่างสิ้นเชิง
โดยชาติสมาชิกนาโตส่วนใหญ่มองรัสซียในฐานะภัยคุกคามโดยตรง ขณะที่รัสเซียวิจารณ์ว่าการขยายจำนวนสมาชิกนาโตเป็นภัยคุกคามต่อความอยู่รอดของรัสเซียเช่นกัน
ขณะเดียวกัน นายกรัฐมนตรี โอลาฟ ชอลซ์ ผู้นำเยอรมนี ได้ประกาศแผนให้ความช่วยเหลือทางทหารเพิ่มเติมแก่ยูเครนเป็นจำนวน 1,400 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 5 หมื่นล้านบาท โดยเป็นการจัดสรรจากงบประมาณของรัฐบาลกลางที่ไม่ได้ถูกนำไปใช้และการระดมทุนในระดับนานาชาติ ซึ่งเบลเยียม เดนมาร์ก และ นอร์เวย์ มีส่วนร่วใมนการมอบเงินสนับสนุนให้แก่ยูเครนรอบนี้ด้วย
ส่วนที่ประเทศรัสเซีย เมื่อวานนี้ ( 12 ต.ค.) เกิดเหตุระเบิดรุนแรงที่สถานีก๊าซในเมือง กรอซนี เมืองเอกของ สาธารณรัฐเชเชน ทางภาคตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศ โดยแรงระเบิด ทำให้เกิดเปลวเพลิงพุ่งขึ้นฟ้าสูงกว่า 3 เมตร เศษซากความเสียหายกระจัดกระจาย
กระทรวงสถานการณ์ฉุกเฉินของรัสเซีย ยืนยันว่าผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 4 คน จำนวนนี้เป็นเด็ก 2 คน เหตุดังกล่าวเป็นการระเบิดของแทงก์บรรจุเชื้อเพลิงถังหนึ่ง ทำให้เกิดแรงระเบิดอย่างรุนแรง กระแทกรถยนต์คนหนึ่งจนพลิกคว่ำ ก่อนเจ้าหน้าที่จากกระทรวงสถานการณ์ฉุกเฉิน จะเข้าควบคุมเพลิงเอาไว้ได้ แต่ ยังไม่มีการเปิดเผยว่าอะไรเป็นสาเหตุที่ทำให้แทงก์บรรจุเชื้อเพลิงระเบิด